บ้านเอื้ออาทร ปารีณา ไกรคุปต์ วัฒนา เมืองสุข เอื้ออาทร

ศาลนัดเรียก​ “วัฒนา” เข้าไต่สวนปมถูกพาดพิงคดีบ้านเอื้ออาทร​

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง​ ศา​ลนัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องในคดีที่ นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำเลยที่ 1 คดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ ได้ขอให้ศาลเรียก น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ มาสอบถามและวินิจฉัยกรณีที่นายวัฒนาอ้างว่า น.ส.ปารีณา…

Home / NEWS / ศาลนัดเรียก​ “วัฒนา” เข้าไต่สวนปมถูกพาดพิงคดีบ้านเอื้ออาทร​

ประเด็นน่าสนใจ

  • ศาลนัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้อง คดีที่ ‘วัฒนา’ ฟ้อง ‘ปารีณา’ โพสต์วิจารณ์โครงการบ้านเอื้ออาทร
  • วันนี้ผู้สื่อข่าวไม่พบปารีณา

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง​ ศา​ลนัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องในคดีที่ นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำเลยที่ 1 คดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ

ได้ขอให้ศาลเรียก น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ มาสอบถามและวินิจฉัยกรณีที่นายวัฒนาอ้างว่า น.ส.ปารีณา

น่าจะกระทำการที่ขัดต่อคำสั่งศาลเกี่ยวกับข้อกำหนดที่วางไว้ในคดีบ้านเอื้ออาทร จากกรณีที่มีการโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวพาดพิงนายวัฒนา และการเบิกความในคดีบ้านเอื้ออาทร

โดยวันนี้​ นายวัฒนา​ เมือง​สุข​ เดินทางมาที่ศาลพร้อมทีมทนายความ​ แต่ไม่มีนางสาวปารีณา​ ผู้ถูกร้อง​ ส่วนคดีนี้ศาลได้กำหนดนัดฟังคำสั่งไว้ล้วงหน้า​ วันที่​ 24​ ก.พ.​63​ ที่จะถึงนี้​

ขณะที่นายวัฒนา เมืองสุข ก่อนเข้าฟังการไต่สวน ได้ออกมาแวะทักทายกับสื่อมวลชนที่รอด้านหลังศาล แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ

สำหรับคดีทุจริตบ้านเอื้ออาทรนั้น ก่อนหน้านี้ ระหว่างการไต่สวนพยานโจทก์ ศาลได้ออกข้อกำหนด เมื่อวันที่ 15 ก.ค.62 ว่า หลังจากที่มีการรายงานเกี่ยวกับคดีจนอาจกระทบการพิจารณาได้ องค์คณะฯ จึงได้ออกข้อกำหนดระหว่างการพิจารณา ห้ามไม่ให้ผู้ใดกระทำการ

1.ให้ข่าว, รายงาน หรือย่อเรื่องกระบวนพิจารณาคดีอย่างไม่เป็นธรรม และไม่ถูกต้อง

2.ทำการวิภาค (ภาษาตามกฎหมาย) โดยไม่เป็นธรรมในการดำเนินคดีของคู่ความ หรือคำพยานหลักฐาน รวมทั้งการแถลงข้อความที่เป็นการเสื่อมเสียชื่อเสียงของคู่ความ, พยาน

3.ชักจูงให้เกิดมีคำพยานเท็จ โดยการกระทำนั้นประสงค์จะให้มีอิทธิพลเหนือความรู้สึกของประชาชน หรือเหนือศาล, คู่ความ, พยานหลักฐาน ที่จะมีผลทำให้การพิจารณาคดีเสียความยุติธรรมไป โดยการออกข้อกำหนดดังกล่าวเป็นไปตามอำนาจประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ป.วิ.แพ่ง) มาตรา 30, 32, 33