ฉาววงการศึกษา! ทุจริตอาหารกลางวันเด็กนักเรียน “น้ำลดตอผุด” ยิ่งขุดก็ยิ่งเจอ

กรณีทุจริตอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะโรงเรียนบ้านท่าใหม่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่มีปัญหาในลักษณะเดียวกัน หากเปรียบเทียบกรณีทุจริตอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ที่ถูกแฉไม่เว้นแต่ละวัน เป็นดั่งสุภาษิต “น้ำลดตอผุด” ในยุคโซเชียลมีเดีย แบ่งบาน ก็คงไม่ผิดนัก เพราะยิ่งขุด ก็ยิ่งเจอแทบทุกพื้นที่…

Home / NEWS / ฉาววงการศึกษา! ทุจริตอาหารกลางวันเด็กนักเรียน “น้ำลดตอผุด” ยิ่งขุดก็ยิ่งเจอ
กรณีทุจริตอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะโรงเรียนบ้านท่าใหม่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่มีปัญหาในลักษณะเดียวกัน

หากเปรียบเทียบกรณีทุจริตอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ที่ถูกแฉไม่เว้นแต่ละวัน เป็นดั่งสุภาษิต “น้ำลดตอผุด” ในยุคโซเชียลมีเดีย แบ่งบาน ก็คงไม่ผิดนัก เพราะยิ่งขุด ก็ยิ่งเจอแทบทุกพื้นที่

ไล่เรียงมาตั้งแต่กรณี ฉาวโฉ่ของอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่โกงงบประมาณอาหารกลางวัน เหลือให้นักเรียนชั้นอนุบาล ทานแค่เส้นขนมจีนคลุกน้ำปลา หรือน้ำซุปวิญญาณเนื้อสัตว์

ไม่ต่างจากโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี ที่แฟนเพจ “แหม่มโพธิ์ดำ” แฉภาพปริมาณอาหารกลางวัน อันน้อยนิดของเด็กนักเรียน ไม่สมกับงบประมาณที่ได้ปีละเกือบ 2 แสนบาท

จนมาถึงกรณีของโรงเรียนในอำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ที่วัตถุดิบทำอาหารกลางวัน ล่องหนหายไปหลายรายการ รวมหลายสิบกิโลกรัม

เมื่อสาวลึกลงไป จะพบพฤติกรรมทุจริตตั้งแต่การจัดซื้อวัตถุดิบจากตลาดในราคาปกติ แต่ขอเบิกจ่ายเกินราคา หรือจัดส่งไม่ครบถ้วนตามใบสั่งซื้อ แต่ลงนามเบิกค่าวัตถุดิบครบเต็มจำนวน

อย่างไรก็ตาม เมื่อ “ต้อตอ” ถูกแฉ กลับมีการลงโทษแค่ย้ายออกนอกพื้นที่ หรือเด้งเข้ากรุสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาของจังหวัดนั้นๆ และตั้งคณะกรรมการสอบ แต่กลับไม่มีการเอาผิดทางอาญา หรือให้ชดใช้ค่าเสีย ก่อนลงเอยด้วยเรื่องเงียบหาย

ขณะที่ล่าสุด นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้คลอด 3 มาตรการ เพื่อแก้ปัญหาโกงอาหารกลางวันเด็ก ได้แก่ ให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ตั้งคณะทำงานออกสุ่มตรวจ ขอความร่วมมือผู้ปกครอง ดูแลเรื่องเมนูอาหาร โดยให้ทางโรงเรียนทำเมนูล่วงหน้า 1-2 สัปดาห์ พร้อมประชาสัมพันธ์สร้างจิตสำนึก

มาตรการทั้งหมดนี้ อาจช่วยแก้ปัญหาได้เพียงเบื้องต้น แต่หากผู้เกี่ยวข้องโดยตรง ยังไม่มีจิตสำนึกในเรื่องทุจริต ก็ยากที่จะแก้ปัญหาได้ในระยะยาว และเด็กๆ ก็คงต้องรับกรรมต่อไป