กรมศิลป์

นศ. กลุ่ม #ประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตย วางหรีดหน้า ‘กรมศิลป์’

ประเด็นน่าสนใจ

  • กลุ่มประชาคมศิลปากรเสรีเพื่อประชาธิปไตย จากมหาวิทยาลัยศิลปากร จัดกิจกรรม “ฉันหวง #ฉันมาทวงของฉันคืน“
  • โดยมีตัวแทนนักศึกษาคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร อ่านจดหมาย ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเรียกร้องให้กรมศิลปากร
  • เพื่อทวงถามอนุสาวรีย์ปราบกบฏ-หมุดคณะราษฎร

วันนี้ (28 ก.ย.63) ที่ กรมศิลปากร ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ กลุ่มประชาคมศิลปากรเสรีเพื่อประชาธิปไตย จากมหาวิทยาลัยศิลปากร จัดกิจกรรม “ ฉันหวง #ฉันมาทวงของฉันคืน “ โดยมีการนัดรวมตัว บริเวณลาน ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี หน้าคณะจิตรกรรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์

ทั้งนี้นักศึกษาคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 2 คน ในนามตัวแทนกลุ่มประชาคมศิลปากรเสรีเพื่อประชาธิปไตย แต่งกายในชุดนักศึกษา พร้อมพวงหรีดผูกโบสีขาว เดินเท้าจากลานศาสตราจารย์ศิลป์ ออกจากประตูมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ ผ่านหน้าพิพิธภัณฑ์ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ไปยังหน้ากรมศิลปากร เพื่อยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมศิลปากร โดยมีนายสถาพร เที่ยงธรรม ผอ.กองโบราณคดี เป็นตัวแทนรับมอบจดหมายถึงอธิบดีกรมศิลปากร

โดย สหรัฐ จันทสุวรรณ์ หรือโอม นักศึกษาชั้นปี 3 คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร สมาชิกกลุ่ม ” ประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตย ” ได้อ่านจดหมาย ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเรียกร้องให้กรมศิลปากร ตามหาหมุดคณะราษฎรและอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ หรืออนุสาวรีย์ปราบกบฏ แล้วมอบหนังสือดังกล่าวซึ่งนายสถาพร รับหนังสือไว้ แต่ไม่รับพวงหรีด โดยกล่าวว่า ไม่เกี่ยวข้องกับทางราชการ นักศึกษาจึงวางพวงหรีดบริเวณบันไดประตูทางขึ้นอาคารกรมศิลปากร

ขณะเดียวกัน นายสถาพร เที่ยงธรรม ผอ.กองโบราณคดี ได้กล่าวว่า ตนจะนำหนังสือดังกล่าว มอบให้อธิบดีกรมศืลปากรต่อไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบทบาทหน้าที่ของกรมศิลปากรเท่านั้น ซึ่งหมุดคณะราษฎร 2475 ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของกรมศิลปากร ส่วนอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ กรมศิลปากรได้ทำเรื่องไปยังเขตแล้ว จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

อย่างไรก็ตาม สหรัฐ จันทสุวรรณ์ หรือโอม นักศึกษาชั้นปี ตัวแทนนักศึกษา กล่าวว่า พวกตนมาในนามประชาคมศิลปากรเสรีเพื่อประชาธิปไตย ไม่อาจกล่าวได้ว่า ชาวศิลปากรทั้งหมด มีแนวคิดเดียวกับตน ตนในฐานะที่เป็นนักศึกษาคณะโบราณคดี ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรม จึงขอแสดงออกเชิญสัญลักษณ์ เพื่อเรียกร้องให้กรมศิลปากรทำงานอย่างมีมาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่อย่างหนึ่ง ดำเนินการรวดเร็ว ในขณะที่อย่างหนึ่ง ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน

สำหรับเนื้อหาในจดหมายมีดังนี้ เรื่อง ขอให้ดำเนินการติดตามแสวงหาโบราณสถานและโบราณวัตถุที่สาบสูญ สืบเนื่องจากวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา ทางกลุ่มประชาคมได้ทราบว่ากรมศิลปากรได้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมจากเหตุการณ์ฝังหมุดคณะราษฎร 2563 ในเช้าวันที่ 20 กันยายน 2563 ณ บริเวณท้องสนามหลวงแต่ในปัจจุบันได้รับสมญานามในสังคมว่าคือสนามราษฎรไปแล้วนั้นกลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตย ได้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถในการทำงานของกรมศิลปากรที่ได้มีความวิริยะ อุตสาหะ ที่จำทำนุบำรุงโบราณสถานของชาติให้ยังดำรงอยู่แต่ถึงกระนั้นก็ดี

ทางกรมศิลปากร คงอาจลืมไปเสียแล้วว่ายังมีการสูญหายของโบราณวัตถุและโบราณสถานที่สำคัญของประเทศถึง 2 อย่าง นั่นก็คือ หนึ่ง หมุดก่อเกิดรัฐธรรมนูญ หรือหมุดคณะราษฎร ที่ได้สร้างขึ้น ในสมัยของพระยาพหลพยุหเสนา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ณ บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า

โดยมีข้อความว่า ‘ณ ที่นี้ 24 มิถุนายน 2475 เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญเพื่อความเจริญของชาติ”

เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์การอ่านประกาศคณะราษฎรในวันอภิวัฒน์สยาม 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 และสอง คืออนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ณ สี่แยกบางเขน เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ปราบกบฏบวรเดช ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้ได้สาบสูญอย่างลึกลับมาจนถึง ณ เวลานี้ด้วยเหตุนี้เอง กลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตย

จึงขอให้กรมศิลปากร ติดตามเกี่ยวกับการสูญหาย ของโบราณวัตถุและโบราณสถานดังกล่าวให้กลับมาโดยเร็วที่สุด เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นทรัพย์สมบัติสาธารณะของบ้านเมือง เป็นร่องรอยแห่งความทรงจำร่วมของประชาชนในประวัติศาสตร์ชาติไทย

หากภายใน 14 วัน ยังคงไร้ความคืบหน้า ในกรณีการสูญหายดังกล่าว ทางกลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตย จะนำเรื่องดังกล่าวยื่นเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรให้ดำเนินการต่อไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการด้วย จักขอบคุณยิ่ง ขอแสดงความนับถือ กลุ่มประชาคมศิลปากรเพื่อประชาธิปไตย

WRITER

RELATED