ยึดรถ ไฟแนนซ์ยึดรถ

หนุ่มไฟแนนซ์​เข้าแจ้งความ หลังไปยึดรถ แต่ถูกมีดแทง​สาหัส

คัดลอก URL แล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • ทีมงานไฟแนนซ์บริษัทแห่งหนึ่ง เข้าแจ้งความหลังไปยึดรถแต่ถูกมีดแทง​สาหัส คู่กรณีอ้างรู้จัก ผกก.แป๊ะ
  • ผู้ถูกทำร้ายเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม หากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง

ที่กองบังคับการปราบปราม​ (บก.ป.) นายสมเจตน์ เหล่าสอน อายุ 34 ปี พร้อมทีมงานไฟแนนซ์บริษัทแห่งหนึ่ง เข้าแจ้งความกับพ.ต.ท.ทรงพล หมอกกลั่น สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ป.​ หลังถูกเจ้าของรถที่ค้างค่าชำระ จำนวน 9 งวด แต่ไม่ยินยอมให้ยึด ก่อนใช้อาวุธมีดแทงจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส

นายสมเจตน์ กล่าวว่า​ วันที่เกิดเหตุ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ระหว่างตนขับรถไปตามถนนในซอยกำนันแม้น 13 แยก 31 ซึ่งเป็นซอยตัน ได้พบกับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ท สีน้ำตาล ทะเบียน สฮ4102 กทม.

ซึ่งมีข้อมูลว่าค้างชำระค่างวดมาแล้วถึง 9 ครั้ง​ ตนจึงลงไปแนะนำตัวว่าเป็นไฟแนนซ์ พร้อมแสดงหนังสือรับมอบอำนาจ คำฟ้องศาลและหนังสือยกเลิกสัญญาที่ส่งให้กับเจ้าของตัวจริง

แต่ปรากฎว่าผู้ที่ขับขี่รถคันนี้ไม่ยอมเจรจา บอกว่าตนเองไม่ใช่เจ้าของรถ แต่เป็นรถที่จำนำไว้ ก่อนจะต่อยตนจนเซ แล้วคว้ามีดพับในรถมาจ้วงแทงตนจนบาดเจ็บเอ็นนิ้วชี้ซ้ายขาด เย็บ 5 เข็ม มีแผลที่ท้ายทอยเย็บอีก 5 เข็ม รวมถึงแผลที่หน้าท้อง

โดยนายสมเจตน์ กล่าวต่อ ทางทีมงานตนเห็นท่าไม่ดี จึงช่วยกันล็อคตัวผู้ก่อเหตุแล้วใส่กุญแจมือ ไม่เช่นนั้นอาจจะถูกแทงจนเสียชีวิตได้​

ต่อมาทราบชื่อคู่กรณีที่ก่อเหตุคือ นายพรประเสริฐ แก้วตา ซึ่งไม่ใช่เจ้าของรถตัวจริง อีกทั้งก่อนหน้านี้ไม่สามารถติดต่อเจ้าของรถตัวจริงได้ จากนั้นคู่กรณีได้เปิดโทรศัพท์แสดงภาพบุคคลที่สวมเครื่องแบบตำรวจ ระบุชื่อว่า “ผู้กำกับแป๊ะ” แต่ไม่ทราบว่าสังกัดใด

ก่อนจะยื่นโทรศัพท์มาคุยกับตนว่า หากไม่มีคำสั่งศาล ก็ไม่สามารถยึดรถได้ แต่ตามหลักสัญญาเช่าซื้อแล้ว ไฟแนนซ์สามารถยึดได้หากยกเลิกสัญญาไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีคำสั่งศาล

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุได้ไปลงบันทึกประจำวัน ที่ สน.บางขุนเทียน จากนี้ตรวจร่างกายเสร็จจึงจะนำผลแพทย์ไปประกอบการแจ้งความอีกครั้ง แต่เกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะคู่กรณีอ้างว่ารู้จักกับตำรวจใหญ่ จึงมาแจ้งความที่กองปราบในวันนี้

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำผู้แจ้งความพร้อมรวบรวมพยานหลักฐานที่นำมาเพื่อประกอบการพิจารณาคดี ก่อนรายงานผู้บังคับบัญชาสั่งการต่อไป


แท็ก: NEWS , ,
WRITER

RELATED

ค้ำประกันรถยนต์ ให้คนรู้จัก แต่อยาก ถอนค้ำประกัน ทำได้หรือไม่??

ค้ำประกันรถยนต์ ให้คนรู้จัก แต่อยาก ถอนค้ำประกัน ทำได้หรือไม่??

เชื่อว่าเคสนี้ต้องเคยเกิดขึ้นกับบางคนมาเเล้วสำหรับการ ค้ำประกันรถยนต์ ให้กับคนรู้จัก เเล้วมาวันหนึ่งอยากถอนตัวเองออกจากการเป็นบุคคล ผู้ค้ำประกัน อาจเพราะเนื่องด้วยสาเหตุหลายประการอย่างเช่น ผู้กู้ไม่ชำระหนี้ตามกำหนด หรือผู้ค้ำไม่ต้องการมีพันธะใดๆ กับผู้กู้จึงอยากถอนตัวจากการเป็น บุคคลค้ำประกัน คำถามคือในเมื่อเป็น บุคคลผู้ค้ำประกัน ให้ผู้อื่นในการกู้ยืมผ่อนชำระ ค่างวดรถ เเล้ว ผู้ค้ำสามารถ ถอนค้ำประกัน ได้หรือไม่?? คำตอบสำหรับเรื่องนี้คือ ผู้ค้ำประกันสามารถถอนตัวออกจากการเป็นบุคคลผู้ค้ำประกันได้…

เอาแล้ว! ไฟแนนซ์ขู่ว่าจะมายึดรถ มีวิธีการรับมือยังไงได้บ้าง

เอาแล้ว! ไฟแนนซ์ขู่ว่าจะมายึดรถ มีวิธีการรับมือยังไงได้บ้าง

ผ่อนรถ ไม่ไหว หมุนเงินส่งต่อไม่ทัน เป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ค้างเดือนสองเดือนไม่เท่าไร แต่ถ้าเลยเถิดไปจน ไฟแนนซ์ ขู่ว่าจะมา ยึดรถ แบบนี้จะมีวิธีการรับมือยังไงได้บ้าง โดยปกติแล้วถ้า ค้างค่างวดรถ ประมาณ 1-2 เดือน ยังไม่เข้าข่ายที่จะโดนยึด แต่ถ้าค้างค่างวดรถตั้งแต่ประมาณ 3 เดือนขึ้นไป แบบนี้เข้าข่ายและมีความสุ่มเสี่ยงต่อการที่จะโดนไฟแนนซ์ยึดรถได้…

สงกรานต์วันแรกยึดรถแล้ว 202 คัน

สงกรานต์วันแรกยึดรถแล้ว 202 คัน

รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เปิดเผย เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน ร่วมอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเดินทางอย่างปลอดภัย ขณะที่วันแรกสงกรานต์ ผู้กระทำผิดสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ 2,344 ครั้ง ยึดรถแล้ว 202 คัน พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า วันแรกของเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวอย่างหนาแน่น ส่งผลให้การจราจรในหลายพื้นที่ติดขัดเป็นช่วงๆ โดยเฉพาะเส้นทางสายหลักที่มุ่งสู่ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ตำรวจ ฝ่ายปกครองและจิตอาสา ร่วมกันอำนวยความสะดวกประชาชน อำนวยการจราจรตามจุดบริการและจุดตรวจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่สถานีขนส่งหลักที่เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินรถ เช่น สถานีขนส่งประจำจังหวัด สถานีขนส่งหมอชิต สายใต้ใหม่ เอกมัย โดยเจ้าหน้าที่ได้ออกตรวจและดูแลความเรียบร้อยในภาพรวม ตลอดจนป้องปรามอาชญากรรม เพื่อให้ผู้เดินทางได้รับความสะดวกเช่นกัน สำหรับการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากการขับขี่ยานพาหนะด้วยมาตรการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” ที่ คสช. และรัฐบาลได้ใช้ดูแลประชาชนในช่วงเทศกาลมาตลอดนั้น จากสถิติในวันแรกเมื่อวานที่ผ่านมา 11 เมษายน 2562 เจ้าหน้าที่ ตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาท 2,344 ครั้ง จำเป็นต้องเก็บรักษารถไว้ 202 คัน แบ่งเป็นจักรยานยนต์ 158คัน รถยนต์ 44 คัน ยึดใบขับขี่รถจักรยานยนต์ 20 คน และยึดใบอนุญาตขับขี่รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ 121 คน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดีรวม 1,168 คน ส่วนการคับคั่งของยานพาหนะที่มีเป็นช่วงๆ ในพื้นที่ผ่านชุมชนเมืองใหญ่นั้น เจ้าหน้าที่ได้พยายามเร่งระบายรถที่ชะลอตัว หรือหยุดเป็นเวลานาน เพื่อให้การจราจรเลื่อนไหลไปได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตามในห้วงนี้สภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อนจัด อาจส่งผลต่อสภาพยานพาหนะและการขับขี่ การพิจารณาพักรถเป็นระยะๆ ระหว่างการเดินทาง อาจช่วยให้การเดินปลอดภัยยิ่งขึ้น บทลงโทษสำหรับกรณีเมาแล้วขับ  อัตราบทลงโทษใหม่ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับขั้นต่ำ 10,000 ถึง 20,000 บาท…

คสช. เผย 5 วัน ยึดรถฝ่าฝืนเมา-ขับ ได้ 5,318 คัน

คสช. เผย 5 วัน ยึดรถฝ่าฝืนเมา-ขับ ได้ 5,318 คัน

วันนี้ (16 เม.ย. 62) ประชาชนทยอยเดินทางกลับจากการเฉลิมฉลองและท่องเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์ โดยเจ้าหน้าที่ทุกส่วนจะดูแลการเดินทาง อำนวยความสะดวก เปิดเส้นทางพิเศษ ช่วยการระบายรถให้มีความคล่องตัว เพื่อให้ประชาชาเดินทางได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย สำหรับมาตรการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” พบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ในวันที่ 15…