กฎหมายกัญชา กัญชา กัญชาทางการแพทย์

กว่าจะมาเป็น ‘กัญชา’ ทางการแพทย์ถูกกฎหมายต้นแรกของไทย!?

คัดลอก URL แล้ว

แรงไม่ตกจริงๆ กับประเด็น ‘กัญชา’ ทางการแพทย์ในประเทศไทย ที่ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน ให้ความสนใจเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวอย่างมาก ซึ่งล่าสุดทางเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้มีการเผยแพร่พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562 เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2562 ที่ระบุให้ “กัญชา” และ “กระท่อม” สามารถนำมาใช้ในทางการแพทย์เพื่อรักษาโรคได้

ซึ่งจากประกาศของทางราชกิจจานุเบกษา ทำให้ประเทศไทยถือได้ว่าเป็นชาติแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่อนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และการวิจัยทางวิทยาศาตร์ได้ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้หลายประเทศทั่วโลกได้แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย เพื่อเปิดโอกาสให้มีการอนุญาตให้ประชาชนใช้กัญชา และพืชกระท่อมเพื่อประโยชน์ในการรักษาโรคและประโยชน์ในทางการแพทย์ได้

หากกล่าวย้อนกลับไปประเทศไทยว่าด้วยกฎหมายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ได้มีการแบ่งยาเสพติดให้โทษออกเป็น 5 ประเภท เพื่อประโยชน์ในการกำหนดวิธีการควบคุมที่แตกต่างกันออกไปตามความเหมาะสม

เนื่องจากแต่ละประเภทมีอันตราย และความจำเป็นในทางการแพทย์ไม่เหมือนกัน โดย ‘กัญชา’ นั้นจัดอยู่ในประเภท 5 ยาเสพติดให้โทษ ซึ่งอยู่กลุ่มเดียวกับ พืชกระท่อม พืชฝิ่น และพืชเห็ดขี้ควาย ซึ่งมีโทษทางอาญากับผู้เสพและผู้ครอบครองและไม่มีการอนุญาตให้นำมาใช้ในทางการแพทย์แต่อย่างใด

มาทำความรู้จักกับ ‘กัญชา’

กัญชา หรือชื่อในทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า Cannabis indica (Cannabis sativa forma indica) หรือในภาษาไทยเรียกว่า ปุ๊น หรือ เนื้อ เป็นชื่อของพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง ในวงศ์ Cannabidaceae ใบมนแฉกลึกเข้าไปทางก้านหลายแฉก ดอกสีเขียว ช่อดอกเพศผู้และช่อดอกเพศเมียอยู่ต่างต้นกัน ใบและช่อดอกเพศเมียที่แห้งใช้สูบมีสรรพคุณทำให้มึนเมา เปลือกลำต้นใช้ทำเชือกป่านและทอผ้า

โดยจากงานวิจัยทางการแพทย์พบว่า ‘กัญชา’ มีสาร 2 ชนิด ที่ถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ได้แก่
1. สาร CBD (Cannabidiol) มีคุณสมบัติลดอาการคลื่นไส้อาเจียนและการบวมอักเสบของแผล
2. สาร THC(Tetrahydrocannabinol) มีคุณสมบัติช่วยให้ความรู้สึกผ่อนคลายและลดอาการปวด

กว่าจะมาเป็น ‘กัญชา’ ทางการแพทย์ถูกกฎหมายต้นแรกของอาเซียน – ต้นแรกของประเทศไทย

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าด้วยกฎหมายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522  ‘กัญชา’ นั้นจัดอยู่ในประเภท 5 ยาเสพติดให้โทษ ซึ่งมีโทษทางอาญากับผู้เสพและผู้ครอบครอง เราจึงเห็นตามข่าวสารต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง เวลาเจ้าหน้าที่จับกุมกัญชาอัดแท่งทั้งรายเล็กรายใหญ่ รวมทั้งกลุ่มคนที่ปลูกต้นกัญชาส่งขายก็มีให้เห็นเช่นกัน

ประเด็นกัญชาเสรีในไทยนั้น เริ่มมาการถกเถียงมาสักระยะหนึ่งแล้ว อาทิ เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 58 มีการจัดงานเสวนาในหัวข้อ “ความเป็นไปได้ในการลดทอนความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด: กรณีศึกษากัญชา” เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับกัญชา โดยมีประเด็นสำคัญ 3 ข้อ ที่มองว่า บทลงโทษรุนแรงเกินไป

การลงทุนปราบปรามกัญชาเสียมากกว่าได้ และการจับกุมทำให้ผู้เสพกัญชามีประวัติอาชญากรติดตัว ทำให้หางานทำยาก  นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานต่างๆจัดเสวนาพูดคุยถึงประเด็น ‘กัญชาเสรี’ ในไทยกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งเป็นกระแสข่าวที่คนไทยให้ความสนใจอย่างมาก

จะเห็นได้ว่าในช่วง 3-4 ปี ที่ผ่านมา มีทั้งหน่วยงาน องค์กรอิสระต่างๆ รวมทั้งกลุ่มคนที่สนับสนุนให้มีการแก้ไขข้อกฎหมายยาเสพติด พร้อมผลักดันให้มีการศึกษาวิจัย ‘กัญชา’ เพื่อนำมาใช้ทางการแพทย์อย่างเป็นรูปธรรม

กระทั่งเมื่อวันที่ 14 ก.พ.62 ที่ผ่านมา ภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษ ได้อนุญาตให้องค์การเภสัชกรรมทำการปลูกกัญชาทางการแพทย์ พร้อมทั้งได้ลงนามในหนังสืออนุญาตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้องค์การฯ ได้ดำเนินการปลูกกัญชาทางแพทย์ สำหรับเป็นวัตถุดิบนำมาสกัดเป็นสารสกัดกัญชาทางการแพทย์

เพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ยาจากกัญชาชนิด น้ำมันหยดใต้ลิ้น (Sublingual Drop) สำหรับนำไปใช้ในการทดลองทางคลินิกในผู้ป่วยที่ร่วมโครงการวิจัย ก่อนมีการประกาศอย่างเป็นทางการจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้มีการเผยแพร่พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562 เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2562 ที่ระบุให้ “กัญชา” และ “กระท่อม” สามารถนำมาใช้ในทางการแพทย์เพื่อรักษาโรคได้

โครงการผลิตสารสกัดต้นแบบ ‘กัญชา’ ทางการแพทย์ขององค์การเภสัชกรรม

“ระยะที่ 1” การปลูกกัญชาทางการแพทย์ที่ถูกต้องตามกฎหมายต้นแรกในอาเซียน ซึ่งเมล็ดพันธุ์กัญชาที่ใช้ปลูกครั้งนี้เป็นเมล็ดจากสายพันธุ์ลูกผสม ที่มีคุณภาพเมล็ดพันธุ์สูง ปลูกในอาคาร (Indoor) ด้วยเทคโนโลยีระบบรากลอย (Aeroponics) ซึ่งเป็นระบบหนึ่งในระบบการปลูกกัญชาเกรดมาตรฐานทางการแพทย์ หรือ Medical Grade บนพื้นที่ 100 ตารางเมตร ขององค์การเภสัชกรรม อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

ซึ่งระบบ Aeroponics หรือระบบรากลอย จะทำให้สามารถควบคุมสารอาหารให้เป็นไปตามมาตรฐานและได้ปริมาณสารสำคัญตามสัดส่วนและปริมาณ THC และ CBD ที่เหมาะสมสำหรับมาใช้ทางการแพทย์ และที่สำคัญจะไม่มีการปนเปื้อน โลหะหนักและยาปราบศัตรูพืช ซึ่งหากปลูกกัญชาบนดินทั่วๆ ไป แล้วธรรมชาติของกัญชาจะมีคุณสมบัติพิเศษที่ดูดซึมสารพิษเหล่านั้นได้ดีกว่าพืชชนิดอื่น

โดยประมาณเดือนกรฎาคม 2562 จะสามารถนำมาสกัดเป็นสารสกัดต้นแบบกัญชาทางการแพทย์ และผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ยาจากกัญชาชนิดน้ำมัน หยดใต้ลิ้น (Sublingual Drop) ได้ประมาณ 2,500 ขวด ขวดละ 5 มิลลิลิตร

“ระยะที่ 2” โครงการการปลูกกัญชาทางการแพทย์ในระดับกึ่งอุตสาหกรรม (Pilot Phase) ระยะที่ 2 ใช้งบประมาณ 164.04 ล้านบาท ที่อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี บนพื้นที่ 1,000 ตารางเมตร มีทั้งปลูกในอาคาร indoor และโรงเรือนปลูกพืช (greenhouse) เพื่อวิจัย และพัฒนาสายพันธุ์ ที่ให้สารสำคัญสูง และทนต่อโรคต่างๆ และสามารถปลูกในโรงเรือนปลูกพืช ที่ลดต้นทุนลงมาได้ต่อไป การผลิตสารสกัดกัญชาทางการแพทย์

“ระยะที่ 3” การผลิตสารสกัดกัญชาทางการแพทย์ในระดับอุตสาหกรรม (Industrial Phase) โดยเริ่มการปลูกและผลิตสารสกัดระดับอุตสาหกรรมแบบครบวงจรภายในเดือนมกราคม 2564 ที่พื้นที่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี

พ.ร.บ.นิรโทษกรรม สำหรับผู้ครอบครองกัญชา

เมื่อวันที่ 26 ก.พ.62 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้มีการประกาศ กระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดให้ยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชาตกเป็นของกระทรวงสาธารณสุข หรือให้ทำลายกัญชาที่ได้รับมอบจากบุคคล ซึ่งไม่ต้องรับโทษ ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7 ) พ.ศ. 2562 จำนวน 3 ฉบับ เกี่ยวกับการนิรโทษครอบครองกัญชาใน 3 กลุ่ม (อ่านข่าวเพิ่มเติม>>> มีผลแล้ววันนี้ นิรโทษกรรม ผู้ครอบครองกัญชา !!)

โมเดล ‘กัญชาเสรี’ ในต่างประเทศ?

เป็นที่ทราบกันดีว่าในหลายๆประเทศ ทั้งฝั่งอเมริกาเหนือ-ใต้ ฝั่งยุโรป อนุญาตให้มีการปลูกกัญชา ครอบครอง ตามกฎหมายที่กำหนดไว้ บางประเทศมีการทำธุรกิจกัญชาแบบเสรีสามารถสร้างเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ประเทศตัวเอง

ประเทศอุรุกวัย ซึ่งเป็นประเทศแรกที่อนุญาตให้ปลูก จำหน่าย และใช้กัญชาได้ รวมถึงการเสพกัญชาเพื่อนันทนาการเป็นเรื่องถูกกฎหมาย โดยระบุไว้ว่าผู้อาศัยในอุรุกวัยที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และลงทะเบียนกับรัฐบาลสามารถซื้อกัญชาจากร้านขายยาที่ได้รับอนุญาตได้ไม่เกินเดือนละ 40 กรัม อนุญาตให้ปลูกกัญชาภายในบ้านได้ปีละ 6 ต้น และอนุญาตให้ตั้งสมาคมผู้สูบกัญชา 15-45 คน ซึ่งจะปลูกกัญชาได้ปีละ 99 ต้น

โดยทางฝั่งยุโรปอย่าง ประเทศสเปน เป็นประเทศแรกๆ ที่เปิดให้กัญชาถูกกฎหมาย และอนุญาตให้ประชาชนสามารถใช้และปลูกเองภายในบ้านได้ตามจำนวนที่กำหนด แต่ห้ามนำออกมาขายและซื้อ

ประเทศเนเธอร์แลนด์ ให้ปลูกกัญชาในประเทศได้ แต่จำกัดครัวเรือนละ 5 ต้น หากเกินกว่านั้นถือว่าผิดกฎหมาย

กรุงปราก ของสาธารณรัฐเช็ก ก็เป็นอีกเมืองที่สามารถปลูกกัญชาในครอบครองได้ 5 ต้น และพกติดตัวได้สูงสุด 15 กรัม

ประเทศแคนาดา เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการใช้กัญชาสูงที่สุดในโลก สามารถทำรายได้มหาศาลเข้าประเทศมานับทศวรรษ หลังมีการอนุญาตให้นำกัญชามาใช้รักษาโรคได้ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา

ในส่วนของประเทศที่ได้ขึ้นชื่อเรื่องเสรีภาพอย่าง ประเทศสหรัฐอเมริกา นั้นมี 14 มลรัฐ ที่สามารถใช้กัญชาในทางการแพทย์ได้ อาทิ อะแลสกา, แคลิฟอร์เนีย, โคโลราโด, ฮาวาย หรือวอชิงตัน โดยมี 5 มลรัฐ ที่เปิดรับรองให้การซื้อขายครอบครองกัญชา ทั้งเพื่อการแพทย์และสันทนาการ อย่างถูกกฎหมาย ได้แก่ มลรัฐวอชิงตัน  โคโลราโด โอเรกอน  อะแลสกา ตามด้วยแคลิฟอร์เนีย


แท็ก: NEWS , , ,
WRITER

RELATED

อย. เเจงไม่ต้องปลูกกัญชาในโรงปิด พร้อมปรับขั้นตอนการขออนุญาตเข้าถึงง่าย

อย. เเจงไม่ต้องปลูกกัญชาในโรงปิด พร้อมปรับขั้นตอนการขออนุญาตเข้าถึงง่าย

เกษตรกรผู้มีความประสงค์ปลูกกัญชาสามารถดําเนินการได้โดยขอให้มีการรวมกลุ่มกันเป็นวิสาหกิจ หรือสหกรณ์การเกษตร และร่วมกับหน่วยงานรัฐได้

อย. ปลดล็อก “กัญชา กัญชง” ถูกกฎหมาย เตรียมเสนอ อนุทิน เซ็นอนุมัติ พรุ่งนี้

อย. ปลดล็อก “กัญชา กัญชง” ถูกกฎหมาย เตรียมเสนอ อนุทิน เซ็นอนุมัติ พรุ่งนี้

เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ อย. จึงเล็งเห็นความสำคัญของการนำไปใช้อย่างถูกกฎหมาย

อย. ชี้แจง เกษตรกร-กลุ่มวิสาหกิจชุมชน การปลูก ‘กัญชา’ ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด

อย. ชี้แจง เกษตรกร-กลุ่มวิสาหกิจชุมชน การปลูก ‘กัญชา’ ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด

ก่อนหน้านี้เสียงสะท้อนจากกลุ่มเกษตร และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกกัญชา เห็นว่ากฎระเบียบของภาครัฐ ไม่เอื้อต่อวิถีการปลูกกัญชาในชุมชน

จุฬาฯ ชูกัญชาเพื่อการแพทย์ ต่อยอดสารพัดผลิตภัณฑ์

จุฬาฯ ชูกัญชาเพื่อการแพทย์ ต่อยอดสารพัดผลิตภัณฑ์

“กัญชา” พืชเศรษฐกิจที่มีมูลค่าการตลาดสูง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ริเริ่มทำคลัสเตอร์วิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาจากกัญชา

แนะนำเมนูอร่อยจาก “กัญชา” ต้ม ยำ ทำ แกง เมนูรื่นรมย์

แนะนำเมนูอร่อยจาก “กัญชา” ต้ม ยำ ทำ แกง เมนูรื่นรมย์

แนะนำเมนูอร่อยจาก “กัญชา” ใบกัญชาออร์แกนิค จากวิสาหกิจชุมชนผัก พืชสมุนไพรและพืช พลังงาน ตำบลพนมรอก จ.นครสวรรค์

คู่มือการขออนุญาตปลูก ‘กัญชา’ สำหรับเกษตรกร

คู่มือการขออนุญาตปลูก ‘กัญชา’ สำหรับเกษตรกร

เกษตรกรสามารถขออนุญาตปลูกกัญชาได้ โดยการรวมกลุ่มกันจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน/วิสาหกิจเพื่อสังคม/สหกรณ์การเกษตรและขออนุญาตร่วมกับหน่วยงานของรัฐ

อย. ย้ำ !! ปรุงอาหารเมนู ‘กัญชา’ ไม่ผิดกฎหมาย

อย. ย้ำ !! ปรุงอาหารเมนู ‘กัญชา’ ไม่ผิดกฎหมาย

อย. เผยการนำ 'กัญชา' ไปปรุงเมนูอาหารไม่ผิดกฎหมาย แต่ต้องซื้อมาจากแหล่งปลูกที่ได้รับอนุญาตจาก อย. เท่านั้น

เตรียมพัฒนาหลักสูตรเมนูจาก ‘กัญชา’ ใน กศน. สร้างอาชีพสู่วิสาหกิจชุมชน

เตรียมพัฒนาหลักสูตรเมนูจาก ‘กัญชา’ ใน กศน. สร้างอาชีพสู่วิสาหกิจชุมชน

กระทรวงสาธารณสุข-กระทรวงศึกษาธิการ เตรียมลงนามความร่วมมือ พัฒนาหลักสูตรการประกอบธุรกิจอาหารจากกัญชา และกัญชง ใน กศน.

คกก.ยาเสพติด เห็นชอบ โมเดลปลูกกัญชา 6 ต้น นำร่อง จ.บุรีรัมย์

คกก.ยาเสพติด เห็นชอบ โมเดลปลูกกัญชา 6 ต้น นำร่อง จ.บุรีรัมย์

คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ เห็นชอบโมเดลปลูกกัญชา 6 ต้น แต่ยังมีข้อจำกัดที่ผู้ป่วยยังไม่สามารถปลูกกัญชาเพื่อรักษาตนเอง