ข่าวต่างประเทศ ฟิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกา

ฟิลิปปินส์ ลงนามข้อตกลงการทหารกับสหรัฐฯ ขอบคุณที่บริจาควัคซีน

คัดลอก URL แล้ว

ประเด็นที่น่าสนใจ

  • ดูเตอร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ กล่าวถึงการลงนามข้อตกลงการเยี่ยมเยือนทางการทหาร ระหว่างฟิลิปปินส์ – สหรัฐฯ
  • โดยระบุว่า เป็นการตอบแทนในการจัดหาวัคซีนของสหรัฐฯ ให้กับฟิลิปปินส์ ซึ่งที่ผ่านมาสหรัฐฯ จัดส่งวัคซีนให้กับฟิลิปปินส์แล้ว 6 ล้านโดส
  • ข้อตกลงการเยี่ยมเยือนทางการทหารของฟิลิปปินส์ – สหรัฐฯ ทำให้ทั้งสองประเทศมีความร่วมมือทางการทหารระหว่างกัน

นายโรดริโก ดูเตอร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ กล่าวในที่ประชุมเกี่ยวกับการดำเนินการและชี้แจงเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ผ่านสถานีโทรทัศน์ RTVM ซึ่งในตอนหนึ่ง ดูเตอร์เต ได้กล่าวถึงการลงนาม ข้อตกลงเยี่ยมเยือนทางทหารหรือวีเอฟเอ ( Visiting Forces Agreement – VFA) ที่ได้ตัดสินใจจะลงตามต่ออายุข้อตกลงดังกล่าว หลังจากได้มีการยกเลิกเมื่อปี 2020 กับทางสหรัฐฯ และเลื่อนการตัดสินใจลงตามมาเป็นระยะ ๆ

“เรายอมรับที่จะการต่ออายุข้อตกลงเยี่ยมเยือนทางทหาร เป็นการตอบแทน”

ดูเตอร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ กล่าวในที่ประชุมถึงการเดินทางไปรับวัคซีนที่สนามบิน เมื่อวันก่อน จำนวน 3 ล้านโดส ที่ทางสหรัฐฯ ได้จัดส่งมายังประเทศฟิลิปปินส์ในการต่อสู้กับการระบาดของโรคโควิด-19

นอกจากนี้ ดูเตอร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ยังได้กล่าวขอบคุณไปยังประธานาธิบดีของสหรัฐฯ โจ ไบเดน, รัฐบาลสหรัฐฯ และชาวอเมริกาที่ยังไม่ลืมชาวฟิลิปปินส์ และอย่าลืมเรา เพราะเรามีมุมมองของภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) เดียวกัน โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

โดยที่ผ่านมา เมื่อกลางเดือน ก.ค.64 ฟิลิปปินส์ ได้รับวัคซีนจอห์นสัน แอนด์จอห์นสัน จากสหรัฐฯ จำนวน 3 ล้านโดส และได้รับวัคซีนโมเดอร์นาอีกจำนวน 3 ล้านโดสเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (4 ส.ค.)

สำหรับข้อตกลงการเยี่ยมเยือนทางการทหารนั้น ฟิลิปปินส์ ได้ยกเลิกข้อตกลงการเยี่ยมเยือนทางการทหาร ฟิลิปปินส์ – สหรัฐฯ เมื่อปี 2563 โดยระบุว่า ฟิลิปปินส์มีความเสี่ยงจากการตั้งฐานทัพของสหรัฐฯ ในภูมิภาค และ ดูเตอร์เต เคยกล่าวไว้ว่า หากให้มีฐานทัพสหรัฐฯ และเกิดสงครามขึ้น มีการนำอาวุธนิวเคลียร์เข้ามาในฟิลิปปินส์แล้ว ฟิลิปปินส์มีความเสี่ยงที่จะต้องได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน

ข้อตกลงการเยี่ยมเยือนทางการทหาร

ฟิลิปปินส์และสหรัฐฯ ลงนามข้อตกลงวีเอฟเอเมื่อปี 1998 ในการปฏิบัติงานทางการทหารร่วมกัน โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การฝึกอบรม การช่วยเหลือทางมนุษยธรรม ต่างๆ รวมไปถึงการใช้งาน ฐานทัพสหรัฐฯ เดิมในอ่าวซูบิกด้วย (Naval Base Subic Bay)

สำหรับฐานทัพในอ่าวซูบิกแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1885 โดยกองทัพสเปน ในช่วงที่สเปนเป็นเจ้าอาณานิคมอยู่ จนกระทั่งสหรัฐฯ เข้ามาเป็นผู้ปกครองต่อในปี 1899 และสหรัฐฯ ก็ได้ดูแลฐานทัพแห่งนี้ต่อเนื่องจนถึงปี 1942

โดยในปี 1942 กองทัพญี่ปุ่นบุกฟิลิปปินส์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และยึดฐานทัพในอ่าวซูบิกแห่งนี้ได้ หลังจากญี่ปุ่นพ่ายแพ้ในสงครามโลก ทำให้กองทัพสหรัฐฯ กลับมาใช้ฐานทัพแห่งนี้ ต่อเนื่องตั้งแต่ 1945 – 1992 และได้มีการปิดฐานทัพแห่งนี้ไป

อย่างไรก็ตาม หลังจากปิดไปได้เกือบ 7 ปี ก็มีข้อตกลงการเยียมเยือนทางการทหาร ระหว่างฟิลิปปินส์ – สหรัฐฯ ก็เกิดขึ้น ทำให้สหรัฐฯ สามารถกลับมาใช้ฐานทัพแห่งนี้ ร่วมกับกองทัพฟิลิปปินส์ ในการฝึกอบรมร่วมกัน

Naval Base Subic Bay

ซึ่งฐานทัพแห่งนี้ มีความสำคัญในการที่สหรัฐฯ ต่องการใช้งานเป็นหนึ่งในฐานที่มั่นเพื่อคานอำนาจกับจีน ท่ามกลางความตึงเครียดที่คุกรุ่นอยู่ในบริเวณทะเลจีนใต้ ในขณะนี้ โดยเฉพาะในข้อพิพาทเรื่องสิทธิเหนือ หมู่เกาะสแปรตลี ที่เกิดขึ้นระหว่างจีน และฟิลิปปินส์

คองเกรสอนุมัติขายอาวุธให้ฟิลิปปินส์

นอกจากนี้ ในเดือน ก.ค. 64 ที่ผ่าน สภาคองเกรสของสหรัฐฯ ได้อนุมัติจำหน่ายอาวุธให้กับฟิลิปปินส์ประกอบไปด้วย

  • เครื่องบินขับไล่ F-16 BLOCK 70/72 มูลค่า 2,430 ล้านเหรียญฯ
  • Harpoon Block II รุ่น RGM-84L มูลค่า 120 ล้านเหรียญฯ
  • มิสไซล์ AIM 9X-2 Sidewinder Block II มูลค่า 42.4 ล้านเหรียญฯ

และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์ได้รับมอบเครื่องบิน C-130 จำนวน 2 ลำ โดยจัดซื้อมูลค่า 1.64 พันล้านบาท (ลำละ 820 ล้านบาท) และรัฐบาลสหรัฐฯ ช่วยเหลือให้ 588 ล้านบาท รวมถึงเงินกู้ยืมในการจัดซื้อในครั้งนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ใช้ในการลำเลียงและภารกิจช่วยเหลือต่าง ๆ

ก่อนที่ หนึ่งในสองลำ จะเกิดเหตุตกเมื่อ 4 ก.ค. ที่ผ่านมา


แท็ก: NEWS , , ,
WRITER

Suthee C.

คนออนไลน์ ประสบการณ์ใช้ Netcape Navigator เปิดเว็บไซต์, ใช้ Notepad ทำเว็บ ผ่านเรื่องราวหลายๆ อย่างที่ผ่านมา เอามาเล่าให้ฟังกัน

RELATED

จีนรับหลักฐาน ‘เหตุสังหารหมู่หนานจิง’ ชุดใหม่จากพระญี่ปุ่น

จีนรับหลักฐาน ‘เหตุสังหารหมู่หนานจิง’ ชุดใหม่จากพระญี่ปุ่น

ประเด็นสำคัญ หอรำลึกเหยื่อเหตุการณ์สังหารหมู่หนานจิงโดยผู้รุกรานชาวญี่ปุ่น เปิดเผยการรับมอบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องชุดใหม่ หลายรายการ เกี่ยวกับความโหดร้ายในช่วงที่กองทัพญี่ปุ่นเข้ายึดครองเมืองหนานจิง หลักฐานชุดใหม่ยังประกอบด้วยรายงานการสู้รบฉบับทางการ ซึ่งบันทึกความโหดเหี้ยมของกองทัพญี่ปุ่นในหนานจิง อาทิ การฆ่าเชลยศึกและการลอบวางเพลิง ตลอดจนบันทึกสงครามหลายฉบับที่บันทึกกิจกรรมของกองทัพญี่ปุ่นระหว่างเดือนตุลาคม 1937 จนถึงเมษายน 1938 “เอกสารยุคสงครามอันมีค่าเหล่านี้จะเป็นหลักฐานอันชัดเจนแจ่มแจ้ง ขณะประชาชนบางส่วนในญี่ปุ่นยังคงปฏิเสธการยอมรับเหตุการณ์สังหารหมู่หนานจิง”…

‘สิงโต-เสือ’ ในสวนสัตว์แห่งชาติสหรัฐฯ ส่อแววติด ‘ไวรัสโคโรนา’

‘สิงโต-เสือ’ ในสวนสัตว์แห่งชาติสหรัฐฯ ส่อแววติด ‘ไวรัสโคโรนา’

หลังเสือ-สิงโต บางตัวมีอาการเซื่องซึม เบื่ออาหาร ไอ จาม

จีนรับหลักฐาน ‘เหตุสังหารหมู่หนานจิง’ ชุดใหม่จากพระญี่ปุ่น

จีนรับหลักฐาน ‘เหตุสังหารหมู่หนานจิง’ ชุดใหม่จากพระญี่ปุ่น

หลักฐานชุดใหม่ยังประกอบด้วยรายงานการสู้รบฉบับทางการ ซึ่งบันทึกความโหดเหี้ยมของกองทัพญี่ปุ่นในหนานจิง

‘ประตูชัยฝรั่งเศส’ ห่อผ้า งานศิลป์สะเทือนโลก สานฝันศิลปินผู้ล่วงลับ

‘ประตูชัยฝรั่งเศส’ ห่อผ้า งานศิลป์สะเทือนโลก สานฝันศิลปินผู้ล่วงลับ

ประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de Triomphe) ณ ต้นถนนฌ็องเซลีเซ กรุงปารีส ถูกห่อหุ้มด้วยผืนผ้าจนดูแปลกตา

สหรัฐฯ ยอมรับ โดรนโจมตีผิดพลาด เป็นเหตุให้พลเรือนเสียชีวิต 10 ราย

สหรัฐฯ ยอมรับ โดรนโจมตีผิดพลาด เป็นเหตุให้พลเรือนเสียชีวิต 10 ราย

จากการโจมตีที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 ส.ค. โดยสหรัฐฯ อ้างว่า เป็นการโจมตีกลุ่ม ISIS-K

ชาวอัฟกันพลัดถิ่นในประเทศกว่า 6.3 แสนชีวิต ในปี 2021

ชาวอัฟกันพลัดถิ่นในประเทศกว่า 6.3 แสนชีวิต ในปี 2021

ภายในปี 2021 มีชาวอัฟกานิสถานที่ต้องพลัดถิ่นในประเทศ กว่า 634,800 ราย สืบเนื่องจากความขัดแย้งภายในประเทศ

‘กัมพูชา’ ทยอยเปิดเรียน หลังปชช.ส่วนใหญ่ฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้ว

‘กัมพูชา’ ทยอยเปิดเรียน หลังปชช.ส่วนใหญ่ฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้ว

โดยมีผู้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 เข็ม เกือบ 12 ล้านคน หรือราว 71.8% ของปชช.กัมพูชา

จีนปรับระเบียบ ‘ตรวจโควิด-19’ เมืองประชากร 5 ล้าน ต้องเสร็จใน 3 วัน

จีนปรับระเบียบ ‘ตรวจโควิด-19’ เมืองประชากร 5 ล้าน ต้องเสร็จใน 3 วัน

จีนได้ปรับระเบียบการด้านการปูพรมตรวจโควิด-19 เมืองที่มีประชากรมากกว่า 5 ล้านคน จะต้องดำเนินการตรวจให้เสร็จสิ้นภายใน 3 วัน