กัญชา ข่าวสดวันนี้ พิษวิทยารามาธิบดี

ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดีออกประกาศเตือนให้ระวังการใช้ผลิตภัณฑ์กัญชา

ประเด็นน่าสนใจ

  • กระแสการใช้กัญชาเพื่อนำมารักษาโรคเริ่มเป็นที่แพร่หลายในไทยมากขึ้น
  • ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดระบุว่าการใช้กัญชาจะมีประโยชน์สูงสุด ปลอดภัยมากที่สุด จะต้องสั่งจ่ายโดยบุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรกัญชาทางการแพทย์ของกรมการแพทย์เท่านั้น
  • ในช่วงเวลาที่ผ่านมามีการบาดเจ็บจากการสัมผัสผลิตภัณฑ์กัญชาเพิ่มมากขึ้น โดยมีจำนวนผู้บาดเจ็บจากการใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาปรึกษามายังศูนย์พิษวิทยาฯ ทั้งหมด 302 ราย

ในช่วงที่ผ่านมา การใช้กัญชาเพื่อนำมารักษาโรคต่าง ๆ ถูกพูดถึงเพิ่มขึ้น โดยมีการเริ่มศึกษาสารในกัญชาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์มากขึ้น เนื่องจากมีสารหลายชนิดในกัญชา สารที่มีการศึกษาและมีข้อมูลสนับสนุนเพียงพอในการใช้ทางการแพทย์คือสาร THC(tetrahydrocannabinol) และสาร CBD (Cannabidiol)สำหรับสารอื่นยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติม ประเทศไทยได้ประกาศกฎหมายกัญชาทางการแพทย์ตั้งแต่เดือนมกราคม

โดยกรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุขได้รวบรวมองค์ความรู้ ความเห็นต่างๆและแนวทางในการใช้กัญชาทางการแพทย์ให้เป็นประโยชน์และปลอดภัยกับผู้ป่วย โดยจัดพิมพ์แนวทางการใช้และประกาศประชาสัมพันธ์ให้ทราบกันทั่วไป ข้อบ่งชี้ที่สามารถใช้กัญชาในการรักษามี 4 อาการได้แก่ภาวะคลื่นไส้อาเจียนจากเคมีบำบัด , โรคลมชักที่รักษายาก และโรคลมชักที่ดื้อต่อยารักษา ,ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (multiple sclerosis) และภาวะปวดประสาท (neuropathic pain)

ทั้งนี้ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดีระบุว่า การใช้กัญชามีประโยชน์สูงสุดและเกิดความปลอดภัยมากที่สุด จะต้องสั่งจ่ายโดยบุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรกัญชาทางการแพทย์ของกรมการแพทย์เท่านั้น และไม่ให้ใช้เป็นยาเริ่มต้น

สำหรับประโยชน์ของกัญชาในการรักษาโรคอื่นๆนั้น เป็นเรื่องที่น่าสนใจและศึกษาเพิ่มเติม ขณะนี้ยังมีข้อมูลมากไม่เพียงพอในการสนับสนุนให้ใช้ในมนุษย์เชื่อว่าหากมีการศึกษาอย่างถูกต้อง เหมาะสม แม้จะใช้เวลามากขึ้นบ้าง เราน่าจะสามารถใช้กัญชา และสารต่างๆในกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้อย่างดีและยั่งยืนต่อไป

นอกจากนี้ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดียังเผยถึงใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ ว่าแพทย์จะต้องทำความเข้าใจเรื่องโรคและแนวทางการรักษากับผู้ป่วย รวมทั้งประเมินความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงและข้อห้ามใช้ หากตัดสินใจใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์แล้วจึงทำการนำแนวทางการใช้ที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วยและญาติก่อนสั่งจ่ายผลิตภัณฑ์

อย่างไรก็ตาม ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดีที่ได้ให้คำปรึกษากรณีผู้ป่วยหรือบาดเจ็บจากพิษต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมงพบว่าตั้งแต่ มกราคม พ.ศ. 2561 จนถึง พฤษภาคม 2562 มีจำนวนผู้บาดเจ็บจากการใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาปรึกษามายังศูนย์พิษวิทยาฯ ทั้งหมด 302ราย โดยมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่จะเป็นการเจ็บป่วยจากการสัมผัสผลิตภัณฑ์น้ำมันกัญชา

ทั้งนี้ในกลุ่มผู้ป่วยที่สัมผัสผลิตภัณฑ์น้ำมันกัญชา ผู้ป่วยส่วนใหญ่ใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันกัญชาเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่ตรงกับข้อบ่งชี้ของกรมการแพทย์เช่น ช่วยการนอนหลับจำนวน 45 รายทดลองใช้โดยไม่ได้จะรักษาหรือบรรเทาอาการใดจำนวน 32ราย ลดอาการปวดอื่นๆที่ไม่ใช่อาการปวดประสาทจำนวน 28ราย รักษาโรคมะเร็งจำนวน 20 ราย ป้องกันโรคมะเร็ง 12 รายรักษาเบาหวาน 12 รายบำรุงร่างกาย 12 ราย รักษาความดันโลหิตสูง10ราย และคลายเครียด 6 ราย

โดยในกลุ่มผู้ป่วยที่สัมผัสผลิตภัณฑ์น้ำมันกัญชา 240 รายนั้นและเกิดปัญหานั้น เป็นการใช้ครั้งแรก 138 ราย หยดมากเกินกว่าที่ตั้งใจไว้ 17 ราย จงใจเพิ่มขนาดเอง 14 ราย ใช้ผลิตภัณฑ์เดิมปริมาณเท่าเดิมกับที่เคยใช้แล้วไม่มีอาการผิดปกติมาก่อน 13 ราย และเพิ่งเปลี่ยนขวดใหม่ 5 ราย


ทั้งนี้ทั้งนั้น ในช่วงเวลาที่ผ่านมามีการบาดเจ็บจากการสัมผัสผลิตภัณฑ์กัญชาเพิ่มมากขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นการใช้ที่ไม่ตรงข้อบ่งชี้ของกรมการแพทย์ผลิตภัณฑ์น้ำมันกัญชาสัมผัสเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาจากเพื่อน ญาติ และซื้อ
จากอินเตอร์เน็ต

โดยศูนย์พิษวิทยารามาธิบดีสรุปทิ้งท้ายเกี่ยวกับการใช้กัญชาทางการแพทย์ที่จะเป็นประโยชน์กับผู้ป่วยนั้น ควรใช้ด้วยความเข้าใจ ถูกข้อบ่งใช้ และมีการดูแลแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์อย่างเหมาะสม ผู้ป่วยและญาติควรต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตัวโรคและยาที่ใช้เป็นอย่างดี ผลิตภัณฑ์ที่ใช้จะต้องมีมาตรฐานมีข้อมูลการตรวจสอบความปลอดภัยและปริมาณเนื้อสารที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดการรักษาพยาบาลที่เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและลดการบาดเจ็บจากการใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาที่ไม่เหมาะสม

ขอบคุณที่มาจาก ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

WRITER

RELATED

จุฬาฯ ชูกัญชาเพื่อการแพทย์ ต่อยอดสารพัดผลิตภัณฑ์

จุฬาฯ ชูกัญชาเพื่อการแพทย์ ต่อยอดสารพัดผลิตภัณฑ์

“กัญชา” พืชเศรษฐกิจที่มีมูลค่าการตลาดสูง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ริเริ่มทำคลัสเตอร์วิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาจากกัญชา

แนะนำเมนูอร่อยจาก “กัญชา” ต้ม ยำ ทำ แกง เมนูรื่นรมย์

แนะนำเมนูอร่อยจาก “กัญชา” ต้ม ยำ ทำ แกง เมนูรื่นรมย์

แนะนำเมนูอร่อยจาก “กัญชา” ใบกัญชาออร์แกนิค จากวิสาหกิจชุมชนผัก พืชสมุนไพรและพืช พลังงาน ตำบลพนมรอก จ.นครสวรรค์

คู่มือการขออนุญาตปลูก ‘กัญชา’ สำหรับเกษตรกร

คู่มือการขออนุญาตปลูก ‘กัญชา’ สำหรับเกษตรกร

เกษตรกรสามารถขออนุญาตปลูกกัญชาได้ โดยการรวมกลุ่มกันจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน/วิสาหกิจเพื่อสังคม/สหกรณ์การเกษตรและขออนุญาตร่วมกับหน่วยงานของรัฐ

อย. ย้ำ !! ปรุงอาหารเมนู ‘กัญชา’ ไม่ผิดกฎหมาย

อย. ย้ำ !! ปรุงอาหารเมนู ‘กัญชา’ ไม่ผิดกฎหมาย

อย. เผยการนำ 'กัญชา' ไปปรุงเมนูอาหารไม่ผิดกฎหมาย แต่ต้องซื้อมาจากแหล่งปลูกที่ได้รับอนุญาตจาก อย. เท่านั้น

เตรียมพัฒนาหลักสูตรเมนูจาก ‘กัญชา’ ใน กศน. สร้างอาชีพสู่วิสาหกิจชุมชน

เตรียมพัฒนาหลักสูตรเมนูจาก ‘กัญชา’ ใน กศน. สร้างอาชีพสู่วิสาหกิจชุมชน

กระทรวงสาธารณสุข-กระทรวงศึกษาธิการ เตรียมลงนามความร่วมมือ พัฒนาหลักสูตรการประกอบธุรกิจอาหารจากกัญชา และกัญชง ใน กศน.

คกก.ยาเสพติด เห็นชอบ โมเดลปลูกกัญชา 6 ต้น นำร่อง จ.บุรีรัมย์

คกก.ยาเสพติด เห็นชอบ โมเดลปลูกกัญชา 6 ต้น นำร่อง จ.บุรีรัมย์

คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ เห็นชอบโมเดลปลูกกัญชา 6 ต้น แต่ยังมีข้อจำกัดที่ผู้ป่วยยังไม่สามารถปลูกกัญชาเพื่อรักษาตนเอง

ปลดล็อกกัญชา ออกจากรายชื่อยาเสพติดประเภท 5

ปลดล็อกกัญชา ออกจากรายชื่อยาเสพติดประเภท 5

แก้ไข ให้กัญชา - กัญชง ไม่ว่าจะเป็นต้น, เปลือก ใบ รวมถึงสารสกัด ที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตในประเทศ ไม่จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5

“กัญชา-กัญชง” พ้นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ใช้ทางการแพทย์เท่านั้น

“กัญชา-กัญชง” พ้นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ใช้ทางการแพทย์เท่านั้น

คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ เห็นชอบให้ปลด "กัญชา กัญชง" พ้นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และสุขภาพตามวิถีพื้นบ้านเท่านั้น

ผลศึกษาการใช้กัญชาทางการแพทย์ ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ผลศึกษาการใช้กัญชาทางการแพทย์ ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

องค์การเภสัชกรรม(อภ.) เผย ผลขั้นต้นการศึกษาการใช้กัญชาทางการแพทย์ หลายอาการพบว่าเป็นไปในทิศทางดี การใช้ THC ร่วมกับ CBD น่าจะให้ผลดีต่อการยับยั้งเซลล์มะเร็ง