ข่าวต่างประเทศ เดลตา โควิด-19

นักวิทย์จีนเผย ‘ห่วงโซ่การแพร่โควิด-19 เดลตา’

คัดลอก URL แล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • คณะนักวิจัยจีนรายงานห่วงโซ่การส่งผ่านเชื้อที่ก่อโรคโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา
  • พบว่าสายพันธุ์ดังกล่าวมีระยะฟักตัวสั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • ปริมาณเชื้อไวรัสฯ สูงขึ้น และระยะเวลาการขับเชื้อยาวนานขึ้น
  • สายพันธุ์เดลตาสามารถแพร่กระจาย 4 ขั้น ในระยะเวลา 10 วัน

คณะนักวิจัยจีนรายงานห่วงโซ่การส่งผ่านเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ก่อโรคโควิด-19 ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์เดลตา ฉบับสมบูรณ์ รวมถึงจลนพลศาสตร์และลักษณะทางคลินิกของสายพันธุ์เดลตา ซึ่งถือเป็นข้อมูลส่งเสริมการป้องกันและควบคุมเชื้อไวรัสฯ

การศึกษาข้างต้นดำเนินการโดยคณะนักวิจัยจากโรงพยาบาลประชาชนกว่างโจวหมายเลข 8 และสถาบันวิจัยอื่น ๆ ที่อ้างอิงข้อมูลการระบาดที่มีต้นตอจากสายพันธุ์เดลตาในนครกว่างโจว มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

คณะนักวิจัยทำการวิเคราะห์ข้อมูลทางระบาดวิทยาและทางคลินิกของผู้ติดเชื้อไวรัสฯ สายพันธุ์เดลตา และพบว่าสายพันธุ์ดังกล่าวมีระยะฟักตัวสั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ ปริมาณเชื้อไวรัสฯ สูงขึ้น และระยะเวลาการขับเชื้อยาวนานขึ้น

อนุภาคไวรัสจะจับกับตัวรับไวรัสเมื่อบุคคลติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจทั่วไป เช่นเดียวกับตัวรับเอซีอี2 (ACE2) ในเซลล์มนุษย์ที่เป็นช่องทางให้โรคโควิด-19 เข้ามาตามทางเดินหายใจ โดยผู้ป่วยที่อาจยังไม่แสดงอาการจะขับอนุภาคไวรัสออกมาระหว่างทำกิจกรรมประจำวัน อาทิ การพูด การหายใจออก และการกิน

การศึกษาระบุว่าสายพันธุ์เดลตาสามารถแพร่กระจาย 4 ขั้น ในระยะเวลา 10 วัน โดยการระบาดระหว่างขั้นอันรวดเร็วที่สุดใช้เวลาน้อยกว่า 24 ชั่วโมง

คณะนักวิจัยยังพบว่าสายพันธุ์เดลตาในกว่างโจวส่วนใหญ่แพร่ผ่านการสัมผัสโดยตรงและการสัมผัสระหว่างซอกฟัน (interproximal) โดยมีการแพร่ทางอาหารคิดเป็นร้อยละ 31.41 ของการระบาด รองลงมาได้แก่การระบาดในครัวเรือน (ร้อยละ 30.13) การระบาดในชุมชน (ร้อยละ 18.59) และเส้นทางการแพร่อื่นๆ ซึ่งรวมถึงการระบาดในที่ทำงานและทางสังคม (ร้อยละ 19.87)

นอกจากนั้นสายพันธุ์เดลตายังมีความเสี่ยงทำให้ผู้สูงอายุป่วยขั้นวิกฤตมากกว่าเชื้อไวรัสฯ สายพันธุ์อื่นด้วย

ทั้งนี้ ผลการวิจัยดังกล่าวถูกเผยแพร่โดยเดอะแลนเซ็ต (The Lancet) ผ่านอีคลินิคัลเมดิซีน (EClinicalMedicine) วารสารทางคลินิกที่เข้าถึงได้แบบเสรี

ด้านคณะนักวิจัยเชื่อว่าการศึกษาฉบับข้างต้นจะมอบข้อมูลเชิงลึกสำหรับการทำความเข้าใจลักษณะของสายพันธุ์เดลตา ซึ่งช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงานควบคุมเชื้อไวรัสฯ กลายพันธุ์ที่แพร่กระจายเป็นวงกว้างนี้

ที่มา : Xinhua


แท็ก: NEWS , , ,
WRITER

RELATED

‘ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์’ เปิดจอง ‘วัคซีนโมเดอร์นา’ เข็มละ 555 บาท

‘ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์’ เปิดจอง ‘วัคซีนโมเดอร์นา’ เข็มละ 555 บาท

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดจองวัคซีนทางเลือก เข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ซิโนฟาร์ม-โมเดอร์นา อัตราเข็มละ 550 บาท

วัคซีน SPUTNIK LIGHT เข็มเดียว ประสิทธิภาพ 70% ต้านเชื้อเดลต้า

วัคซีน SPUTNIK LIGHT เข็มเดียว ประสิทธิภาพ 70% ต้านเชื้อเดลต้า

สามารถฉีดไขว้ได้ - ฉีดเป็นบูสเตอร์โดสได้

‘ภูเขาไฟ’ ในสเปนปะทุต่อเนื่อง อพยพประชาชนเพิ่มหลายร้อย

‘ภูเขาไฟ’ ในสเปนปะทุต่อเนื่อง อพยพประชาชนเพิ่มหลายร้อย

เกาะปัลมาของสเปน มีการปะทุอย่างต่อเนื่องของภูเขาไฟกุมเบร วิเอคา ต้องมีการอพยพประชาชนเพิ่มมากกว่า 300 คน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

เภสัชฯ จุฬาฯ ผลิตชุดทดสอบ แอลกอฮอล์ที่ใช้ปลอดภัยและได้ผลจริงหรือ?

เภสัชฯ จุฬาฯ ผลิตชุดทดสอบ แอลกอฮอล์ที่ใช้ปลอดภัยและได้ผลจริงหรือ?

เภสัชฯ จุฬาฯ พัฒนาชุดทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เจลและสเปรย์แอลกอฮอล์ล้างมือ

อนุทิน นำทีมแก้ปัญหาโควิดชายแดนใต้ เร่งฉีดวัคซีนให้ได้ 70%

อนุทิน นำทีมแก้ปัญหาโควิดชายแดนใต้ เร่งฉีดวัคซีนให้ได้ 70%

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำคณะผู้บริหารลงพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ เร่งแก้ปัญหาโควิด 19 ที่ยังพบผู้ป่วยสูง

ไต้ฝุ่น ‘คมปาซุ’ ถล่มเกาะไหหลำ ฝนตกหนัก-ลมแรง

ไต้ฝุ่น ‘คมปาซุ’ ถล่มเกาะไหหลำ ฝนตกหนัก-ลมแรง

สำนักอุตุฯมณฑลไห่หนาน (ไหหลำ) เผย 'คมปาซุ' พายุไต้ฝุ่นลูกที่ 18 ของปีนี้ พัดขึ้นพื้นที่ชายฝั่งตำบลโป๋อ๋าวในเมืองฉยงไห่วานนี้

เตรียมผ่อนคลายมาตรการ เคอร์ฟิว 23.00 -03.00 / ปรับพื้นที่สี

เตรียมผ่อนคลายมาตรการ เคอร์ฟิว 23.00 -03.00 / ปรับพื้นที่สี

ส่วนสถานบันเทิง ปิดต่อ รอสรุปมาตรการ 31 ต.ค.นี้

นักวิจัยพัฒนา ‘สารประกอบเคมี’ สกัดโควิด-19 ดีกว่าเรมเดซิเวียร์

นักวิจัยพัฒนา ‘สารประกอบเคมี’ สกัดโควิด-19 ดีกว่าเรมเดซิเวียร์

คณะนักวิจัย ของสหรัฐฯ พัฒนาสารประกอบทางเคมีที่ชื่อ “เอ็มเอ็ม3122” (MM3122)

โควิด-19 วันนี้ (14 ต.ค.) ติดเชื้อเพิ่ม 11,276 รายและ ATK +3,209

โควิด-19 วันนี้ (14 ต.ค.) ติดเชื้อเพิ่ม 11,276 รายและ ATK +3,209

แนวโน้มผู้ป่วยรายใหม่ทรงตัวที่ราว 10,500 ราย ใกล้เคียงกับอัตราหาย/กลับบ้าน