4 รมต. ครม. นายกรัฐมนตรี ลาออก

‘บิ๊กตู่’ เผย ไม่ลาออกจาก 2 ตำแหน่ง ยันไม่ปรับครม. หลัง 4 รัฐมนตรีลาออก

คัดลอก URL แล้ว

‘บิ้กตู่’ ยันไม่ลาออกจาก 2 ตำแหน่ง ชี้ ต้องนั่งนายกรัฐมนตรีแบบบัญชีรายชื่อเท่านั้น พร้อมเผยไม่ปรับ ครม. แม้ 4 รัฐมนตรีลาออก

วันนี้ (29 ม.ค. 62) ที่ ทำเนียบรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า แม้ 4 รัฐมนตรีจะลาออก แต่จะไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรี เพราะสายงานแต่ละคนมีผู้รับผิดชอบงานแต่ละด้านอยู่แล้ว

โดยเฉพาะ 3 กระทรวง คือ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงวิทยาศาสตร์ จะมีรัฐมนตรีช่วยว่าการ รักษาการและรับงานต่อ ซึ่งหากไม่อยู่จะมีรองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบสานงานแทน ขณะที่งานในความรับผิดชอบของนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบงานของ BOI และ EEC รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจจะเป็นผู้สานงานต่อ

ทั้งนี้เชื่อว่างานทุกอย่างในความรับผิดชอบของ 4 รัฐมนตรีจะไม่มีปัญหาและไม่ทำให้งานของรัฐบาลสะดุด ส่วนที่ 4 รัฐมนตรีเข้าพบตนเองเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเพื่อแจ้งเรื่องการลาออกจากตำแหน่งโดยจะไปทำงานทางการเมืองต่อ ซึ่งตนเองก็ขัดข้องไม่ได้ แม้จะเสียดายฝีมือของทั้ง 4 คนก็ตาม เพราะที่ผ่านมาถือว่าช่วยงานรัฐบาลได้มาก

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรียังยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่ตัดสินใจว่าจะร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ โดยรอการเชิญและเมื่อมาเชิญแล้วต้องให้เวลาตนในการตัดสินใจเพื่อศึกษาในนโยบายและข้อกฎหมาย ซึ่งตนมีเวลาตัดสินใจจนถึงวันที่ 8 ก.พ.นี้ หลังจากนั้นจะออกมาให้คำตอบด้วยตนเอง

นายกรัฐมนตรี ยืนยันด้วยว่า แม้จะไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐก็จะไม่ลาออกจากตำแหน่ง เพราะว่ากฎหมายไม่ได้เขียนไว้ว่าต้องลาออก ส่วนตำแหน่งหัวหน้า คสช. ก็จะต้องอยู่จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่

อีกทั้งทุกการตัดสินใจตนเองมีคำตอบอยู่ในใจแล้ว ไม่จำเป็นต้องปรึกษาหรือขออนุญาตใคร และไม่เกี่ยวกับครอบครัวเพราะเตรียมคำตอบเป็นขั้นตอนในใจแล้ว นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงความเสี่ยงระหว่างการเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ในบัญชีรายชื่อกับนอกบัญชีว่า นายกรัฐมนตรีในบัญชีรายชื่อเสี่ยงกว่า แต่ถ้าหากตนจะอยู่จะต้องอยู่ในบัญชีนายกเท่านั้น

ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า มีทหารติดตามในการลงพื้นที่ทุกครั้ง ยืนยันว่าเป็นการติดตามทุกพรรคการเมือง โดยพรรคการเมืองไหนทำอะไรก็ต้องรายงานให้ตนทราบ


แท็ก: NEWS , , , ,
WRITER

RELATED

‘บิ๊กตู่’ ชื่นชม  MV ลิซ่า นำงานหัตถศิลป์ไทยโชว์ทั่วโลก

‘บิ๊กตู่’ ชื่นชม MV ลิซ่า นำงานหัตถศิลป์ไทยโชว์ทั่วโลก

พลเอกประยุทธ์ ชื่นชม MV ของศิลปินลิซ่า ที่มีการสอดแทรกงานหัตถศิลป์ และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของไทย

เปิดประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรี และ 5 รัฐมนตรี

เปิดประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรี และ 5 รัฐมนตรี

วันนี้มีการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน "ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล" วันแรก

นายกฯ เดินหน้าปฏิรูปตำรวจ สั่ง สตช. ปรับเร่งด่วน 7 ด้าน

นายกฯ เดินหน้าปฏิรูปตำรวจ สั่ง สตช. ปรับเร่งด่วน 7 ด้าน

โฆษกรัฐบาลย้ำ นายกฯ เดินหน้าปฏิรูปตำรวจ แจงอยู่ในขั้นตอนพิจารณาวาระ 2-3 ของสภาฯ

นายกฯ ยืนยัน!! ไม่ท้อแก้ปัญหาโควิด เตือนบางกลุ่มอย่าทำตัวเป็นภาระ จนท.

นายกฯ ยืนยัน!! ไม่ท้อแก้ปัญหาโควิด เตือนบางกลุ่มอย่าทำตัวเป็นภาระ จนท.

นายกฯ ยืนยัน!! ไม่ท้อแท้แก้ปัญหาโควิด ชี้ต้องอยู่กับโควิด-19 ให้ได้ด้วยความสงบ หากไม่สงบทุกอย่างวุ่นวาย ร้อนรุ่มไปหมด

ครม.อนุมัติงบ 1.8 พันล้าน เป็นค่าตอบแทนบุคลากรฉีดวัคซีนนอกสถานพยาบาล

ครม.อนุมัติงบ 1.8 พันล้าน เป็นค่าตอบแทนบุคลากรฉีดวัคซีนนอกสถานพยาบาล

เนื่องจากบุคลากรด้านการแพทย์ต้องปฏิบัติงานด้านการป้องกัน สอบสวน คัดกรอง รักษาพยาบาลทั้งในเวลาและนอกเวลา

ครม.อนุมัติงบกลาง 3.49 พันล้าน จ่ายเงินหนุนเด็กแรกเกิด

ครม.อนุมัติงบกลาง 3.49 พันล้าน จ่ายเงินหนุนเด็กแรกเกิด

ช่วงเดือน ก.ค. - ก.ย. 2564 จำนวน 2,227,029 คน อย่างต่อเนื่อง

ครม.ปรับแผนกู้เงินเพิ่มอีก 1.5 แสนล้านบาท เเก้ปัญหาโควิด-19

ครม.ปรับแผนกู้เงินเพิ่มอีก 1.5 แสนล้านบาท เเก้ปัญหาโควิด-19

เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม เเละเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19

ครม. อนุมัติเงินช่วยเหลือ นายจ้าง-ลูกจ้าง -เยียวยาผู้เสียหายจากการฉีดวัคซีน

ครม. อนุมัติเงินช่วยเหลือ นายจ้าง-ลูกจ้าง -เยียวยาผู้เสียหายจากการฉีดวัคซีน

อนุมัติงบกลาง จำนวน 392.77 ล้านบาท ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้จ่ายในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

นายกฯ ขอให้ทุกคนอดทนกันอีกครั้ง ย้ำเราจะผ่านพ้นช่วง “หัวเลี้ยวหัวต่อ” นี้ไปได้

นายกฯ ขอให้ทุกคนอดทนกันอีกครั้ง ย้ำเราจะผ่านพ้นช่วง “หัวเลี้ยวหัวต่อ” นี้ไปได้

นายกรัฐมนตรี​ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุ สถานการณ์โควิด-19 ได้เดินทางมาถึงจุดที่เป็น “หัวเลี้ยวหัวต่อ” ของภาวะวิกฤตอีกครั้ง