ที่ดิน ส.ป.ก. นายกรัฐมนตรี

นายกฯ ย้ำ การใช้ที่ดิน ส.ป.ก. ต้องเป็นประโยชน์สูงสุดกับเกษตรกร

คัดลอก URL แล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ ส.ป.ก. เร่งออกเอกสารสิทธิให้เกษตรกร และดำเนินการเรียกคืนที่ดินจากนายทุนเพื่อนำมาจัดสรรให้เกษตรกร
  • ยืนยันไม่ปล่อยให้มีการทุจริตหรือฉวยโอกาสอย่างแน่นอน
  • สาระทั้งหมดของประกาศฉบับใหม่ยังคงยึดหลักประโยชน์สูงสุดของเกษตรกร

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เรื่องการจัดสรรที่ดินเพื่อให้ประชาชนมีที่ดินทำกินนั้นนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมา ได้สั่งการให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เร่งออกเอกสารสิทธิให้เกษตรกร และดำเนินการเรียกคืนที่ดินจากนายทุนเพื่อนำมาจัดสรรให้เกษตรกร และเกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

สำหรับประเด็นความกังวลใจว่าประกาศการใช้ที่ดิน ส.ป.ก.ที่เพิ่งออกมานั้น จะเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อนายทุนหรือไม่ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า ตนจะไม่ปล่อยให้มีการทุจริตหรือฉวยโอกาสอย่างแน่นอน และจะติดตามทั้งเรื่องประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการให้สิทธิใช้ที่ดินอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนเข้าใจว่า สาระทั้งหมดของประกาศฉบับใหม่ยังคงยึดหลักประโยชน์สูงสุดของเกษตรกร โดยต้องดูแลทั้งระบบ ให้ครบต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เพื่อให้เกษตรกรหลุดจากความยากจน

ส่วนเนื้อหาที่ขยายให้ครอบคลุมกิจการที่เป็นการสนับสนุนและกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เป็นไปตามข้อเรียกร้องของเกษตรกรที่อยากให้อุตสาหกรรมแปรรูปอยู่ใกล้แหล่งผลิต เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า อีกทั้งสอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริงที่บางส่วนไม่สามารถนำมาทำการเกษตรได้ บางที่ก็เป็นแหล่งชุมชนไปแล้ว

นางสาวรัชดา กล่าวด้วยว่า นอกจากข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีที่ให้กระบวนการทุกอย่างเป็นไปอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ ในประกาศ ส.ป.ก. ยังกำหนดไว้ชัดเจนว่า การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ดิน ผู้มีอำนาจคือ คณะกรรมการที่ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานราชการส่วนภูมิภาค ผู้แทนภาคเอกชนและเกษตรกร โครงการที่เสนอขออนุมัติต้องแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่เกษตรกร สถาบันเกษตรกร และ ส.ป.ก.จะได้รับ

รวมถึงต้องผ่านการทำประชาคมหมู่บ้าน/อบต.เสียก่อน ส่วนเรื่องการครอบครองที่ดินโดยผิดกฎหมายที่เป็นคดีความแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม จึงไม่เกี่ยวกับประกาศฉบับนี้


แท็ก: NEWS , ,
WRITER

RELATED

นายกฯ แถลงเตรียมเปิดประเทศรับ นทท. ไม่ต้องกักตัว เริ่ม 1 พ.ย.นี้

นายกฯ แถลงเตรียมเปิดประเทศรับ นทท. ไม่ต้องกักตัว เริ่ม 1 พ.ย.นี้

นายกรัฐมนตรีแถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ ยืนยัน “เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ โดยไม่ต้องกักตัว”

‘บิ๊กตู่’ ย้ำสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ไม่วิกฤตเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

‘บิ๊กตู่’ ย้ำสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ไม่วิกฤตเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

นายกรัฐมนตรี เผย จากการลงไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในหลาย ๆ พื้นที่ ภาพรวมแล้วยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถรับมือได้

นายกฯ นำทีมรัฐมนตรี ลงพื่นที่ตรวจน้ำท่วมที่ จ.ชัยภูมิ

นายกฯ นำทีมรัฐมนตรี ลงพื่นที่ตรวจน้ำท่วมที่ จ.ชัยภูมิ

นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี เข้าตรวจเยี่ยมเหตุน้ำท่วม และให้กำลังใจประชาชนใน อ.เมือง จ.ชัยภูมิ

‘บิ๊กตู่’ ปลื้มไทยติดอันดับโลก คุณภาพอินเตอร์เน็ตดี

‘บิ๊กตู่’ ปลื้มไทยติดอันดับโลก คุณภาพอินเตอร์เน็ตดี

นายกฯ ยินดีดิจิทัลไทยพัฒนาแบบก้าวกระโดด พร้อมเดินตามแผนการปฏิรูปประเทศ ไปสู่การพลิกโฉมประเทศไทย

‘บิ๊กตู่’ ชื่นชม  MV ลิซ่า นำงานหัตถศิลป์ไทยโชว์ทั่วโลก

‘บิ๊กตู่’ ชื่นชม MV ลิซ่า นำงานหัตถศิลป์ไทยโชว์ทั่วโลก

พลเอกประยุทธ์ ชื่นชม MV ของศิลปินลิซ่า ที่มีการสอดแทรกงานหัตถศิลป์ และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของไทย

เปิดประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรี และ 5 รัฐมนตรี

เปิดประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรี และ 5 รัฐมนตรี

วันนี้มีการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน "ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล" วันแรก

นายกฯ เดินหน้าปฏิรูปตำรวจ สั่ง สตช. ปรับเร่งด่วน 7 ด้าน

นายกฯ เดินหน้าปฏิรูปตำรวจ สั่ง สตช. ปรับเร่งด่วน 7 ด้าน

โฆษกรัฐบาลย้ำ นายกฯ เดินหน้าปฏิรูปตำรวจ แจงอยู่ในขั้นตอนพิจารณาวาระ 2-3 ของสภาฯ

นายกฯ ยืนยัน!! ไม่ท้อแก้ปัญหาโควิด เตือนบางกลุ่มอย่าทำตัวเป็นภาระ จนท.

นายกฯ ยืนยัน!! ไม่ท้อแก้ปัญหาโควิด เตือนบางกลุ่มอย่าทำตัวเป็นภาระ จนท.

นายกฯ ยืนยัน!! ไม่ท้อแท้แก้ปัญหาโควิด ชี้ต้องอยู่กับโควิด-19 ให้ได้ด้วยความสงบ หากไม่สงบทุกอย่างวุ่นวาย ร้อนรุ่มไปหมด

นายกฯ ขอให้ทุกคนอดทนกันอีกครั้ง ย้ำเราจะผ่านพ้นช่วง “หัวเลี้ยวหัวต่อ” นี้ไปได้

นายกฯ ขอให้ทุกคนอดทนกันอีกครั้ง ย้ำเราจะผ่านพ้นช่วง “หัวเลี้ยวหัวต่อ” นี้ไปได้

นายกรัฐมนตรี​ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุ สถานการณ์โควิด-19 ได้เดินทางมาถึงจุดที่เป็น “หัวเลี้ยวหัวต่อ” ของภาวะวิกฤตอีกครั้ง