กนง. ดอกเบี้ยนโยบาย ธนาคารแห่งประเทศไทย

มติ กนง. 4 ต่อ 2 คงดอกเบี้ยนโยบาย 1.75 % ต่อปี

คัดลอก URL แล้ว

นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลการประชุมกนง. ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 

คณะกรรมการฯ มีมติ4 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.75 ต่อปี โดย 2 เสียงเห็นควรให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 จากร้อยละ 1.75 เป็นร้อยละ 2.00 ต่อปี ในการประชุมครั้งนี้ กรรมการ 1 ท่านลาประชุม

ทั้งนี้ กนง. ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่องตามแรงส่งของอุปสงค์ในประเทศ แม้อุปสงค์ต่างประเทศชะลอลง อัตราเงินเฟ้อทั่วไปได้รับแรงกดดันจากราคาพลังงานที่ลดลงและมีความเสี่ยงด้านต่่าเพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานทยอยปรับสูงขึ้นใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ ภาวะการเงินโดยรวมยังอยู่ในระดับผ่อนคลายและเอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่มีปัจจัยเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงินในอนาคตที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

คณะกรรมการฯ เห็นว่า นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายในระดับปัจจุบันมีส่วนช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจและสอดคล้องกับกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ กรรมการส่วนใหญ่จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ ส่วนกรรมการ 2 ท่านเห็นว่า เศรษฐกิจยังขยายตัวต่อเนื่องในระดับที่ใกล้เคียงกับศักยภาพ แม้อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับเพิ่มขึ้น
อีกร้อยละ 0.25 ภาวะการเงินโดยรวมจะยังอยู่ในระดับผ่อนคลายและสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ จึงเห็นควรให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงด้านเสถียรภาพระบบการเงิน และสะสมขีดความสามารถในการด่าเนินนโยบายการเงิน (policy space) ส่าหรับอนาคต

เศรษฐกิจไทยในภาพรวมมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องใกล้เคียงศักยภาพ แม้ต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงด้านต่่าเพิ่มขึ้นตามการส่งออกสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอลง ผลของมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมทั้งผลจากวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ชะลอลง ขณะที่การท่องเที่ยวมีแนวโน้มดีขึ้นโดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัวเร็วกว่าคาด แรงส่งของอุปสงค์ในประเทศขยายตัวต่อเนื่อง การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวตามรายได้ครัวเรือนทั้งในและนอกภาคเกษตรที่ปรับดีขึ้นและกระจายตัวมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ แต่ยังได้รับแรงกดดันจากหนี้ภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง

ส่าหรับการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวตามการย้ายฐานการผลิตมายังไทย และโครงการร่วมลงทุนของรัฐและเอกชนในโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐมีแนวโน้มขยายตัวต่่ากว่าที่ประเมินไว้ตามการเบิกจ่ายจริงและกรอบวงเงินงบประมาณทั้งรายจ่ายประจ่าและรายจ่ายลงทุน รวมถึงความล่าช้าในโครงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจบางแห่ง คณะกรรมการฯ จะติดตามความเสี่ยงด้านต่างประเทศทั้งจากมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน และแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนรวมทั้งความคืบหน้าของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ส่าคัญและผลต่อเนื่องไปยังการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป


แท็ก: NEWS , , ,
WRITER

RELATED

แบงก์ชาติแจงความเข้าใจผิดเรื่องขาดทุนสะสม 1.069 ล้านล้านบาท

แบงก์ชาติแจงความเข้าใจผิดเรื่องขาดทุนสะสม 1.069 ล้านล้านบาท

ก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่เรื่องขาดทุนสะสมของแบงก์ชาติ มูลค่า 1.069 ล้านล้านบาท และนำมารวมเป็นหนี้สาธารณะของประเทศ

ไทยยังถูกจัดอยู่ใน monitoring list แต่ไม่กระทบการค้ากับสหรัฐฯ

ไทยยังถูกจัดอยู่ใน monitoring list แต่ไม่กระทบการค้ากับสหรัฐฯ

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่าประเทศไทยยังคงถูกจัดอยู่ใน monitoring list ต่อเนื่องจากการประเมินครั้งก่อน

ธปท. แจงกรณี ‘คูปองเป็ด’ ต้องถามตำรวจว่าผิดกฎหมายหรือไม่

ธปท. แจงกรณี ‘คูปองเป็ด’ ต้องถามตำรวจว่าผิดกฎหมายหรือไม่

ก่อนหน้านี้ในการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร มีการแจกธนบัตรราษฎร หรือ คูปองเป็ด แลกซื้อของภายในกิจกรรมการชุมนุม

ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศ 27 ก.ค.63 หยุดชดเชยสงกรานต์

ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศ 27 ก.ค.63 หยุดชดเชยสงกรานต์

ครม. มีมติอนุมัติให้วันที่ 27 ก.ค.63 เป็นวันหยุดราชการ เพื่อชดเชยวันหยุดสงกรานต์ 1 วัน

แบงก์ชาติเตือนอย่าเชื่อลงทุน 1 พันได้ 1 ล้าน

แบงก์ชาติเตือนอย่าเชื่อลงทุน 1 พันได้ 1 ล้าน

นายพฤทธิพงศ์ ศรีมาจันทร์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกฎหมาย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า กองบังคับการปราบปรามได้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดกรณีหลอกลวงประชาชนให้นำเงินมาลงทุน 1,000 บาท เพื่อได้ผลตอบแทน 1 ล้านบาท โดยอ้างว่าผลตอบแทนจะได้มาจากการโอนเงินจากต่างประเทศเข้ามาประเทศไทย ซึ่งได้มีการแอบอ้างชื่อ…

30 ธ.ค. ธนาคารเปิดบริการตามปกติ ไม่หยุดตามมติ ครม.

30 ธ.ค. ธนาคารเปิดบริการตามปกติ ไม่หยุดตามมติ ครม.

จากกรณีที่ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ วันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม 2562 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ ในปี 2562 เพื่อให้มีวันหยุดต่อเนื่องในช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่ จะได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจมีการจับจ่ายใช้เงินในช่วงเทศกาลแห่งความสุข ก่อนที่จะให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาถึงความเหมาะสมในการประกาศให้วันดังกล่าวหยุดทำการนั้น หยุดยาว 5 วัน!!…

แบงก์ชาติเผย ค่าเงินบาทแข็ง-ค่าเงินบาทอ่อน ใครได้ใครเสียประโยชน์?

แบงก์ชาติเผย ค่าเงินบาทแข็ง-ค่าเงินบาทอ่อน ใครได้ใครเสียประโยชน์?

เฟซบุ๊ค ธนาคารแห่งประเทศไทย – Bank of Thailand ให้ข้อมูลว่า ค่าเงินบาทแข็ง VS ค่าเงินบาทอ่อน ใครได้ใครเสีย? โดยระบุว่า  ค่าเงินบาทหรืออัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทเทียบกับเงินสกุลต่างประเทศ มีการเปลี่ยนแปลงตามภาวะตลาด เช่น ในช่วงที่ค่าเงินบาทแข็ง…

ธปท. ดึง Non-bank 19 แห่งร่วมโครงการ ‘คลินิกแก้หนี้’ ระยะที่ 2 เริ่ม 15 พ.ค. นี้

ธปท. ดึง Non-bank 19 แห่งร่วมโครงการ ‘คลินิกแก้หนี้’ ระยะที่ 2 เริ่ม 15 พ.ค. นี้

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า โครงการคลินิกแก้หนี้ เป็นโครงสร้างพื้นฐานกลางที่สำคัญของประเทศที่มุ่งช่วยเหลือประชาชนที่มีหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคล ที่ไม่มีหลักประกันกับเจ้าหนี้หลายราย ซึ่งปกติการปรับโครงสร้างหนี้จะทำได้ยากเนื่องจากเจ้าหนี้แต่ละราย มีหลักเกณฑ์ที่ต่างกันและลูกหนี้จะต้องเจรจากับเจ้าหนี้แต่ละรายด้วยตนเอง โดยบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) จะเป็นหน่วยงานกลางที่เจรจากับลูกหนี้แทนเจ้าหนี้ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนรายย่อยมีโอกาส…

กนง. มีมติเอกฉันท์ คงดอกเบี้ยนโยบาย 1.75% ต่อปี

กนง. มีมติเอกฉันท์ คงดอกเบี้ยนโยบาย 1.75% ต่อปี

นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลการประชุม กนง. ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2562 ว่า คณะกรรมการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.75…