กรมสรรพสามิต จัดเก็บภาษีน้ำตาล ภาษีน้ำตาล

กรมสรรพสามิตชี้แจง เกี่ยวกับผลกระทบ จากการขึ้นภาษีน้ำตาล

จากกรณีที่ นายวีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ภาควิชาเคมี ม.เกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงผลกระทบจากการ ขึ้นภาษีน้ำตาล ว่าจะทําให้เอกชนหลายรายเปลี่ยนสูตรการผลิตสินค้า โดยใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล ซึ่งในอนาคตจะทําให้ความต้องการอ้อยที่นำมาใช้ผลิตน้ำตาลลดลง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคเกษตรกรรม อ้อยและอุตสาหกรรมน้ําตาลทราย จนอาจนําไปสู่การเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกรชาวไร่อ้อย ทั้งนี้ โซเชียล…

Home / NEWS / กรมสรรพสามิตชี้แจง เกี่ยวกับผลกระทบ จากการขึ้นภาษีน้ำตาล

จากกรณีที่ นายวีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ภาควิชาเคมี ม.เกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กถึงผลกระทบจากการ ขึ้นภาษีน้ำตาล ว่าจะทําให้เอกชนหลายรายเปลี่ยนสูตรการผลิตสินค้า โดยใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล

ซึ่งในอนาคตจะทําให้ความต้องการอ้อยที่นำมาใช้ผลิตน้ำตาลลดลง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคเกษตรกรรม อ้อยและอุตสาหกรรมน้ําตาลทราย จนอาจนําไปสู่การเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกรชาวไร่อ้อย ทั้งนี้ โซเชียล มีเดียมีการนําข้อความดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อเนื่อง

https://www.facebook.com/ExciseDepartment/videos/357861774906024/?t=50

ซึ่งทางกรมสรรพสามิต ได้ออกมาชี้แจงประเด็นผลกระทบจากการขึ้นภาษีน้ำตาลว่า ปัจจุบันพบว่า ประชาชนไทยมีปัญหาจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non- Communicable Diseases : NCDs) อันเนื่องมาจากการบริโภคหวาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องดื่มที่มีความหวานซึ่งมีปริมาณ น้ำตาลสูง

ดังนั้น รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้มีการบูรณาการร่วมกันทั้งระหว่างภาครัฐและภาค เอกชนพิจารณาออกมาตรการเป็นแผนทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็น รูปธรรมและมีประโยชน์สูงสุด

โดยสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมและผู้นําเข้าปรับสูตรการผลิต และผลิตสินค้าเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มี สัดส่วนของปริมาณน้ำตาลไม่เกิน 6 กรัมต่อปริมาตรเครื่องดื่ม 100 มิลลิลิตร

ภายในระยะเวลา 5 – 6 ปี มาตรการภาษีถูกนํามาใช้เพื่อลดการบริโภคปริมาณน้ำตาลในสินค้าเครื่องดื่มผ่านกลไกราคา โดยมี การประกาศใช้ภาษีตามปริมาณน้ำตาลในอัตราก้าวหน้าล่วงหน้าเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมมีระยะเวลาใน การปรับตัว

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดําเนินการมาตรการอื่น ๆ ที่ไม่ใช่มาตรการภาษี เช่น การใช้ฉลาก GDA และ Healthier Choices Logo ส่งผลให้ผู้บริโภคตระหนักถึงผลกระทบต่อสุขภาพในการบริโภค เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมากขึ้น กล่าวโดยสรุปคือ สินค้าที่มีน้ำตาลสูงจะมีราคาแพงกว่าและยังส่งผลเสียต่อ สุขภาพมากกว่า

ในขณะที่ภาษีความสามารถจะทําให้เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลน้อยกว่ามีราคาถูกกว่าและยัง ส่งผลเสียต่อสุขภาพน้อยกว่าอีกด้วย สําหรับการใช้สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลนั้น ภาครัฐมีหน่วยงาน สํานักงาน คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทําหน้าที่ดูแลถึงชนิดสารและปริมาณที่เหมาะสมในระดับปลอดภัย ต่อผู้บริโภคที่สามารถเติมในเครื่องดื่มได้ ซึ่งต้องพิจารณาปริมาณที่เหมาะสมและดําเนินการควบคุมควบคู่ กันไปด้วย

อย่างไรก็ตาม สําหรับผลกระทบจากภาษีความหวานต่ออุตสาหกรรมน้ําตาลที่มีจะส่งผล กระทบต่อราคาอ้อยของเกษตรกรนั้น ภาครัฐได้มีการพิจารณาอุปสงค์และอุปทานของอ้อยทั้งระบบเพื่อลด ผลกระทบดังกล่าว

โดยมีการวางแผนการเพิ่มมูลค่าตลาดทั้งในประเทศและการส่งออกน้ำตาลไปยัง ต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมให้มีการเพิ่มมูลค่าของอ้อยโดยส่งเสริมให้นําไปใช้ในการผลิตสินค้า อื่น อาทิ เอทานอลเพื่อเป็นพลังงานในประเทศและการส่งออก เป็นต้น