หอยเม่นหมวกกันน็อค เกาะสิมิลัน

พบหอยเม่นหมวกกันน็อค สัตว์ทะเลหายากในประเทศไทย

ประเด็นน่าสนใจ

  • ค้นพบหอยเม่นหมวกกันน็อค เป็นการพบครั้งแรกของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน
  • หอยเม่นหมวกกันน็อค เป็นสัตว์ทะเลหายากในประเทศไทย

เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ สล.2(เกาะสิมิลัน) นำโดยนางสาวเพ็ญศรี พิพัฒน์ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ ได้ออกลาดตระเวนเชิงคุณภาพ(smart patrol) และในการลาดตระเวนครั้งดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้ทำการสำรวจพบหอยเม่นหมวกกันน็อค ประมาณ 50 ตัว บริเวณเกาะบางู ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายากในประเทศไทย และเป็นการค้นพบสัตว์ชนิดนี้เป็นครั้งแรกของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน

สำหรับหอยเม่นหมวกกันน็อค มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Colobocentrotus atratus หอยเม่นหมวกกันน็อค(Helmet Urchins) หรือบางทีรู้จักกันในชื่อ หอยเม่นกระเบื้องมุงหลังคา(shingle urchin) รูปลักษณะที่แตกต่างจาก หอยเม่นทั่วไปก็คือ พวกเนื้อตัวที่เกลี้ยงเกลาดุจมุงด้วยกระเบื้อง ไร้ซึ่งหนามแหลมแม้แต่อันเดียว

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า หอยเม่นหมวกกันน็อคได้มีการปรับตัวให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่อาศัยเนื่องจากถิ่นที่อยู่ของพวกมันมีคลื่นลมรุนแรง ทำให้มีนักล่าน้อยนักที่จะเข้าถึงตัวพวกมันได้ ประกอบกับการที่อยู่ในพื้นที่มีคลื่นลมรุนแรง หนามแหลมนั้นเป็นอุปสรรค เนื่องจากมันจะต้านคลื่นอาจทำให้พวกมันถูกซัดหลุดจากโขดหินที่อยู่อาศัย และเมื่อไม่มีผู้ล่าหนามแหลมที่ใช้ป้องกันตัวจึงหมดความจำเป็นไป

นายสุธีรชัย สมทา นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล ประจำอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ได้ให้ข้อมูลว่าจากการสืบค้นข้อมูลงานวิจัยพบว่าได้มีงานวิจัยเกียวกับการทบสอบแรงยึดเกาะของเม่นหมวกกันน็อค Santos & Flammang (2007) โดยพบว่า เม่นหมวกกันน็อคสามารถต้านทานแรงปะทะคลื่นได้ตั้งแต่ความเร็ว 17.5 เมตรต่อวินาที ไปจนถึง 27.5 เมตรต่อวินาที ซึ่งหากเปรียบเทียบให้เห็นภาพคือที่ความเร็ว 27.5 เมตรต่อวินาที เป็นแรงที่สามารถถอนต้นไม้ได้ทั้งต้น

ขอบคุณข้อมูลจาก อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน

WRITER

RELATED

สุดตื่นตา! ฝูงโลมากระโดดกว่า 20 ตัว โผล่เล่นน้ำ อช.เกาะสิมิลัน

สุดตื่นตา! ฝูงโลมากระโดดกว่า 20 ตัว โผล่เล่นน้ำ อช.เกาะสิมิลัน

วานนี้ (25 ต.ค.62) นายรวมศิลป์ มานะจงประเสริฐ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ได้รับรายงานจากชุดลาดตระเวนของทางอุทยานฯ ขณะทำการออกลาดตระเวนไปทางเกาะบอน ได้พบฝูงโลมา จำนวนประมาณ 20 ตัว ว่ายน้ำมุ่งหน้ามาทางเรือของอุทยานฯ เจ้าหน้าที่จึงทำการดับเครื่องยนต์เรือ เพราะเกรงว่าใบพัดเรือจะเป็นอันตรายแก่ฝูงโลมา…