กราดยิงร้านทอง ปล้นร้านทองลพบุรี โจรปล้นร้านทอง

เรียกสอบ 3 ผู้ต้องสงสัย คดีปล้นร้านทองลพบุรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดสืบสวนสอบสวน เผยความคืบหน้าการทำงานของตำรวจเมื่อเข้าสู่วันที่ 5 ของคดีคนร้ายชิงทองแล้วกราดยิง ที่ จ.ลพบุรี ส่งผลให้มีคนเสียชีวิต ขณะนี้มีผู้ต้องสงสัย 3 ราย ที่ทางตำรวจเชื่อว่าเป็นคนร้าย และสามารถระบุได้อย่างชัดเจนแล้ว ด้วยพยานหลักฐานที่ใกล้เคียงที่สุด รายแรกเป็นลูกหลานผู้มีอิทธิพลในจังหวัด…

Home / NEWS / เรียกสอบ 3 ผู้ต้องสงสัย คดีปล้นร้านทองลพบุรี

ประเด็นน่าสนใจ

  • รายงานข่าวระบุว่า มีผู้ต้องสงสัย 3 ราย ที่ทางตำรวจเชื่อว่าเป็นคนร้าย ในคดีปล้นร้านทองลพบุรี
  • หนึ่งในผู้ต้องสงสัยเป็นลูกหลานผู้มีอิทธิพลในจังหวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดสืบสวนสอบสวน เผยความคืบหน้าการทำงานของตำรวจเมื่อเข้าสู่วันที่ 5 ของคดีคนร้ายชิงทองแล้วกราดยิง ที่ จ.ลพบุรี ส่งผลให้มีคนเสียชีวิต ขณะนี้มีผู้ต้องสงสัย 3 ราย ที่ทางตำรวจเชื่อว่าเป็นคนร้าย และสามารถระบุได้อย่างชัดเจนแล้ว ด้วยพยานหลักฐานที่ใกล้เคียงที่สุด

รายแรกเป็นลูกหลานผู้มีอิทธิพลในจังหวัด เนื่องมีท่าทางการเดินคล้ายกับคนร้าย ส่วนรายที่สองเป็นบุคคลมีสี และรายสุดท้ายเป็นพลเรือน

ซึ่งทั้ง 3 เป็นคนในพื้นที่จังหวัดลพบุรีทั้งหมด ตำรวจอยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบอีกครั้ง จากนี้จะเตรียมขอหมายค้นเป้าหมายผู้ที่ครอบครองอาวุธปืนลักษณะใกล้เคียงกับที่คนร้ายใช้

จากการตรวจสอบมีคนใช้ปืนลักษณะนี้ในจังหวัดลพบุรี 300 กระบอก ตัดลงเหลือ 13 กระบอกแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบปืน 13 กระบอกนี้

โดยจะนำอาวุธปืนไปเทียบเคียงกับหัวกระสุนปืนที่ทางแพทย์ผ่าชันสูตรศพผู้เสียชีวิตอีกครั้งเพื่อหาว่าอาวุธปืนกระบอกใดตรงกับที่ใช้ก่อเหตุ เพื่อจะได้ทราบว่าคนร้ายคือใคร

นอกจากนี้ ยังไม่ตัดประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวของหนึ่งในผู้เสียหายทิ้ง เนื่องจากมีพยานได้เข้าให้เบาะแสกับทางตำรวจ

ระบุว่า พบเห็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหยื่อ นำรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ สีแดง-ดำ ที่มีลักษณะคล้ายกับคนร้ายใช้ขับขี่หลบหนีเก็บซ่อนไว้ในบ้านหลังหนึ่ง แต่ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังค้นหาไม่พบ

สำหรับการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม พบว่า มีกล้องวงจรปิดละแวกที่เกิดเหตุสามารถบันทึกภาพชายต้องสงสัยที่เชื่อว่าเป็นคนร้ายรายนี้ ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีแดง-ดำ แล้วไม่มีการปิดบังใบหน้า สวมหมวกกันน็อกแบบครึ่งใบ แต่เป็นภาพที่บันทึกจากระยะไกล ทำให้เป็นอุปสรรคการทำงาน ก่อนคนร้ายจะหายไปจากกล้อง ไม่นานก็มาเกิดเหตุดังกล่าว

โดยหลังก่อเหตุเสร็จคนร้ายได้ใช้เส้นทางออกถนนบายพาส ต.โพตลาดแก้ว อ.เมือง จังหวัดลพบุรี

ล่าสุดไปปรากฏที่จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งมีระยะทางจากจังหวัดเกิดเหตุไม่เกิน 150 กิโลเมตร ซึ่งมีความเป็นไปได้เพราะรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ หากเติมน้ำมันเต็มถังจะสามารถขับได้เพียงแค่ในระยะดังกล่าวเท่านั้น ไม่อย่างนั้นต้องมีการแวะเติมน้ำมันเพิ่ม ซึ่งเสี่ยงจะถูกพยานและวงจรปิดเห็นตัว