กู้เงิน 7 แสนล้าน สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แก้ปัญหาโควิด

‘สุดารัตน์’ แจง 3 ข้อ กังวลการกู้เงินเพิ่ม 7 แสนล้านของทางรัฐบาล

ประเด็นน่าสนใจ

  • ก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ให้อำนาจกระทรวงการคลังออกพระราชกำหนดกู้เงินจำนวนไม่เกิน 700,000 ล้านบาท
  • เพื่อใช้แก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19
  • คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มีความกังวลต่อการกู้เงินจำนวนดังกล่าวของรัฐบาล พร้อมแจง 3 ข้อ ในการกู้เงินดังกล่าวของทางรัฐบาล

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan ระบุว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ให้อำนาจกระทรวงการคลังออกพระราชกำหนดกู้เงินจำนวนไม่เกิน 700,000 ล้านบาท เพื่อใช้แก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 พรรคไทยสร้างไทยตระหนักดีว่า รัฐบาลจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล เพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 รวมถึงผลกระทบต่างๆ แต่เนื่องจากการใช้การใช้เงินกู้ 1 ล้านล้าน ที่ผ่านไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่น และไม่สามารถแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ ทั้งด้านการสาธารณสุข และการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ

อีกทั้งรัฐบาลนี้ ยังได้กู้เงินจนหนี้สินของประเทศพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้ฐานะทางการคลังของประเทศอยู่ในสภาพเปราะบางเป็นอย่างยิ่งพรรคไทยสร้างไทยจึงมีความกังวลต่อการกู้เงินจำนวนดังกล่าวของรัฐบาลดังต่อไปนี้

(1) เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนการคลังระยะปานกลาง (ปีงบประมาณ 2565-2568) โดยการประมาณการรายได้รัฐบาลสุทธิและงบประมาณรายจ่ายในปีงบประมาณ 2565-2568 โดยรัฐบาลจะขาดดุลงบประมาณจำนวน 700,000 / 710,000/ 690,500 และ 669,500 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.0/ 3.9/ 3.6/ และ 3.4 ต่อจีดีพี และจะทำให้หนี้สาธารณะต่อจีดีพีสำหรับปีงบประมาณ 2565-2568 เท่ากับ 57.6/ 58.6/ 59 และ 58.7 ตามลำดับ

ตามข้อมูลดังกล่าว กระทรวงการคลังได้ประมาณการสถานะการคลังระยะปานกลางของปีงบประมาณ 2564 มีหนี้สาธารณะคงค้าง 9,081,326 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 56 ของจีดีพีที่ประมาณไว้ที่ 16,550,200 ล้านบาท แต่จากเอกสารงบประมาณโดยสังเขปประจำปีงบประมาณ 2565 (หน้า 60) สำนักงบประมาณได้สรุปผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพีของปีงบประมาณ 2564 เท่ากับ 16,409,700 ล้านบาท

ซึ่งหากถือตามข้อมูลของสำนักงบประมาณล่าสุดนั้น จะทำให้หนี้สาธารณะคงค้างเท่ากับประมาณร้อยละ 58 ซึ่งจะทำให้รัฐบาลสามารถก่อหนี้ได้อีกไม่เกินร้อยละ 2 หรือประมาณ 300,000 ล้านบาท ดังนั้น การกู้เงินอีกจำนวน 700,000 ล้านบาท จึงเกิดข้อกังวลว่าการกู้ครั้งนี้ ย่อมทำให้หนี้สาธารณะต่อจีดีพี สูงเกินกว่าร้อยละ 60 อันเป็นกรอบความยั่งยืนทางการเงินการคลังที่ยึดถือกันมาโดยตลอด

(2) ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ใช้เงินกู้เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดและการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยออกพระราชกำหนดกู้เงินจำนวน 1.0 ล้านล้านบาทมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่รัฐบาลยังไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ ดังจะเห็นได้จากเกิดการแพร่ระบาดจนถึงขณะนี้รวมแล้วถึงสามรอบ แม้ปัจจุบันรัฐบาลจะได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายรณรงค์ให้ประชาชนฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ (herd immunity)

แต่ประชาชนก็ยังมีความสับสนทั้งทางด้านคุณภาพของวัคซีน ความปลอดภัยจากการฉีดวัคซีน และวัคซีนที่ได้รับไปนั้นสามารถป้องกันการติดเชื้อหรือป้องกันการเสียชีวิตจากการติดเชื้อ รวมทั้งยังมีความสับสนด้านการเข้าถึงซึ่งวัคซีนที่เกิดความขัดแย้งระหว่างภาครัฐด้วยกันเอง ได้แก่ นายกรัฐมนตรีซึ่งรับผิดชอบ ศบค. กับกระทรวงสาธารณสุขที่รับผิดชอบการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงมีความจำเป็นที่รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีซึ่งมีอำนาจเต็มตามกฎหมายแต่เพียงผู้เดียว จะต้องสร้างความเข้าใจอันจะนำมาซึ่งความเชื่อมั่น (trust) ในความปลอดภัยต่อชีวิตของประชาชนเพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ (confidence) ที่จะออกมาประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจอันเป็นหัวใจของการฟื้นฟูเศรษฐกิจต่อไป

(3) วัตถุประสงค์อันเป็นเป้าหมายของการกู้เงินทั้งสองครั้งจำนวนรวม 1.7 ล้านล้านบาท ได้แก่ การควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับความเสียหายจากการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว ซึ่งหัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาคือการทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น (trust) ในด้านความปลอดภัยในชีวิต และเชื่อมั่นในแผนการใช้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอันจะทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ (confidence) ที่จะออกมาประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

แต่การที่รัฐบาลเสนอขอกู้เงินจำนวน 700,000 ล้านบาท ที่นอกจากจะมีข้อกังวลว่าหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะสูงเกินกว่าร้อยละ 60 เกินกรอบความยั่งยืนทางการคลังตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว กระบวนการเกี่ยวกับการกู้เงินจำนวนดังกล่าวที่ได้ดำเนินการในคณะรัฐมนตรีอย่างปกปิดเป็นความลับ ยิ่งทำให้ประชาชนเกิดความไม่เชื่อมั่นยิ่งขึ้น รัฐบาลจึงควรดำเนินการโดยเปิดเผยโปร่งใสเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับประชาชน ทั้งด้านกระบวนการ เป้าหมายและประสิทธิผลของการใช้เงิน ที่จะต้องชดใช้คืนจากภาษีอากรของประชาชน

ทั้งหมดนี้คือความกังวล ต่อการกู้เงินจำนวน 700,000 ล้านบาท ที่นอกจากจะดำเนินการโดยไม่เปิดเผยโปร่งใสแล้ว ยังจะสร้างความไม่เชื่อมั่นว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมทั้งสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ ทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีสูงเกินร้อยละ 60 เกินเสถียรภาพและกรอบความยั่งยืนทางการเงินการคลัง ขัดต่อพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ทำให้ความน่าเชื่อถือของประเทศทางด้านการคลังลดลง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นอันเป็นหัวใจสำคัญของการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

พรรคไทยสร้างไทย ขอเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงข้อกังวลตามที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เพื่อให้ประชาชนได้มั่นใจว่า เงินกู้ซึ่งจะเป็นภาระของประชาชน ที่จะต้องเป็นผู้ใช้หนี้เงินกู้ของรัฐบาล จะถูกใช้อย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ ต่อการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน และมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้โดยพรรคไทยสร้างไทย อาสาเป็นกระบอกเสียง ติดตามตรวจสอบการดำเนินงานของรัฐบาลให้กับพี่น้องประชาชนอย่างจริงจังต่อไป

WRITER

RELATED

‘บิ๊กตู่’ เผยเร่งเดินหน้า 3 แนวทางแก้โควิด ตั้งเป้าหาวัคซีนเพิ่มเป็น 150 ล้านโดส

‘บิ๊กตู่’ เผยเร่งเดินหน้า 3 แนวทางแก้โควิด ตั้งเป้าหาวัคซีนเพิ่มเป็น 150 ล้านโดส

นายกรัฐมนตรี เผย เดินหน้า 3 แนวทางเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ตั้งเป้าเร่งเพิ่มจำนวนวัคซีน ให้เป็น 150 ล้านโดส หรือมากกว่านั้น

‘สุดารัตน์’ นำทัพ พร้อมเปิดรับคนทำงานเพื่อชาวกทม.

‘สุดารัตน์’ นำทัพ พร้อมเปิดรับคนทำงานเพื่อชาวกทม.

ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทย เสนอให้คุณหญิงสุดารัตน์ พิจารณาลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคเพื่อไทย ด้าน 'หญิงหน่อย' ยืนยันกระแสข่าวดังกลาวไม่เป็นความจริง

‘หญิงหน่อย’ โพสต์สุดเสียใจ พิษเศรษฐกิจทำคนฆ่าตัวตาย

‘หญิงหน่อย’ โพสต์สุดเสียใจ พิษเศรษฐกิจทำคนฆ่าตัวตาย

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan” แสดงความคิดเห็นต่อกรณีข่าวการฆ่าตัวตายเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจ โดยมีข้อความระบุว่า “สัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงไม่กี่วันมีข่าวการฆ่าตัวตายเพราะพิษเศรษฐกิจแล้วถึง 5 ข่าวน่าเศร้านะคะ รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง ทั้งกับชะตากรรมของผู้เสียชีวิต…

ล่าสุด!! คุณหญิงสุดารัตน์ โพสต์ “อีกฝั่ง อยู่นิ่งๆ เส้นชัยก็วิ่งเข้าหาแล้ว”

ล่าสุด!! คุณหญิงสุดารัตน์ โพสต์ “อีกฝั่ง อยู่นิ่งๆ เส้นชัยก็วิ่งเข้าหาแล้ว”

คุณหญิงสุดารัตน์โพสต์เฟซบุ๊ก ถ้านี่คือการแข่งขันกีฬา สิ่งที่เราพบก็คือ ทีมประชาธิปไตยถูกโกงตลอดสนามการแข่งขัน ขณะที่อีกฝั่ง อยู่นิ่งๆ เส้นชัยก็วิ่งเข้าหาแล้ว วันที่ 5 มิ.ย.2562 เวลาประมาณ 22.55 น.คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กคุณหญิงสุดารัตน์…

สุดารัตน์ โพสต์รำลึก พฤษภาทมิฬ “เผด็จการยึดอำนาจ – เลือกตั้งชุบตัว”

สุดารัตน์ โพสต์รำลึก พฤษภาทมิฬ “เผด็จการยึดอำนาจ – เลือกตั้งชุบตัว”

เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้โพสต์รูปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan โดยระบุข้อความว่า รูปนี้ เมื่อ 27 ปีที่แล้วค่ะ ขอคารวะต่อดวงวิญญาณของนักสู้ ผู้องอาจทุกท่าน…

‘หญิงหน่อย’ ซัดเลือกตั้งกติกาบิดเบี้ยว พรรคชนะเยอะกลับยิ่งแพ้‬

‘หญิงหน่อย’ ซัดเลือกตั้งกติกาบิดเบี้ยว พรรคชนะเยอะกลับยิ่งแพ้‬

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ โพสต์ซัดการเลือกตั้ง 62 กติกาบิดเบี้ยว พรรคชนะเยอะกลับยิ่งแพ้‬ เมื่อวันที่ 27 พ.ค.62 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก…

“สุดารัตน์” เชื่อ “มิ่งขวัญ” เป็นนักการเมืองน้ำดี ไม่ตระบัดสัตย์

“สุดารัตน์” เชื่อ “มิ่งขวัญ” เป็นนักการเมืองน้ำดี ไม่ตระบัดสัตย์

“สุดารัตน์” เชื่อ “มิ่งขวัญ” เป็นนักการเมืองน้ำดี ไม่ตระบัดสัตย์ ชี้ นักการเมืองเก่าถ้าไม่รู้จักปรับตัวอาจสูญพันธุ์ จากกรณีที่มีกระแสข่าวออกมาว่า พรรคพลังประชารัฐได้รวบรวมเสียงในการจัดตั้งรัฐบาลรวม 12 พรรค ซึ่งเกิน 250 เสียงแล้ว โดยได้รวม…

‘สุดารัตน์’ โพสต์จวก พรบ.ไซเบอร์ คุกคามเสรีภาพ-ทำเศรษฐกิจแย่

‘สุดารัตน์’ โพสต์จวก พรบ.ไซเบอร์ คุกคามเสรีภาพ-ทำเศรษฐกิจแย่

“สุดารัตน์” โพสต์ทวิตเตอร์ พ.ร.บ.ไซเบอร์ คุกคามเสรีภาพของประชาชน ทำลายบรรยากาศทางธุรกิจ ทั่วโลกจะไม่กล้ามาลงทุน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย และเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ทางทวิตเตอร์ @sudaratofficial ว่า…

เลือกตั้ง 62 : ‘สุดารัตน์’ เชื่อ 24 มี.ค. ยังมีเลือกตั้ง แม้มีเหตุการณ์ต่างๆ มาแทรก

เลือกตั้ง 62 : ‘สุดารัตน์’ เชื่อ 24 มี.ค. ยังมีเลือกตั้ง แม้มีเหตุการณ์ต่างๆ มาแทรก

“สุดารัตน์” เชื่อการเลือกตั้งยังมีในวันที่ 24 มีนาคม แม้จะมีเหตุการณ์ต่างๆ มาแทรก ขอเคารพเสียงประชาชน หลังยอดผู้ลงทะเบียนล่วงหน้าสูง ไม่ตอบโพลสำรวจคะแนนนิยมพลเอกประยุทธ์นำ ชี้คนตัดสินคือประชาชนทั้งประเทศ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังขึ้นเวทีปราศรัยอำเภอเมือง จ.อำนาจเจริญ…