ประธานาธิบดี เลือกตั้งสหรัฐ โจ ไบเดน โดนัลด์ ทรัมป์

ดีเบทครั้งแรกของ ทรัมป์ – ไบเดน ดุเดือด-ปั่นป่วน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ในการดีเบทครั้งแรก ของผู้สมัครเลือกตั้งสหรัฐฯ ของโดนัลด์ ทรัมป์ และโจ ไบเดน ซึ่งสถานการณ์เป็นไปอย่างดุเดือด
  • มีการพูดแทรกจากทั้งฝ่ายทรัมป์ และไบเดน ระหว่างการดีเบท หลายครั้ง ซึ่งโดยในครั้งนี้ ทรัมป์ จะเป็นผู้แทรกหลายครั้ง
  • ประชาชน-ผู้ติดตาม จำนวนมากต่างระบุว่า เป็นการดีเบทที่ไม่ได้มีการประเด็นที่น่าสนใจมากนัก มีเป็นเพียงการถกเถียงกันไปมา และพูดแทรกกัน
  • ปมในการดีเบทในวันนี้ 6 หัวข้อด้วยกันคือ ประวัติ/ผลงาน, ศาลสูงสหรัฐฯ, โควิด-19, ภาวะเศรษฐกิจ, เชื้อชาติ-ความรุนแรง

วันนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ทั้งสองรายคือ ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน และ โจ ไบเดน จากพรรคเดโมเครต ได้ขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์ และเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองรายพบกันครั้งแรกอีกด้วย

ซึ่งตลอดระยะเวลาของการแสดงวิสัยทัศน์ ในครั้งนี้ ชาวอเมริกันหลายคนต่างแสดงความผิดหวัง เนื่องจากในสาระสำคัญของการแสดงวิสัยทัศน์ เป็นการสาดถ้อยคำเสียดสีเข้าหากัน รวมถึงมีการพูดแทรกกันหลายครั้ง โดยเฉพาะทรัมป์ ที่ได้มีการพูดสวนขึ้นมาในระหว่างที่ ไบเดน กำลังตอบคำถาม คริส วอลเลส ซึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการอยู่หลายครั้ง

นี่เป็นการดีเบตที่แย่ที่สุดตั้งแต่เคยเห็นมา

จนทำให้ วอลเลส ต้องให้คอยเบรคและห้ามทัพอยู่เป็นระยะ ๆ ส่วนสาระสำคัญของคำตอบกลับมีไม่มากนัก และเสียเวลาไปกับการตอบโต้กันระหว่าง ทรัมป์ และ ไบเดน

นอกจากยังมีหลายคนกล่าวว่า คริส วอลเลส ไม่สามารถควบคุมการดีเบทในครั้งนี้ได้ ปล่อยให้มีการพูดแทรกเกิดขึ้น รวมถึงไม่สามารถเบรคหรือหยุดการพูดแทรกที่เกิดขึ้นได้

ปม ผู้พิพากษาศาลสูง ของสหรัฐฯ

ในคำถามถึงการแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลสูง ของสหรัฐฯ ในประเด็นนี้ ทรัปม์ระบุว่า ตนเองสามารถทำได้ และต้องทำอย่างรวดเร็วด้วย ส่วนทางด้านของไบเดน เห็นว่า ควรจะแต่งตั้งหลังจากมีการเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว คือหลัง 3 พ.ย. เนื่องจากการเพิ่มผู้สายอนุรักษนิยมเข้าไปในศาลสูง นั้นกระทบต่อการตัดสินใจเรื่องของกฎหายประกันสุขภาพ หรือ โอบามาแคร์

คำถามเกี่ยวกับระบบสุขภาพ

การยกเลิก โอบามาแคร์ หรือกฎหมายประกันสุขภาพของโอบามา ซึ่งถูกใช้เพื่อเปิดโอกาสให้กับผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงการดูแลด้านสุขภาพ – รักษาพยาบาลให้สามารถเข้าถึงได้ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการรักษาสุขภาพของสหรัฐฯ นั้นสูงเป้นลำดับต้นๆ ของโลก โดย วอลเลสได้ถามถึงประเด็นการยกเลิกโอบามา แคร์ กับทรัมป์ ซึ่งทรัมป์ ได้ตอบว่า ตนเองมีแผนอยู่แล้ว เมื่อวอลเลสถามจี้ในประเด็นนี้ จึงเริ่มมีการตอบโต้กลับจากทรัมป์ จนทำให้ วอลเลสในฐานะผู้ดำเนินรายการต้องกล่าวว่า

“คนที่คุณกำลังดีเบทด้วยคือ ไบเดน ไม่ใช้ผม”

ซึ่งในมุมนี้ ทรัมป์ไม่ได้ตอบถึงแผนหรือนโยบายที่ชัดเจน ระบุเพียงว่า มีแผนอยู่แล้ว ก่อนเลี่ยงไปโจมตี Medicare for all ว่าเป็นการช่วยเหลือโดยเปล่าประโยชน์

ไบเดนตอบโต้ในประเด็นนี้ว่า ระบบประกันสุขภาพแห่งชาตินั้น เป็นเรื่องที่รัฐจะต้องดูแล-ดำเนินการ ช่วยเหลือประชาชน

เกี่ยวกับโอบามาแคร์

  • กฎหมายประกันสุขภาพ หรือโอบามาแคร์ นั้นจัดทำขึ้นสมัยโอบามา ด้วยเหตุผลเพื่อให้ผู้ด้อยโอกาสเข้าถึงระบบสุขภาพได้มากขึ้น
  • ค่ารักษาต่าง ๆ ของสหรัฐฯ แพงมาก ๆ ดังนั้นกลุ่มชนชั้นกลางขึ้นไป จึงเลือกซื้อประกันสุขภาพ เพื่อที่จะสามารถเข้าถึงการรักษาได้ ในขณะที่กลุ่มชนผิวสี, คนยากไร้, ผู้ว่างงาน ก็จะไม่มีโอกาสหรือเข้าถึงระบบสาธารณสุขได้ยาก
  • กลุ่มฐานเสียงของทรัมป์ เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อประกันสุขภาพได้ จึงไม่ชอบนโยบายดังกล่าว โดยมองว่า เป็นการนำเงินภาษีไปอุ้มคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น

ปม white supremacist

ประเด็นหนึ่งของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ ในขณะนี้ ทางฝ่ายไบเดนและผู้สนับสนุน มองว่า ทรัมป์ให้ท้ายหรือสนับสนุนกลุ่ม White Supremacist หรือกลุ่มที่มองว่า ชนผิวขาวเป็นใหญ่ ในขณะที่ทางฝั่งของทรัมป์ มองว่า ไบเดน มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มฝ่ายซ้ายสุดขอบ ซึ่งในประเด็นนี้ได้มีการพูดถึงบนเวทีดีเบทเช่นกัน

เมื่อวอลเลสถามจี้ในประเด็นการประนามการกระทำของกลุ่ม white supremacist และกลุ่มติดอาวุธ ที่ก่อความวุ่นวาย ทรัมป์ไม่ได้กล่าวประนามโดยตรง แต่ใช้การตอบเลี่ยงว่า ยินดีที่จะทำ จากนั้นก็ได้กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะกลุ่มฝ่ายซ้ายเป็นผู้เริ่มที่สร้างปัญหา ขโมย และทำผิดกฎหมาย

ไบเดนจึงได้กล่าวถึงประเด็น Prod Boys (กลุ่มที่สร้างความขัดแย้ง-เกลียดชัง) ทรัมป์ได้ขอให้กลุ่มดังกล่าว ถอยไปก่อนและแสตนดบาย (Stand back & stand by ) และระบุว่า ต้องมีใครสักคนต้องจัดการกับกลุ่ม Antifa หรือ กลุ่มฝ่ายซ้ายหลาย ๆ กลุ่ม

โดยในปมนี้เอง ถือเป็นหนึ่งในประเด็นเดือดบนโลกออนไลน์ของสหรัฐฯ ท่ามกลางกระแส #Blacklivesmatter ที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ในขณะนี้

ปมการเลี่ยงภาษีของทรัมป์

หนึ่งในคำถามที่เกิดขึ้นคือ เกี่ยวกับกรณีที่หนังสือพิมพ์ นิวยอร์คไทม์ ได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับการเสียภาษีของปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ว่า ทรัมป์ จงใจเลี่ยงภาษีโดยการลงทุนในธุรกิจที่เสี่ยง ซึ่งทรัมป์ ได้ตอบคำถามนี้บนเวทีว่า ตนเองเสียภาษีเป็นล้าน ๆ ในขณะที่ไบเดน ก็ได้แทรกว่า “เท่าไหร่ล่ะ, ไหนหลักฐาน” ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ก็ยังไม่ชัดเจนแต่อย่างใด

ส่วนทางนิวยอร์คไทม์ นั้นยืนยันว่า มีหลักฐานที่ชัดเจนในการเลี่ยงภาษีที่เกิดขึ้น

ในขณะที่โจ ไบเดนเอง ก็ใช้จุดนี้เป็นโอกาสทำคะแนนเสียงเช่นกัน โดยการเปิดรายงานการเสียภาษีของตนเองเมื่อวานนี้ ตัดหน้าทรัมป์

ปมลูกชายโจ ไบเดน

ทรัมป์ ได้มีการกล่าวถึง ฮันเตอร์ ไบเดน ลูกชายของโจ ไบเดนหลายครั้ง โดยระบุว่า ไบเดนและลูกชาย เกี่ยวข้องกับการคอรัปชั่นในยูเครน และเกี่ยวพันกับยาเสพติด ซึ่งในจุดนี้ทรัมป์ได้เอ่ยถึงตั้งแต่ปมของโอบามาแคร์ ในช่วงต้นของการดีเบท

ซึ่งหลังจากที่มีการกล่าวถึงลูกชายหลาย ๆ ครั้ง ทำให้ไบเดน ออกอาการเกรี้ยวกราดขึ้นบ้าง พร้อมทั้งตอบโต้ทรัมป์ว่า ลูกชายของตนเองเป็นอีโร่ เป็นทหารรับใช้ชาติ ไปปฏิบัติหน้าที่ในอิรักถึง 2 ปี ก่อนที่จะกลับมาประเทศ

ซึ่งทรัมป์ ก็ยังพยายามสวนในปมของเรือ่งยาเสพติดต่อในจังหวะนี้ และไบเดน ก็ยอมรับตรง ๆ ว่า

ลูกชายของผมมีปัญหาเรื่องยาเสพติด ไม่ต่างจากวัยรุ่นทั่วไป ที่สร้างปัญหาให้กับพ่อ-แม่ แต่สุดท้ายเอาชนะมันได้ และผมภูมิใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

โจ ไบเดน

ปมการระบาดของโควิด-19

เป็นประเด็นเดือดประเด็นหนึ่งที่ ทรัมป์ ไม่ค่อยเอ่ยถึงยอดผู้เสียชีวิต ผู้ป่วย แต่เลือกเอ่ยถึงการผลิตวัคซีน การลงทุนในชุดตรวจ อุตสาหกรรมหน้ากากต่าง ๆ

ซึ่งไบเดน จี้ในจุดที่เป็นจำนวนยอดผู้เสียชีวิต และเอ่ยถึงการที่สหรัฐฯ ไม่ได้มีมาตรการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน ในขณะที่ทรัมป์หลบเข้าไปอยู่ในบังเกอร์ ไปตีกอล์ฟ

ทรัมป์พยายามสวน-แทรก เพื่อเบรคเกมไม่ให้ไบเดนได้พูดถึงในประเด็นนี้มากนัก พร้อมทั้งเบี่ยงประเด็นไปยังประเทศอื่น ๆ ว่า มีทุกประเทศมีคนตายจากโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นอินเดีย จีน ฯลฯ ทุกประเทศก็มีผู้เสียชีวิต

สรุป

การดีเบทครั้งแรกของผู้ชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ และเป็นหนึ่งตำแหน่งที่มีความสำคัญของโลกนั้น ถือว่าการทำหน้าที่ของทั้งคู่ ต่ำกว่ามาตรฐานของการดีเบทที่เคยเป็นมาก่อนหน้านี้ พอสมควร

เนื่องจากเป็นการดีเบทที่มีการแทรก-สวน ใช้ถ้อยคำเสียดสี ไม่ว่าจะเป็นทั้งจากฝั่งไบเดน ที่เอ่ยถึงทรัมป์ ว่าเป็น ปธน.ที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์, ตัวตลก, พวกเหยียดผิว รวมไปถึงมีจังหวะที่ไบเดน หลุดสบถ ให้ทรัมป์

“จะหุบปากได้ไหม” ( Will you shut-up man.)

โจ ไบเดน

ในขณะนี้เดียวกัน ทรัมป์ เองใช้วิธีการตัดเกมของไบเดน โดยการแทรก ขัด ตลอดการดีเบท และแทบจะทุกครั้งที่ไบเดนกำลังจะเข้าประเด็นสำคัญ ทำให้เกมการเตะตัดของทรัมป์ สามารถหยุด และฉวยโอกาสพูดเพิ่มเติมได้โดยตลอด 90 นาทีของการดีเบท

กลายเป็นว่า ไบเดนก็ไม่สามารถพูดถึงประเด็นสำคัญได้ ในจุดนี้ ทำให้กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร ก็ไม่สามารถตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดว่า จะเลือกไบเดน หรือทรัมป์ ในขณะที่ทรัมป์ เองก็ไม่ได้คะแนนเสียงเพิ่มจากในกลุ่มนี้เช่นกัน

นอกจากนี้ วอลเลส ในฐานะของผู้ดำเนินรายการ ต้องทำหน้าที่หนักมาก ในการเบรค-หยุด ความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นบนเวที ตลอด 90 นาที ซึ่งหลายคนมองว่า ไม่สามารถคุมเวทีให้เป็นไปในทิศทางที่ควรจะเป็นได้อย่างราบรื่น

WRITER

Suthee C.

คนออนไลน์ ประสบการณ์ใช้ Netcape Navigator เปิดเว็บไซต์, ใช้ Notepad ทำเว็บ ผ่านเรื่องราวหลายๆ อย่างที่ผ่านมา เอามาเล่าให้ฟังกัน

RELATED

‘โจ ไบเดน’ ลงพื้นที่แอตแลนตา ถกประเด็นการเหยียดเชื้อชาติ

‘โจ ไบเดน’ ลงพื้นที่แอตแลนตา ถกประเด็นการเหยียดเชื้อชาติ

ช่วงที่ผ่านมาหลายพื้นที่ในสหรัฐฯ มีการก่อเหตุทำร้ายร่างกาย คาดว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ

‘ทรัมป์’ กล่าวสุนทรพจน์ถล่ม ‘ไบเดน’ เตรียมชิงเก้าอี้ปธน. สหรัฐฯ ปี 2024

‘ทรัมป์’ กล่าวสุนทรพจน์ถล่ม ‘ไบเดน’ เตรียมชิงเก้าอี้ปธน. สหรัฐฯ ปี 2024

โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวสุนทรพจน์ต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก หลังก้าวลงจากตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ

‘ไบเดน’ เตือนอิหร่านระวังตัว หลังสหรัฐฯโจมตีทางอากาศในซีเรีย

‘ไบเดน’ เตือนอิหร่านระวังตัว หลังสหรัฐฯโจมตีทางอากาศในซีเรีย

ก่อนหน้านี้กองทัพสหรัฐฯ ได้เข้าโจมตีทางอากาศต่อฐานที่มั่นทางตะวันออกของซีเรีย โจ ไบเดน เตือนอิหร่าน “ระวังตัว” หลังถูกซักถามว่าการโจมตีทางอากาศในซีเรียเป็นการสื่อสารความใดถึงอิหร่าน

‘โจ ไบเดน’ ขู่คว่ำบาตรเมียนมา หลังเกิดรัฐประหาร

‘โจ ไบเดน’ ขู่คว่ำบาตรเมียนมา หลังเกิดรัฐประหาร

โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุการรัฐประหารทำลายกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยของเมียนมา

‘ไบเดน’ ลงนามคำสั่งยกเลิกกฎห้ามคนข้ามเพศเป็นทหาร

‘ไบเดน’ ลงนามคำสั่งยกเลิกกฎห้ามคนข้ามเพศเป็นทหาร

ซึ่งเป็นกฎที่มีขึ้นในสมัยรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์

ไบเดน เดินหน้าปรับเปลี่ยนยานยนต์ไฟฟ้าในรัฐบาลกลางมากกว่า 6 แสนคัน

ไบเดน เดินหน้าปรับเปลี่ยนยานยนต์ไฟฟ้าในรัฐบาลกลางมากกว่า 6 แสนคัน

ปธน. โจ ไบเดน ประกาศปรับเปลี่ยนยานยนต์ของรัฐบาลกลางให้เป็นยานยนต์ไฟฟ้า 100% มากกว่า 6 แสนคัน เพื่อยกระดับยานยนต์และคุณภาพชีวิตของคนอเมริกัน

ไบเดน เริ่มงาน ปธน. สหรัฐฯ ลงนามบังคับใส่หน้ากากในอาคารรัฐฯ

ไบเดน เริ่มงาน ปธน. สหรัฐฯ ลงนามบังคับใส่หน้ากากในอาคารรัฐฯ

โจ ไบเดน เข้าสาบานตนรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการแล้ว

สหรัฐฯ เตรียมพร้อมรับมือการเปลี่ยนผ่าน ปธน. ทั่วประเทศ

สหรัฐฯ เตรียมพร้อมรับมือการเปลี่ยนผ่าน ปธน. ทั่วประเทศ

เตรียมพร้อมรับมือการจราจล/เหตุรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น

‘ยูทูป’ ระงับบัญชี ‘ทรัมป์’ อย่างน้อย 7 วัน หวั่นเกิดความรุนแรง

‘ยูทูป’ ระงับบัญชี ‘ทรัมป์’ อย่างน้อย 7 วัน หวั่นเกิดความรุนแรง

ยูทูป ระงับบัญชีของโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ภายหลังมีการตรวจสอบและพิจารณาข้อกังวลต่างๆ ว่าเป็นไปได้ที่จะเกิดความรุนแรงขึ้น