ทวงคืนผืนป่า ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า ป่าสัก

ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า บุกทวงคืนผืนป่าลุ่มน้ำป่าสักกว่า 3 พันไร่

เจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า บุกทวงคืนผืนป่าลุ่มน้ำป่าสักกว่า 3,000 ไร่ หลังพบนายทุนภาคใต้ บุกรุกครอบครอง ปลูกยางทำสวนมะขาม กาแฟ อ้างชาวบ้านบังหน้า

เมื่อวานนี้ (2 ก.พ.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ภายใต้การอำนวยการของนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป) พลโทเรืองสิทธิ์ มิตรภานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.4 กอ.รมน.) ได้สั่งการให้นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า พันเอกพงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. นางปิณฑิรา เก่งการพานิช นายอำเภอหล่มเก่า นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ และนายบุญลาภ สุกใส ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 สาขาพิษณุโลก สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้บูรณาการร่วมฝ่ายปกครองอำเภอหล่มเก่า ทหาร ตำรวจ เปิดปฏิบัติการทวงคืนผืนป่า

โดยการบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มทุนขบวนการที่เข้ามายึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนฯต้นน้ำลำธารของแม่น้ำป่าสัก เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการบังคับใช้กฎหมาย ภายใต้แผนพลิกฟื้นผืนป่าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน กําหนดให้มีการดําเนินคดี กับกลุ่มทุน โดยใช้แนวทางการปฏิบัติตามคําสั่ง คสช.ที่ 64 66/2557 ในเขตพื้นที่หมู่ 1 บ้านวังขอน และ หมู่ 2 บ้านห้วยอีจีน ต.ตาดกลอย อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำป่าสักตรงข้ามกับยอดภูขี้ไก่ ที่มีการออกโฉนดโดยมิชอบ โดยการทำสวนมะขาม สวนยางพารา ไร่กาแฟ และ ใบยาสูบ หลังชุดปฏิบัติการข่าวตรวจสอบข้อมูลพบมีนายทุนจากภาคใต้เข้ามาบุกรุกพื้นที่ป่า มีพฤติการณ์เอาชาวบ้านบังหน้ารับผิดแทน

จากการตรวจสอบ พบการบุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มน้ำป่าสักกว่า 3,000 ไร่ มีการปลูกยางพารา กาแฟ และมะขาม บางส่วนให้ชาวบ้านปลูกยาสูบบังหน้า และบางพื้นที่มีการตัดโค่นต้นไม้ เพื่อขยายการครอบครองพื้นที่ โดยพื้นที่ตรวจยึดในครั้งนี้ อยู่ริมฝั่งแม่น้ำป่าสักตรงข้ามกับยอดเขาภูขี้ไก่ ที่ชุดปฏิบัติการได้ลงพื้นที่ตรวจยึดเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ขณะตรวจสอบพบชาวบ้าน 2 คน สอบถามให้การว่า รับจ้างดูแลพื้นที่ให้นายทุนจากภาคใต้ โดยให้ปลูกยาสูบเลี้ยงชีพ เพื่อแลกกับค่าจ้างในการดูแลพื้นที่ให้นายทุน และให้แผ้วถางขยายพื้นที่เรื่อยๆ

เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมข้อมูล นำเรื่องราวร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหล่มเก่า เพื่อดำเนินการนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้เตรียมขยายผลพื้นที่ข้างเคียงทั้งหมด เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว เป็นป่าต้นน้ำที่สำคัญของแม่น้ำป่าสัก

WRITER

RELATED