ข่าวจังหวัดนครศรีธรรมราช ข่าวตำรวจ ด่านตรวจ ผู้กำกับโชค พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์

ผกก.โชคโพสต์แจง เหตุย้าย ส.ต.ต.เอกพล เช่นคลิปฉาว

ประเด็นน่าสนใจ

  • พ.ร.บ.รถยนต์ มาตรา 42 บัญญัติไว้ว่าผู้ขับรถต้องมีใบอนุญาตขับรถในขณะขับ เพื่อแสดงต่อเจ้าพนักงานได้ทันที แต่เจ้าหน้าที่จะเรียกตรวจสอบได้เฉพาะมีเหตุสงสัยเท่านั้น

พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก เหตุย้าย ส.ต.ต.เอกพล จุ้ยส่องแก้ว เซ่นคลิปขอดูใบขบัขี่ข้าราชการใหญ่อ้างเพื่อปกป้องลูกน้องเกรงถูกฟ้องร้องภายหลัง

จากกรณีที่ ส.ต.ต.เอกพล จุ้ยส่องแก้ว ขอตรวจใบขับขี่ชายซึ่งอ้างว่าเป็นนาย อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ที่ขับรถยนต์เก๋งผ่านจุดตรวจในพื้นที่ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อค่ำวันที่ 2 พ.ค.2562

โดยนอกจากชายคนดังกล่าวจะอ้างว่าเป็นอธิบดีศาลทุจริตฯ ภาค 8 แล้ว ยังอ้างเป็นเพื่อน ผกก.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ อีกด้วย จนมีการเผยแพร่คลิปกลายในโซเชียล จนกลายเป็นที่วิพากวิจารณ์อย่างกว้างขวางอยู่ในขณะนี้ กระทั่งเวลาต่อมา พ.ต.อ.โชคดี ได้มีคำสั่งย้าย ส.ต.ต.เอกพล เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ขอดูใบขับขี่ อธิบดีศาลทุจริตฯ ภาค 8 นั้น

เมื่อช่วงคืนวานนี้ (10 พ.ค. 62) พ.ต.อ.โชคดี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ “ ชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า

กฎหมายที่ควรรู้ ถ้าท่านอ่านฎีกานี้เข้าใจแล้ว ทุกคนจะรู้ว่าทำไม ผมจึงแก้ปัญหาให้ลูกน้องแบบนั้น เพราะไม่ต้องการให้เขามาฟ้องร้องตำรวจของตัวเองในภายหลัง โดยเฉพาะผู้ที่ถูกตรวจค้นเป็นนักกฎหมาย

แม้ พ.ร.บ.รถยนต์ มาตรา 42 บัญญัติไว้ว่าผู้ขับรถต้องมีใบอนุญาตขับรถในขณะขับ เพื่อแสดงต่อเจ้าพนักงานได้ทันที แต่นั่นมิได้หมายความว่าให้อำนาจเจ้าพนักงานมีอำนาจเรียกตรวจสอบได้ทุกกรณี เจ้าหน้าที่จะเรียกตรวจสอบได้เฉพาะมีเหตุสงสัยเท่านั้น

ตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ การใช้อำนาจเกินเลยของเจ้าพนักงานย่อมถูกปฏิเสธได้ เทียบตามนับฎีกาที่ 8722/2555 เมื่อไม่มีเหตุอันควรสงสัยตามกฎหมายที่จะทำการตรวจค้นได้ การตรวจค้นจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

จำเลยที่ถูกกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงมีสิทธิโต้แย้งและตอบโต้เพื่อปกป้องสิทธิของตนเองตลอดจนเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งใด ๆ อันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบดังกล่าวได้ ”

ทั้งนี้หลังจากข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีนักกฎหมายเข้ามาแสดงความเห็นโต้แย้งกับข้อความของ พ.ต.อ. โชคดี จำนวนมาก ก่อนที่ท่านจะลบข้อความดังกล่าวออกไปในเวลาต่อมา

ซึ่งนักกฎหมายบางราย ได้แสดงความคิดเห็นว่า “ การที่กฎหมายให้อำนาจเจ้าพนักงานตรวจค้นได้ทันที แต่มิได้หมายความว่าให้อำนาจเจ้าพนักงานมีอำนาจเรียกตรวจสอบได้ทุกกรณี เจ้าหน้าที่จะเรียกตรวจสอบได้เฉพาะมีเหตุสงสัยเท่านั้น

ตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้เท่านั้น คือต้องมีเหตุอันควรสงสัย และเหตุอันควรเชื่อว่า ซึ่งเหตุอันควรสงสัย – เหตุอันควรเชื่อเป็นหลักการครอบจักรวาล และเป็นอำนาจและดุลยพินิจไม่มีขีดจำกัด ขัดหลักสิทธิเสรีภาพของประชาชน

สถานการณ์การตรวจค้นยานพาหนะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในทางกฎหมายถือว่าเป็นการค้นในที่สาธารณะ เพราะมีลักษณะเป็นการจำกัดเสรีภาพของบุคคลในการเคลื่อนไหวร่างกายมากกว่าเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยปกติสุข

ดังนั้นการค้นในลักษณะนี้จึงไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องขอหมายค้นจากศาล อย่างไรก็ดี แม้ว่าการเรียกหรือสั่งให้รถหยุดเพื่อตรวจค้น จะทำได้โดยมิต้องมีหมายจากศาล ซึ่งพนักงานตำรวจก็อาจกระทำการด้วยการตั้งด่านตรวจค้นได้

แต่เจ้าพนักงานตำรวจผู้ค้นต้องควรให้ความสำคัญกับองค์ประกอบของกฎหมายที่บัญญัติว่า การค้นนั้นต้องมี ‘ความจำเป็น’กล่าวคือมี ‘เหตุอันควรสงสัย’ หรือ ‘มีเหตุอันควรสงสัยตามสมควร’ และการตรวจค้นยานพาหนะต้องไม่เป็นการกระทบสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้การรับรองเอาไว้

ต่อมาได้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้การป้องกันปราบปรามยาเสพติดให้โทษมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 ในมาตรา 49 ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจตรวจค้นบุคคล ยานพาหนะได้

และในพระราชบัญญัติป้องกันปราบปรามยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2519 (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2545 ในมาตรา 14 ก็ให้อำนาจกรรมการ เลขาธิการ รองเลขาธิการและเจ้าพนักงาน มีอำนาจตรวจค้นบุคคล ยานพาหนะใด ๆ ที่มีเหตุอันควรสงสัยตามสมควรว่ามียาเสพติดซุกซ่อนอยู่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ได้เช่นกัน

ในขณะที่มีคนหนึ่ง กล่าวว่า ในทางปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจที่ผ่าน ๆ มา เมื่อมีการใช้หลักกฎหมายอย่างเคร่งครัดประชาชนที่ได้รับผลกระทบก็มองว่าเป็นการกระทำที่สร้างความเดือดรอน ส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพ นำมาสู่ปัญหาการกระทบกระทั่งระหว่างประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติมาตลอด

ในปัจจุบันในการปฏิบัติจึงต้องใช้หลักนิติศาสตร์ รัฐสาสตร์ รวมทั้งหลักพุทธศาสตร์มาใช้ควบคู่กันไปบนพื้นฐานของการเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน ตำรวจต้องมีประสบการณ์ มีวิจารณญาณ ไหวพริบควบไปด้วย

ซึ่งในกรณีอย่างนี้หากยกข้อระเบียบกฎหมายมาเป็นบรรทัดฐานอย่างเดียวก็จะมองว่าตำรวจปฏิบัติหน้าที่ถูกต้อง เข้มแข็ง แต่ อธิบดี อวดเบ่ง ไม่ยอมให้ตรวจค้น

แต่ในทางตรงข้ามที่มีการปฏิบัติจริง ๆ อย่าว่า แต่อธิบดีเลย แค่ปลัดอำเภอ นายอำเภอ ปลัดจังหวัด รองผู้ว่า ฯ ผู้ว่า ผู้กำกับ ผู้การ ฯ หรือผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อผ่านด่าน ส่วนใหญ่ตำรวจก็จะยกเว้นการตรวจค้นหรือขอดูใบขับขี่

คงดูไม่เหมาะสมถ้าตำรวจตั้งด่านแล้วตรวจค้น หรือขอดูใบขับรถผู้ว่า ฯ ที่เขาแสดงตัวตนให้ทราบแล้ว แต่ตำรวจก็ไม่ยอมจะต้องตรวจค้น หรือขอดูใบขับขี่ให้ได้ มันเหมือนการไม่ให้เกียรติกัน ที่เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยจะกระทำกับพ่อเมืองถึงขนาดนั้น

และเชื่อว่าทั่วประเทศก็ปฏิบัติในลักษณะการให้เกียรติซึ่งกันและกันอย่างนี้ทั้งนั้น เพราะเชื่อว่าบรรดาข้าราชการระดับสูงคงไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติดซุกซอนไว้ในรถแน่ ๆ ตำรวจจึงจะอยู่ร่วมกันในสังคมของแต่ละพื้นที่ได้ และการปฏิบัติในการตั้งด่านก็ใช่ว่าจะต้องเรียกตรวจค้น ขอดูใบขับขี่รถทุกคัน เป็นเพียงการสุ่มตรวจหรือตรวจรถต้องสงสัยเท่านั้น

และการตั้งด่านก็มีหลายประเภท โดยมีวัตถุประสงค์ของการตั้งด่านนั้น ๆ จึงเน้นตรวจค้นรถต้องสงสัย บุคคลต้องสงสัยหรือบุคคลเป้าหมาย เช่น ในกรณีการตั้งด่านเพื่อตรวจค้นยาเสพติดและอาวุธปืน ก็จะตรวจสอบ ตรวจค้นรถและบุคคลตามเป้าหมายเป็นหลัก

ไม่มีด่านไหนตรวจค้นรถทุกคันที่ผ่านแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ และหากเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ผ่านด่านก็มีการบอกกล่าวแสดงตนว่าเป็น ผู้ว่า ฯ ผู้กำกับ ผู้การ เป็นต้น

ทางปฏิบัติตำรวจที่ตั้งด่านจะทำการตรวจค้นอีกไหม ในกรณีท่านอธิบดี ฯ ท่านนี้ท่านก็แสดงตน แนะนำตัว ไม่ถึงกับการอวดเบ่งอะไรมากมาย สังคมไทยต้องยอมรับแนวทางการปฏิบัติเช่นนี้

แต่กลายเป็นว่าผู้หลักผู้ใหญ่กลับดัดจริตยึดตามกระแส แต่หากตัวเองโดนตำรวจตั้งด่านไม่ให้เกียรติ เรียกตรวจค้น ขอดูใบขับขี่จริง ๆ ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองทุกท่านจะรับสภาพได้ไหม ” นักกฎหมายกล่าวย้ำ

นอกจากนี้ยังมีการหยิบยกความเหมาะสมกรณีที่สื่อมวลชนบางสังกัดสัมภาษณ์ พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ แบบตั้งธงเอาเป็นเอาตาย รุกไล่ เพื่อให้ ผกก.จนมุมไปไม่ได้ ไปไม่ถูก จนทาง ผกก.ไม่มีช่วงจังหวะที่จะพูดอธิบายข้อเท็จจริง
ซึ่งในความเป็นจริงควรให้โอกาส ผกก.ชี้แจงเต็มที่

ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อตามที่ชี้แจงเป็นเรื่องของผู้บริโภคสื่อ ไม่ใช่ซักถามรุกไล่ จับผิดทุกวิถีทางเหมือนตำรวจจับฆาตกรคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ สื่อบางคนใช่ว่าจะบริสุทธิ์ผุดผ่องอะไรนักหา หากโดนใครสักคนสอบถามแบบไล่บี้ในลักษณะเดียวกันจะทำหรือตอบอย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทั้งสองนาย ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และมีประชาชนใน อ.ทุ่งใหญ่ และใกล้เคียงที่ขับรถผ่าน สภ.ทุ่งใหญ่ ต่างเข้าไปชื่นชมและให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา

ขณะที่ตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย รวมทั้ง ทั้ง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช และ ผกก.โชคดี ได้ยุติการให้สัมภาษณ์ และเคลื่อนไหวที่เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้แล้ว

WRITER

RELATED

โฆษกตร. ยืนยัน ด่านตรวจที่ได้รับอนุมัติตามมติ ครม. ยังมีตามปกติ

โฆษกตร. ยืนยัน ด่านตรวจที่ได้รับอนุมัติตามมติ ครม. ยังมีตามปกติ

ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า ทาง ผบ.ตร. ได้มอบนโยบาย พร้อมระบุว่าจะมีการยกเลิกด่านตรวจ

สั่งให้ออกแล้ว ตร.พัทยา ตั้งแก๊งรีดทรัพย์คดียาเสพติด ในพื้นที่ชลบุรี

สั่งให้ออกแล้ว ตร.พัทยา ตั้งแก๊งรีดทรัพย์คดียาเสพติด ในพื้นที่ชลบุรี

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณี สื่อได้นำเสนอเกี่ยวกับ “การบุกจับ ‘ร.ต.อ.’ หน้าโรงพัก ร่วม 4 ตำรวจบ้าน อุ้มเหยื่อเข้าเซฟเฮาส์รีดเงิน-ปลดทรัพย์แลกอิสรภาพ” ในพื้นที่…

สั่งเด้ง-ตั้งกรรมสอบ ตร.ในคลิปฉาว จับผู้หญิง-เด็ก รีดไถเรียกเงิน

สั่งเด้ง-ตั้งกรรมสอบ ตร.ในคลิปฉาว จับผู้หญิง-เด็ก รีดไถเรียกเงิน

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีที่มีการนำเสนอข่าว ผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่ง โพสต์เฟสบุ๊ค ระบุข้อความ “เงินเดือนพวกคุณไม่พอใช้หรือครับ ถึงได้จับเด็กและผู้หญิง มาข่มขู่ รีดไถ เป็นเงินสามแสนบาท ”…

สั่งสอบแล้ว ตร.ในคลิป ผลักหน้าอก สาวขณะตรวจใบขับขี่

สั่งสอบแล้ว ตร.ในคลิป ผลักหน้าอก สาวขณะตรวจใบขับขี่

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีสื่อสังคมออนไลน์ได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับคลิปสาวโมโห โดนตำรวจเดินเข้ามาผลักโดนหน้าอก หลังถูกจับไม่สวมหมวกกันน็อคและไม่พกใบขับขี่ ทำให้ตนโมโหและมีปากเสียงกับตำรวจ ในพื้นที่ สภ.เมืองพัทยา จว.ชลบุรี ว่า ได้รับรายงานจาก สภ.เมืองพัทยา…

ตร. ยันอีกเสียง อย่าทำ! Skullbreaker Challenge เหตุเสี่ยงติดคุก

ตร. ยันอีกเสียง อย่าทำ! Skullbreaker Challenge เหตุเสี่ยงติดคุก

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ขอเปิดเผยถึง กรณีที่มีการลอกเลียนแบบพฤติกรรมตามคลิปที่มีการกระโดดแล้วเต๊ะตัดขาเพื่อน จนทำให้ได้รับบาดเจ็บ ว่าจากกรณีดังกล่าวมีบุคคลจำนวนมาก ที่ลอกเลียนแบบพฤติกรรมการกระโดดแล้วเต๊ะตัดขาเพื่อน แล้วนำมาเสนอในสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวขอฝากเตือนไปยังผู้ที่กระทำการดังกล่าวว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรลอกเลียนแบบ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวอาจทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ หรือหากพลาดพลั้งอาจนำมาซึ่งความสูญเสียต่อร่างกายและชีวิตได้ โดยหากพิสูจน์ทราบว่ามีเจตนาจะทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นนั้น…

ตร.วอนปชช.มั่นใจ ทำคดีปล้นทองที่ลพบุรี

ตร.วอนปชช.มั่นใจ ทำคดีปล้นทองที่ลพบุรี

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทอง ในพื้นที่ จังหวัดลพบุรี ว่า จากคดีที่เกิดขึ้นทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์…

รองโฆษก ตร. ยันข่าวปลอม ภาพเบาะแสคนร้ายปล้นทอง ว่อนเน็ต

รองโฆษก ตร. ยันข่าวปลอม ภาพเบาะแสคนร้ายปล้นทอง ว่อนเน็ต

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีที่ปรากฏภาพอ้างเป็นคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทอง ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ถูกส่งต่อในโลกออนไลน์ว่า ภาพดังกล่าวไม่ใช่ภาพจากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเพียงข่าวปลอมที่ถูกสร้างขึ้นมาเท่านั้น ดังนั้นขอประชาชนอย่าเชื่อจากข่าวที่ถูกเผยแพร่อยู่ในโลกออนไลน์ขณะนี้ ทั้งนี้ในคดีดังกล่าว มีความคืบหน้าไปมาก แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเกรงจะทำให้คนร้ายไหวตัวทันและหลบหนีไปอีกได้ แต่กระนั้นหากประชาชนเบาะแสเพิ่มเติมสามารถ  สามารถแจ้งมาได้ที่หมายเลข…

ตร. เล็งค้นบ้าน ไอซ์ หีบเหล็ก อีกรอบ หลังพบผู้เสียชีวิตถูกฆ่าถ่วงน้ำ

ตร. เล็งค้นบ้าน ไอซ์ หีบเหล็ก อีกรอบ หลังพบผู้เสียชีวิตถูกฆ่าถ่วงน้ำ

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีพบร่างผู้เสียชีวิตถูกโยนถ่วงน้ำภายในบ้านของนายอภิชัย หรือ ไอซ์ องค์วิศิษฐ์ ที่บ้านพักย่านเพชรเกษม กทม. หลังจากมีพยานอ้างว่า ไอซ์ หีบเหล็ก ได้ก่อเหตุฆาตรกรรมหญิงสาว 2 ราย…

ตร.แจง ปม จนท.รีดไถ ตากล้อง อ้างเป็นไกด์เถื่อน

ตร.แจง ปม จนท.รีดไถ ตากล้อง อ้างเป็นไกด์เถื่อน

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพและข้อความเรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังเพื่อนของผู้โพสต์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวรีดไถเงิน อ้างเป็นไกด์เถื่อนระหว่างที่พาเพื่อนชาวต่างชาติไปเที่ยวเยี่ยมชมภายในวัดโพธิ์ ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2563 เวลา 12.37 น. ที่ผ่านมา…