นายกรัฐมนตรี สถานการณ์โควิด โควิด-19

นายกฯ ขอให้ทุกคนอดทนกันอีกครั้ง ย้ำเราจะผ่านพ้นช่วง “หัวเลี้ยวหัวต่อ” นี้ไปได้

คัดลอก URL แล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • นายกรัฐมนตรี​ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุ สถานการณ์โควิด-19 ได้เดินทางมาถึงจุดที่เป็น “หัวเลี้ยวหัวต่อ” ของภาวะวิกฤตอีกครั้ง
  • ย้ำขอให้ทุกคนอดทนกันอีกครั้ง และให้ความร่วมมือกับมาตรการในครั้งนี้อย่างเต็มที่
  • ระบุไทยยังมีเป้าหมายที่จะสั่งซื้อเพิ่มอีกอย่างน้อย 50 ล้านโดสในปีหน้า

วานนี้ (20 ก.ค.64) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี​ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก​ ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut​Chan-o-cha โดยระบุว่า​ นับจนถึงวันนี้ เป็นเวลามากกว่า 1 ปีแล้ว ที่ประเทศของเราและทั่วโลก ต่างต้องสู้กับเชื้อไวรัสโควิด-19 ในวันที่ 25 มีนาคมของปีที่แล้ว ผมได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย และบังคับใช้มาตรการควบคุมที่เข้มงวดเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

โดยวันนั้นผมได้กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของภาวะวิกฤต ที่หากไม่ประกาศมาตรการเข้มงวด สถานการณ์จะเลวร้ายลง ซึ่งในครั้งนั้น เราสามารถเอาชนะโควิดในยกแรกได้ด้วยความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์ และความร่วมแรงร่วมใจของประชาชนทุกคนในการทำตามมาตรการของรัฐ จนเรากดยอดผู้ติดเชื้อลงมาจนเหลือศูนย์ได้ในที่สุด และเป็นที่ชื่นชมของทั่วโลกในการควบคุมการแพร่ระบาด จนเราสามารถกลับไปใช้ชีวิตแบบวิถีใหม่กันได้หลังจากนั้น

แต่เป็นโชคร้ายของชาวโลก ที่ไวรัสโควิดยังไม่หายไปง่าย ๆ และกลับกลายพันธุ์ไปสู่สายพันธุ์ที่ติดต่อกันได้ง่ายขึ้น ทั่วโลกจึงถูกคุกคามจากโควิดสายพันธุ์ใหม่นี้อีกครั้ง แม้แต่ประเทศที่มีการฉีดวัคซีนเป็นจำนวนมาก และอีกหลายประเทศที่เคยควบคุมสถานการณ์ได้ดี ก็ยังเกิดการระบาดอย่างหนักจนต้องกลับมาประกาศมาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย

สถานการณ์ ณ ปัจจุบัน

ในวันนี้ เราต้องยอมรับว่า สถานการณ์ได้เดินทางมาถึงจุดที่เป็น “หัวเลี้ยวหัวต่อ” ของภาวะวิกฤตอีกครั้ง เราต้องเจอกับการแพร่ระบาดครั้งร้ายแรงที่สุดที่ประเทศไทยเคยเจอมา หลังจากเมื่อวันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ผมได้ประกาศการล็อกดาวน์ 10 จังหวัด โดยปิดสถานที่และกิจการบางแห่ง ประกาศเคอร์ฟิว และการจำกัดการเดินทาง แต่คณะแพทย์ที่ปรึกษาได้ประเมินแล้วว่าสถานการณ์ยังคงไม่ดีขึ้น ผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตยังไม่ลดลง

กระทรวงสาธารณสุขพบว่า ผู้เสียชีวิตจำนวนมากเป็นผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อจากคนในครอบครัวหรือคนรู้จัก ที่นำเชื้อมาแพร่ในบ้าน นอกจากนี้ ยังมีประชาชนส่วนหนึ่ง ที่กระทำตัวเป็นภาระของส่วนรวม กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายและเพิ่มความเสี่ยงให้กับทุกคน ด้วยการรวมตัวกันเล่นการพนัน จับกลุ่มดื่มสุราหรือจัดปาร์ตี้ และจัดกิจกรรมเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด ทำให้การแพร่ระบาดยังไม่ลดลงและมีแนวโน้มการเจ็บป่วยและเสียชีวิตเพิ่มขึ้น

ดังนั้นเราจึงรอช้าไม่ได้ ที่จะต้องยกระดับมาตรการควบคุมโรค เพื่อลดความสูญเสียให้ได้โดยเร็วที่สุด จากข้อเสนอเร่งด่วนของคณะแพทย์ที่ปรึกษาและหน่วยงานต่างๆของกระทรวงสาธารณสุข ทำให้ ศบค. มีมติประกาศล็อกดาวน์ จำกัดการเดินทางในจังหวัดสีแดงเข้มที่เพิ่มขึ้นเป็น 13 จังหวัด และปิดกิจการต่างๆ อย่างน้อย 14 วัน ไม่เช่นนั้น สถานการณ์อาจจะร้ายแรงขึ้นจนยากต่อการควบคุม

ขอความร่วมมือกับมาตรการในครั้งนี้

ผมต้องขอให้พวกเราทุกคน อดทนกันอีกครั้ง และให้ความร่วมมือกับมาตรการในครั้งนี้อย่างเต็มที่ โดยผมทราบดีว่าจะต้องมีพี่น้องจำนวนมากที่ไม่สามารถทำมาหากินได้ และได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งนี้ทำให้ผมทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง และได้พยายามหาหนทางในการช่วยทุกท่านมาโดยตลอด ด้วยมาตรการเยียวยาต่าง ๆ

ทั้งการชดเชยการหยุดงาน การจ่ายเงินพิเศษเพิ่ม การลดค่าน้ำค่าไฟ การพักชำระหนี้ การลดค่าเทอม และนโยบายอื่นๆที่จะออกมารองรับมาตรการนี้ ให้ครอบคลุมและทั่วถึง และจะทบทวนนโยบายต่างๆเพื่อแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดยิ่งขึ้น ซึ่งในวันนี้ ครม. ได้มีมติเห็นชอบการเยียวยาเพิ่มเติมอีก 3 จังหวัดสีแดงเข้มแล้ว

การดูแลผู้ป่วย

ในส่วนของการดูแลผู้ป่วย ผมได้รับฟังข้อคิดเห็น ข้อร้องเรียน และคำถามจากประชาชน และสื่อมวลชนอยู่ตลอดเวลา และได้สั่งการให้แก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งปัญหาตอนนี้นั้นมีมากมายที่ต้องแก้ไข ทั้งการเข้าถึงการตรวจคัดกรอง และการหาซื้อ Antigen Test Kit ได้ในราคาถูก การเพิ่มเตียงโดยเฉพาะในกลุ่มสีแดง การจัดหาอุปกรณ์การรักษา และการเพิ่มบุคลากร การสร้างขวัญกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ การแก้ปัญหา Call Center การจัดการและดูแลผู้ป่วยที่กักตัวแบบ Home Isolation และ Community Isolation

โดยวันนี้ผมได้รับข่าวดีจากกระทรวงยุติธรรม ว่าผลการใช้สมุนไพรไทย คือฟ้าทะลายโจร และกระชายขาว ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในเรือนจำนั้น ได้ผลดีเป็นอย่างยิ่ง โดยผู้ป่วยที่รักษาด้วยฟ้าทะลายโจรหรือกระชายขาวนั้น หายป่วยทุกคน ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และจะเป็นอีกหนึ่งในตัวช่วยแก้สถานการณ์ด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทย นอกจากจะช่วยคนไทยที่กักตัวที่บ้านรักษาโควิดได้แล้ว และยังเป็นช่องทางเพิ่มรายได้ให้กับทั้งเกษตรกรและประเทศชาติในการส่งออกไปต่างประเทศได้อีกด้วย

เตรียมซื้อวัคซีนเพิ่มอีก 50 ล้านโดสในปีหน้า

และเรื่องที่สำคัญ ที่รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจในการดำเนินการ ก็คือการจัดหาวัคซีนให้ประชาชนชาวไทยให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด เป็นข่าวดีที่ในวันนี้ (20 ก.ค. 64) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามทำสัญญากับบริษัทไฟเซอร์ (ประเทศไทย) และบริษัทไบออนเทค ในการจัดซื้อวัคซีนชนิด mRNA จำนวน 20 ล้านโดส ซึ่งจะสามารถนำส่งได้ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ และไทยยังมีเป้าหมายที่จะสั่งซื้อเพิ่มอีกอย่างน้อย 50 ล้านโดสในปีหน้า

ซึ่งวัคซีนของของไฟเซอร์-ไบออนเทคนี้เข้ามาเสริมแผนกระจายวัคซีนของประเทศไทย ร่วมกับวัคซีนหลักของบริษัทแอสตรา-เซเนกา ที่ไทยได้สั่งซื้อไปแล้วจำนวน 61 ล้านโดส และวัคซีนจากบริษัทอื่นๆ ที่จะทยอยส่งมอบให้ในปลายปีนี้และต้นปีหน้า รวมถึงวัคซีนที่จะผลิตโดยหน่วยงานของไทยอีกอย่างน้อย 3 ชนิด และวัคซีนชนิดใหม่ๆ เช่น Protein Subunit ที่ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเจรจาอยู่กับหลายบริษัท และจะสั่งซื้อในทันทีที่เจรจาได้สำเร็จ

นอกจากการสั่งซื้อวัคซีนโดยตรงแล้ว รัฐบาลยังมีการเจรจากับหลายประเทศอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ได้วัคซีนมาเพิ่มเติมผ่านข้อตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเราได้รับวัคซีนซิโนแวคมาจากสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว 1 ล้านโดส วัคซีนแอสตรา-เซเนกา 1.05 ล้านโดส จากประเทศญี่ปุ่น และกำลังจะได้วัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส จากประเทศสหรัฐอเมริกา

และยังมีประเทศอื่น ๆ เช่น สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์ ที่อยู่ในระหว่างการเจรจาข้อตกลงเพื่อขอความช่วยเหลือทางวัคซีนและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ทำให้เชื่อได้ว่า ไทยจะยังคงสามารถเดินหน้าฉีดวัคซีนได้ตามแผนที่กำหนดไว้ ไม่ว่าจะมีอุปสรรคอะไร ทุกหน่วยงานของรัฐจะไม่ท้อถอย เราจะปรับแผนและใช้ความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

“หัวเลี้ยวหัวต่อ”

สงครามของโลกกับโควิด ยังไม่จบสิ้น การต่อสู้ของไทยในระลอกนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้ง 13 จังหวัด ถือเป็นสมรภูมิรบที่เราจะต้องเอาชนะ และยึดพื้นที่คืนกลับมาจากไวรัสร้ายนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้มีประชาชนต้องเจ็บป่วยล้มตายไปมากกว่านี้ แต่การศึกครั้งนี้ รัฐไม่สามารถเอาชนะได้ด้วยเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความสามัคคีกันของคนในชาติ

โดยเฉพาะในสมรภูมิทั้ง 13 จังหวัดนี้ ที่จะดำเนินตามมาตรการที่ออกมาอย่างเข้มงวดที่สุด งด ลด เลี่ยงการเดินทาง และการรวมตัวทำกิจกรรม ไม่ทำให้ตัวเองและคนรอบข้างเสี่ยงอันตราย ในขณะเดียวกันก็ต้องมีสติในการรับและส่งต่อข้อมูลข่าวสาร และช่วยกันสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ด้วยพลังบวกและน้ำใจไทย ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้เราสามารถผ่านวิกฤตในรอบแรกมาได้ และผมและคณะแพทย์เชื่อว่า หากเราล็อกดาวน์ตัวเองได้จริงๆ สถานการณ์ควรจะต้องเห็นผลดีขึ้นภายใน 14 วัน และเราจะผ่านพ้นช่วง “หัวเลี้ยวหัวต่อ” นี้ไปได้อีกครั้ง

คุมเข้ม 13 จังหวัด

แต่การกำหนดมาตรการใด ๆ ก็ตาม จะไม่มีความหมายเลย หากไม่สามารถควบคุมให้เป็นไปตามนั้นได้ ผมขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในทั้ง 13 จังหวัด ได้ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็งและเข้มงวด ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 13 จังหวัดได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่กับผู้กระทำผิด นอกจากนั้น ใน 14 วันนี้ ขอให้ผู้บริหารหน่วยงานรัฐทุกแห่งในทั้ง 13 จังหวัด บริหารจัดการให้ทำงานจากบ้าน (Work From Home) ให้ได้ 100% ยกเว้นกรณีที่จำเป็นจริง ๆ

ผมขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่จะต้องอดทนเสียสละกันอีกครั้งในช่วงเวลานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้ง อสม.ทั่วประเทศ ผมขอสัญญาว่าจะดูแลพวกท่านอย่างดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ ผมและรัฐบาล และหน่วยงานรัฐทุกแห่ง จะยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างเต็มที่ต่อไป ขอเก็บทุกคำวิจารณ์มาเพื่อรับฟังและหาหนทางที่จะดูแลพี่น้องประชาชนทุกท่านอย่างดีที่สุด และจะร่วมเดินเคียงข้างกันไปในช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้ จนถึงวันเราจะผ่านพ้นไปได้ด้วยกันครับ


แท็ก: NEWS , , ,
WRITER

RELATED

กัลฟ์ ตั้งเป้าส่งมอบกล่อง ‘กัลฟ์แคร์’ (GULF CARE Home Isolation Kit) 10,000 ชุด เปิดให้ผู้ป่วยโควิด-19 ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ได้

กัลฟ์ ตั้งเป้าส่งมอบกล่อง ‘กัลฟ์แคร์’ (GULF CARE Home Isolation Kit) 10,000 ชุด เปิดให้ผู้ป่วยโควิด-19 ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ได้

บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF จัดทำกล่อง “GULF CARE” (กัลฟ์แคร์) บรรจุยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งไม่แสดงอาการรุนแรง สามารถแยกรักษาตัวที่บ้าน…

‘อู่ฮั่น’ พบป่วยโควิด-19 ติดเชื้อในท้องถิ่น ครั้งแรกในรอบปีกว่า

‘อู่ฮั่น’ พบป่วยโควิด-19 ติดเชื้อในท้องถิ่น ครั้งแรกในรอบปีกว่า

ประเด็นสำคัญ นครอู่ฮั่นพบผู้ป่วยโควิด-19 ที่ติดเชื้อในพื้นที่ครั้งแรกในรอบปีกว่า โดยพบในแรงงานต่างถิ่น จำนวน 7 ราย คาดว่าติดเชื้อจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่พบในสถานีรถไฟ ที่ติดเชื้อก่อนหน้า ทางการจีนในหลายมณฑล ได้ยกระดับมาตรการการป้องกันโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้น เพื่อรับมือกับการระบาดของเชื้อสายพันธุ์เดลต้าที่พบในประเทศจีนในขณะนี้ สำนักงานใหญ่ด้านการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)…

โควิดวันนี้ –  3 ส.ค. พบผู้ป่วยเพิ่ม 18,901 / หายป่วยเพิ่มสูงสุด 18,590

โควิดวันนี้ – 3 ส.ค. พบผู้ป่วยเพิ่ม 18,901 / หายป่วยเพิ่มสูงสุด 18,590

อัตราการหายป่วยวันนี้ ทำสถิติสูงที่สุด เกือบเท่ากับจำนวนผู้ป่วยรายใหม่

กดปุ่มเที่ยวปฐมฤกษ์ รถไฟชานเมืองสายสีแดง

กดปุ่มเที่ยวปฐมฤกษ์ รถไฟชานเมืองสายสีแดง

ประเด็นที่น่าสนใจ นายกฯ เป็นประธานในพิธิเปิดทดลองใช้งานรถไฟชานเมืองสายสีแดง ผ่านระบบออนไลน์ โดยจะเปิดให้ทดลองบริการฟรี ตั้งแต่วันนี้ – พ.ย. 2564 ในเส้นทางบางซื่อ-รังสิต และ บางซื่อ – ตลิ่งชัน วันนี้…

7 คลัสเตอร์ใหม่ใน 6 จังหวัด – อรัญฯ คลัสเตอร์ใหญ่ พบ 231 ราย

7 คลัสเตอร์ใหม่ใน 6 จังหวัด – อรัญฯ คลัสเตอร์ใหญ่ พบ 231 ราย

โดยพบในโรงงาน-สถานประกอบการเป็นส่วนใหญ่

ซีรีส์จีน “With You เพราะเรามีกัน” สะท้อนเรื่องจริงแก้ปัญหาโควิด-19 ในเมืองอู่ฮั่น

ซีรีส์จีน “With You เพราะเรามีกัน” สะท้อนเรื่องจริงแก้ปัญหาโควิด-19 ในเมืองอู่ฮั่น

With You เพราะเรามีกัน ซีรีส์จีน บอกเล่าเรื่องจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ โควิด-19 โรคระบาดอันร้ายแรงที่เกิดขึ้นในจีน รวมนักแสดงแถวหน้าเพียบ!

กัมพูชา เริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้วัยรุ่น 12-17 ปี / เตรียมฉีดเข็ม 3 บุคลากรฯ

กัมพูชา เริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้วัยรุ่น 12-17 ปี / เตรียมฉีดเข็ม 3 บุคลากรฯ

ประเด็นน่าสนใจ กัมพูชาเริ่มฉีดโครงการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มวัยรุ่นอายุ 12-17 ปีแล้ว โดยใช้วัคซีนของ Sinovac ซึ่งทางการอินโดฯ ก็ได้มีการฉีดให้กลุ่มวัยรุ่นไปแล้วเช่นกัน ตั้งเป้าหมายฉีดให้ได้ 1 ล้านคน เพื่อเตรียมพร้อมในการเปิดการเรียนการสอนครั้งใหม่ ส่วนบุคลากรด่านหน้า เตรียมฉีด AstraZeneca…

จีนเทคแอคชั่นอย่างไร? หลังพบเคสโควิด-19 ผุดประปรายในหลายเมือง

จีนเทคแอคชั่นอย่างไร? หลังพบเคสโควิด-19 ผุดประปรายในหลายเมือง

ดูการจัดการโควิด-19 ของจีน หลังพบสายพันธุ์เดลตาระบาด

โควิดวันนี้ – 2 ส.ค. ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 17,970 ราย / หายป่วยเกือบ 14,000

โควิดวันนี้ – 2 ส.ค. ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 17,970 ราย / หายป่วยเกือบ 14,000

ยอดผู้ป่วยรายใหม่ยังสูง / หายป่วยเพิ่มสูงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 แล้ว