mRNA บริจาควัคซีน วัคซีนโควิด-19 วัคซีนไฟเซอร์ สหรัฐอเมริกา ไฟเซอร์

สหรัฐฯ ยืนยันบริจาควัคซีนให้ไทย เพิ่ม 1 ล้านโดส รวมเป็น 2.5 ล้านโดส

เเนวทางการกระจายวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 1.54 ล้านโดส ส่วนใหญ่คือบุคลากรทางการเเพทย์ ผู้มีภาวะเสี่ยงสูง ผู้สูงอายุ

Home / NEWS / สหรัฐฯ ยืนยันบริจาควัคซีนให้ไทย เพิ่ม 1 ล้านโดส รวมเป็น 2.5 ล้านโดส

ประเด็นที่น่าสนใจ

  • สถานทูตสหรัฐบริจาควัคซีนให้ไทยเพิ่มอีก 1 ล้านโดส จากเดิม 1.54 ล้านโดส รวมเป็น 2.5 ล้านโดส
  • โดยจะเริ่มส่งมอบล็อตแรกคือ 1.5 ล้านโดส ถึงไทยพรุ่งนี้
  • เเนวทางการกระจายวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 1.54 ล้านโดส ส่วนใหญ่คือบุคลากรทางการเเพทย์ ผู้มีภาวะเสี่ยงสูง ผู้สูงอายุ
  • เป้าหมายการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนใน 13 จังหวัดสีแดงเข้มให้ได้ร้อยละ 70 ของประชากรเป้าหมาย
  • ส่วนจังหวัดอื่นๆ ครอบคลุมร้อยละ 50 โดยเน้น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ ทั้งชาวไทย และต่างชาติ

สถานทูตสหรัฐบริจาควัคซีนให้ไทยเพิ่มอีก 1 ล้านโดส รวม 2.5 ล้านโดส ล็อตแรกถึงไทยพรุ่งนี้

วันนี้ (29 ก.ค. 64)สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก U.S. Embassy Bangkok ระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า สหรัฐ มีเป้าหมายจะบริจาค วัคซีนโควิด-19 ให้ไทย 2.5 ล้านโดส โดยเพิ่มมาอีก 1 ล้านโดส จากที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ 1.5 ล้านโดส พร้อมระบุข้อความว่า

“เรากำลังจะส่งมอบวัคซีนโควิดอย่างน้อย 1.5 ล้านโดส จริงๆ เป้าหมายคือการบริจาครวม 2.5 ล้านโดส แต่การส่งมอบล็อตแรกคือ 1.5 ล้านโดส สายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของเราสำคัญเสมอมาและเสมอไป”

วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ แทมมี่ ดักเวิร์ธ #FriendsPartnersAllies

เเนวทางการกระจายวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 1.54 ล้านโดส

สำหรับวัคซีนไฟเซอร์ที่สหรัฐฯ บริจาคให้ไทยล็อตแรกจำนวน 1.54 ล้านโดส จะมาถึงประเทศไทยในวันที่ 30 ก.ค.นี้ ซึ่งจะกระจายฉีดให้กับกลุ่มเป้าหมาย (ที่มาข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี-PMOC) ดังนี้

  • บุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับภารกิจดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ทั่วประเทศ (เข็ม 3 กระตุ้นภูมิคุ้มกัน) จำนวน 700,000 โดส
  • ผู้มีภาวะเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 ที่มีสัญชาติไทย จำนวน 645,000 โดส
  • ผู้สูงอายุผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค อายุ 12 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป จำนวน 645,000 โดส
  • ชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทย เน้นผู้สูงอายุ และโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป และผู้เดินทางไปต่างประเทศ ที่จำเป็นต้องรับวัคซีนไฟเซอร์ เช่น นักการทูต นักศึกษา จำนวน 150,000 โดส
  • ทำการศึกษาวิจัย (ได้รับการอนุมัติโดยคณะกรรมการวิจัยจริยธรรม) จำนวน 5,000 โดส
  • สำรองส่วนกลางสำหรับตอบโต้การระบาดของเชื้อกลายพันธุ์ จำนวน 40,000 โดส

เป้าหมายการฉีดวัคซีนแต่ละจังหวัด

ปลัดสธ.กล่าวว่า วัคซีนไฟเซอร์ที่กำลังเข้ามา จะกระจายไปให้กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ทุกจังหวัด และใน 13 จังหวัดสีแดงเข้มที่มีการแพร่ระบาด COVID-19 และจะได้ติดตามผลการฉีดวัคซีนอีกครั้งในสัปดาห์หน้า

โดยมอบหมายให้ผู้ช่วยผู้ตรวจราชการ เขตสุขภาพต่างๆ สำรวจและติดตามแผนการฉีดวัคซีนของแต่ละจังหวัดในเขตสุขภาพ เพื่อให้กรมควบคุมโรคได้จัดสรรวัคซีนให้ตามคำขอ โดยกำหนดเป้าหมายการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนใน 13 จังหวัดสีแดงเข้มให้ได้ร้อยละ 70 ของประชากรเป้าหมาย

ส่วนจังหวัดอื่นๆ ครอบคลุมร้อยละ 50 โดยเน้น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ ทั้งชาวไทย และต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานาน รวมถึงกลุ่ม อสม. ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้แต่ละจังหวัดเป็นผู้บริหารจัดการฉีดวัคซีนให้ประชาชน