ร.อ.ธรรมนัส ปฏิเสธไม่เกี่ยวข้อง ผู้ติดตามกักตุนหน้ากากอนามัย

ประเด็นน่าสนใจ

  • คาดขบวนการดิสเครดิต
  • ลุยแจ้งความเอาผิดฐานทำให้เสื่อมเสีย
  • ย้ำหาก ปชช. ไม่ต้องการพร้อมลาออก

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ แถลงข่าวชี้แจงกรณีเพจ”แหม่มโพธิ์ดำ”เปิดเผยข้อมูลนายพิตตินันท์ รักเอียด ซึ่งเป็นคณะทำงานร้อยเอกธรรมนัส มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักตุนหน้ากากอนามัยกว่า 200 ล้านชิ้น โดยยืนยันว่า ไม่เคยรู้จักและไม่เคยติดต่อนายศรสุวีร์ ภู่รวีร์รัศ ผู้ที่โพสต์ขายหน้ากากอนามัย

ส่วนนายพิตตินันท์ ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวเช่นกัน แต่เป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 6 ซึ่งได้คะแนนเป็นลำดับที่ 2 จึงตามนโนบายของพรรคพลังประชารัฐ จึงตั้งให้เป็นคณะทำงานของตนเพื่อทำงานในพื้นที่ต่อ

จากการสอบถามนายพิตตินันท์ ให้ข้อมูลว่าได้ไปพบกับนายศรสุวีร์ ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เพื่อจะนำหน้ากากอนามัยไปแจกในพื้นที่ ไม่ได้มีการพูดคุยซื้อขาย ตนจึงให้นายพิตตินันท์ แจ้งความเอาผิดนายศรสุวีร์ เพื่อยืนยันตนเองว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แล้ว

ยืนยันไม่ส่วนเกี่ยวข้อง ขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัย

ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัย เบื้องต้นได้ประสานไปยังสถานีตำรวจภูธร หนองปรือ จังหวัดชลบุรี ให้เข้าไปตรวจสอบ หากพบมีการกักตุน ตนก็พร้อมที่จะไปทลายแก๊งนี้ด้วยตนเอง และยังได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน นายพิตตินันท์ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่

ซึ่งจะสอบผลภายในวันนี้ หากพบว่ามีความผิดจะไม่เอาไว้และดำเนินคดีถึงที่สุด และส่วนตัวไม่เชื่อว่า นายศรสุวีร์ จะมีหน้ากากอนามัย200 ล้านชิ้นจริง การออกมาโพสต์อาจจะทำเพื่ออยากดัง และตั้งข้อสังเกตว่า นายศรสุวีร์ ก่อนหน้านี้ชอบโพสต์ด่ารัฐบาลจึงไม่ทราบว่าการทำแบบนี้หวังผลอะไรหรือไม่

ลั่นพร้อมออกทันทีหาก ปชช.ไม่ต้องการ

ทั้งนี้ตนไม่ถอดใจกับเรื่องดังกล่าว ว่าจะเป็นประเด็นในการปรับคณะรัฐมนตรี หากประชาชนไม่ต้องการตนเองก็พร้อมจะไปทันที เพราะไม่มีอาชีพเป็นการเมือง พร้อมระบุว่าได้ชี้แจ้งเรื่องดังกล่าวกับนายกรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นห่วงเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

ด้าน นายพิตตินันท์ รักเอียด คณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า) ชี้แจงภายหลังถูกพาดพิงมีส่วนร่วมกักตุนและจำหน่ายหน้ากากอนามัยในราคาสูง ว่า

ในเบื้องต้นตนได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายศรสุวีร์ ภู่รวีรัชวชรี ที่สถานีตำรวจภูธรท่าชนะ จังหวัดสุราษฎรธานี ใน 2 ข้อหา พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ และการกักตุนสินค้า ส่วนการแอบอ้างชื่อตนนั้น ให้ทนายความดำเนินการต่อไป ย้ำต้องดำเนินการให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เนื่องจากทำให้เกิดความเสื่อมเสียทั้งตนและร้อยเอกธรรมนัส

ทั้งนี้ยืนยันว่า ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งเชื่อว่าเป็นการตลาดของถูกที่โพสต์เฟสบุ๊คเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ ซึ่งตนไม่รู้เรื่อง และไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว ได้พบกันเพียง 2ชั่วโมงเท่านั้น

ส่วนที่นายศรสุวีร์ โพสต์เฟสบุ๊คขอบคุณตนในฐานะพี่ชาย ทำให้เข้าใจกันได้ว่าสนิทสนมนั้น นายพิตตินันท์ ปฏิเสธว่ามีความสนิทสนม ซึ่งยืนยันว่าเป็นการพบกันเพียงครั้งเดียว และย้ำว่าไม่เคยเจรจาหรือพูดคุยในเรื่องหน้ากากกับนายศรสุวีร์

WRITER