นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา สถานะเฟซบุ๊ก เจ้าหน้าที่รัฐ เลือกตั้ง62

‘พล.อ.ประยุทธ์’ เปลี่ยนสถานะเฟซบุ๊กเป็น ‘บุคคลสาธารณะ’

เฟซบุ๊กของ ‘พล.อ.ประยุทธ์’ เปลี่ยนสถานะจาก “เจ้าหน้าที่รัฐ” เป็น “บุคคลสาธารณะ” คาดเพื่อป้องกันการกระทำที่สุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย

ความเคลื่อนไหวของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตลอดวานนี้ไม่มีภารกิจนอกทำเนียบรัฐบาล แต่ได้ให้การต้อนรับนางแคร์รี หล่ำ ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ที่เข้าเยี่ยมคารวะเนื่องในโอกาสเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกง และนายคิม เช พง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีประจำประเทศไทย

ก่อนที่พลเอกประยุทธ์จะเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล โดยไม่มีกำหนดการนอกสถานที่แต่อย่างใด แต่มีรายงานว่าพลเอกประยุทธ์ไปทำภารกิจส่วนตัว และเป็นที่สังเกตว่าเฟซบุ๊กของ พลเอกประยุทธ์ ที่ใช้สื่อสารกับประชาชนอย่างเป็นทางการ ได้เปลี่ยนสถานะในเฟซบุ๊กจาก “เจ้าหน้าที่รัฐ” เป็น “บุคคลสาธารณะ”

ซึ่งคาดว่าเพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหา และป้องกันการกระทำที่สุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย หลังมีผู้ร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ตรวจสอบคุณสมบัติของพลเอกประยุทธ์ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรคพลังประชารัฐ และอยู่ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง

ขณะที่มีรายงานว่า ในการประชุม กกต.เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีการพิจารณาหนังสือของนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐที่สอบถาม กกต.ในประเด็นการขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียง และเดินช่วยผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐหาเสียงของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าสามารถทำได้หรือไม่

ซึ่ง กกต.ได้พิจารณาข้อกฎหมายแล้วมีมติว่าสามารถทำได้ โดยเป็นไปตามระเบียบว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียง แต่ขอให้พึงระมัดระวังในเรื่องของการใช้ตำแหน่งหน้าที่เป็นคุณเป็นโทษกับผู้สมัครและพรรคการเมือง ซึ่งคาดว่า กกต.จะมีหนังสือตอบกลับไปยังพรรคพลังประชารัฐภายในสัปดาห์นี้

WRITER

RELATED

กลุ่มประชาชนและผู้มีอาชีพขับรถแท็กซี่ ยื่นหนังสือให้กำลังใจนายกฯ

กลุ่มประชาชนและผู้มีอาชีพขับรถแท็กซี่ ยื่นหนังสือให้กำลังใจนายกฯ

ชมรมผู้ขับขี่แท็กซี่ 4.0 และชมรมแท็กซี่ไทยพัฒนา ยื่นหนังสือให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี กรณีทางรัฐบาล ผลักดันให้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชั่นถูกกฎหมาย

‘บิ๊กตู่’ ท้า ‘ทักษิณ’ ให้กลับมา หากแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ภายใน 6 เดือน

‘บิ๊กตู่’ ท้า ‘ทักษิณ’ ให้กลับมา หากแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ภายใน 6 เดือน

วานนี้ 'ทักษิณ' ได้ร่วมพูดคุยในคลับเฮ้าส์ ระบุหากได้กลับไปเป็นนายกฯ จะใช้เวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้นเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ

นายกฯ ตรวจเยี่ยม “ศูนย์บริการวัคซีนจามจุรีสแควร์”

นายกฯ ตรวจเยี่ยม “ศูนย์บริการวัคซีนจามจุรีสแควร์”

นายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่อาคารจัตุรัสจามจุรี

‘บิ๊กตู่’ เผยเร่งเดินหน้า 3 แนวทางแก้โควิด ตั้งเป้าหาวัคซีนเพิ่มเป็น 150 ล้านโดส

‘บิ๊กตู่’ เผยเร่งเดินหน้า 3 แนวทางแก้โควิด ตั้งเป้าหาวัคซีนเพิ่มเป็น 150 ล้านโดส

นายกรัฐมนตรี เผย เดินหน้า 3 แนวทางเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ตั้งเป้าเร่งเพิ่มจำนวนวัคซีน ให้เป็น 150 ล้านโดส หรือมากกว่านั้น

ครม. มีมติเห็นชอบ โอนอำนาจให้นายกฯ 31 พ.ร.บ. แก้โควิด-19

ครม. มีมติเห็นชอบ โอนอำนาจให้นายกฯ 31 พ.ร.บ. แก้โควิด-19

คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบ ร่างประกาศ เรื่อง การกำหนดอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีตามกฎหมายเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ 3)

ผู้ว่าฯอัศวิน เผยนายกฯ ยินยอมจ่ายค่าปรับ 6 พันบาท หลังไม่สวมแมสก์ระหว่างประชุม

ผู้ว่าฯอัศวิน เผยนายกฯ ยินยอมจ่ายค่าปรับ 6 พันบาท หลังไม่สวมแมสก์ระหว่างประชุม

นายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพ การประชุม ซึ่งได้ปรากฏภาพนายกฯ ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยเข้าร่วมในการประชุม

‘บิ๊กตู่’ เผย ‘ปูติน’ ตอบรับขายวัคซีนโควิด Sputnik V ให้กับไทย

‘บิ๊กตู่’ เผย ‘ปูติน’ ตอบรับขายวัคซีนโควิด Sputnik V ให้กับไทย

นายกรัฐมนตรี เผย สั่งการกระทรวงการต่างประเทศ เจรจาหารือกับรัฐบาลรัสเซียโดยตรง เรื่องวัคซีนสปุตนิค

นายกฯ เผยที่ประชุมฯ มีมติ หาวัคซีนโควิดอีก 2-3 ยี่ห้อ เพิ่มอีก 35 ล้านโดส

นายกฯ เผยที่ประชุมฯ มีมติ หาวัคซีนโควิดอีก 2-3 ยี่ห้อ เพิ่มอีก 35 ล้านโดส

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เผย จากการหารือทุกฝ่าย ได้ข้อยุติว่า ประเทศไทยจะจัดหาวัคซีนอีก 2-3 ยี่ห้อเพิ่มเติมอีกประมาณ 35 ล้านโดส นอกเหนือจากที่ดำเนินการไว้แล้วประมาณ 65 ล้านโดส

นายกฯ ขอความร่วมมือช่วยกันดัน GDP ของประเทศ แตะ 4 %

นายกฯ ขอความร่วมมือช่วยกันดัน GDP ของประเทศ แตะ 4 %

นายกรัฐมนตรี เผย รัฐบาลให้ความสำคัญทั้งเศรษฐกิจและสุขภาพ ควบคู่ไปพร้อม ๆ กัน พร้อมขอความร่วมมือทุกฝ่าย ร่วมผลักดัน GDP ของประเทศให้อยู่ในระดับ ไปถึง 4% ได้ในปีนี้และปีหน้า