DSI ดีเอสไอ เงินกู้นอกระบบ แก๊งเงินกู้

DSI ร่วมตร.-ทหาร ตรวจค้นแก๊งเงินกู้นอกระบบรายใหญ่ย่านบางเขน

ประเด็นน่าสนใจ

  • DSI ร่วมตำรวจ ทหาร ตรวจค้นเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบรายใหญ่ย่านบางเขน
  • พบเอกสารฟ้องร้อง หมายบังคับคดี สมุดบัญชีธนาคารและบัตร ATM ของลูกหนี้จำนวนมาก
  • ทุนทรัพย์ฟ้องร้องกว่า 30 ล้านบาท ลูกหนี้ที่ถูกฟ้องร้องกว่า 800 ราย

สืบเนื่องจากรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างต่อเนื่อง และกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติที่หน่วยงานต่าง ๆ ต้องบูรณาการความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ เนื่องจากพบว่าปัจจุบันปัญหาหนี้นอกระบบทวีความรุนแรงมากขึ้น มีการปล่อยเงินกู้โดยเรียกดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนอย่างอื่นในอัตราที่สูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทั้งยังอาศัยช่องว่างกฎหมายในการเอารัดเอาเปรียบลูกหนี้ การข่มขู่ทวงหนี้โดยใช้ความรุนแรง มีการกระทำในลักษณะเป็นเครือข่ายผู้มีอิทธิพล และเป็นองค์กรอาชญากรรม

ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการที่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ ขาดการสนับสนุนแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิต ขาดความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายและการทำสัญญา เมื่อถูกฟ้องร้องดำเนินคดีแล้วไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างทันท่วงที จนเป็นเหตุให้ถูกบังคับคดีและยึดทรัพย์สิน

โดยเฉพาะที่ทำกินและที่อยู่อาศัย ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในหลายพื้นที่ของประเทศกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม (ศนธ.) ได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือและขอความเป็นธรรมจากลูกหนี้ซึ่งกู้ยืมเงินนอกระบบจากเจ้าหนี้ย่านบางเขน โดยลงชื่อกู้เงินในสัญญาเงินกู้เปล่าและถูกเปลี่ยนแปลงยอดเงินในสัญญาเงินกู้ ไม่ตรงกับความเป็นจริง

ทั้งที่ได้ชำระหนี้เป็นเงินสดให้กับเจ้าหนี้ไปครบถ้วนแล้วแต่ไม่มีหลักฐานการชำระเงิน และเจ้าหนี้ไม่ยอมคืนสัญญาเงินกู้ให้ ต่อมาได้ถูกเจ้าหนี้ยื่นฟ้องร้องดำเนินคดีต่อศาลเพื่อให้ชดใช้หนี้ ยึดสมุดบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็ม (บัตรกดเงินสด) ทำให้ได้รับความเดือดร้อน

ในการนี้ พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สั่งการให้ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ดำเนินการสืบสวนกรณีดังกล่าว ซึ่งจากการสืบสวนในเบื้องต้นพบว่า เจ้าหนี้มีพฤติการณ์การปล่อยเงินกู้นอกระบบและเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยคิดดอกเบี้ย ร้อยละ 10-20 ต่อเดือน ในพื้นที่เขตบางเขน เขตลาดพร้าว และพื้นที่ใกล้เคียง ทำมานานกว่า 10 ปี

อีกทั้งยังมีพฤติกรรมเอาเปรียบลูกหนี้ ด้วยการทำสัญญากู้ยืมโดยระบุจำนวนเงินในสัญญาสูงกว่าจำนวนเงินที่ลูกหนี้ได้รับจริง คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 10-20 บาทต่อเดือน และจะหักค่าปากถุง 10% ของจำนวนเงินกู้ และมีการคิดดอกเบี้ยรายวันในอัตราร้อยละ 20 บาท (ดอกลอย) คือ ทำสัญญากู้ยืมเงินจำนวนเงิน 10,000 บาท ส่งดอกเบี้ยรายวัน วันละ 200 บาท เงินต้นไม่ลดจนกว่าจะนำเงินต้นทั้งหมดมาคืนภายในคราวเดียว

และยังมีพฤติกรรมทวงหนี้โหดข่มขู่ด่าทอให้ได้รับความอับอาย รวมไปถึงการที่ลูกหนี้งผ่อนชำระหนี้ใกล้จะหมด หรือหมดแล้ว ก็จะชวนทะเลาะและเจ้าหนี้จะนำสัญญาเงินกู้ไปฟ้องร้องต่อศาลโดยกำหนดทุนทรัพย์เต็มจำนวนตามที่ระบุในสัญญา เมื่อลูกหนี้ชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ในแต่ละครั้งนั้น เจ้าหนี้จะไม่ยอมทำเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรให้ไว้เป็นหลักฐานการชำระหนี้แก่ลูกหนี้

หรือบางกรณีเมื่อลูกหนี้ชำระหนี้งวดสุดท้ายแล้ว เจ้าหนี้จะให้ลูกหนี้นำเงินมาชำระที่บ้านของเจ้าหนี้และบอกให้ฉีกทำลายเอกสารการกู้ยืมเงิน แต่เมื่อลูกหนี้ได้ทำลายเอกสารสัญญาเงินกู้ เจ้าหนี้จะนำความดังกล่าวไปแจ้งความดำเนินคดีกับลูกหนี้ในข้อหาบุกรุกและทำลายเอกสารสัญญาเงินกู้ ประกอบกับแจ้งความว่าสัญญาเงินกู้หายเพื่อเป็นหลักฐานในการนำมาฟ้องร้องคดีตามสัญญาเงินกู้อีก

อีกทั้งเจ้าหนี้รายนี้ทำตัวเป็นผู้อิทธิพลในพื้นที่ มีพฤติการณ์ข่มขู่และกลั่นแกล้งลูกหนี้ อาศัยช่องว่างทางกฎหมายเป็นเครื่องมือในการเอารัดเอาเปรียบลูกหนี้ โดยลูกหนี้ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ
เช่น ทหาร ตำรวจ และครอบครัว พ่อค้าแม่ค้า และบุคคลทั่วไป เป็นโจทก์ฟ้องร้องลูกหนี้ต่อศาลจำนวนมาก ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2552 จนถึงปัจจุบัน ประมาณ 460 คดี

เป็นคดีแพ่งจำนวน 374 คดี และคดีอาญา จำนวน 86 คดี มีผู้ถูกฟ้องรวมทั้งสิ้นจำนวน 852 ราย และมีทุนทรัพย์ในการฟ้องร้องดำเนินคดีประมาณ 30,762,658 บาท มูลหนี้ตามคำพิพากษาประมาณ 24,673,492 บาท

นอกจากนี้ ยังได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติการณ์ของเจ้าหนี้รายนี้ปลูกบ้านพักอาศัยรุกล้ำคลองระบายน้ำ ซึ่งเป็นคลองเชื่อมต่อกับคลองหลุมไผ่ ที่เป็นคลองสาธารณประโยชน์ บริเวณหน้ากองพันทหารช่างที่ 1 รักษาพระองค์ แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ทำให้ชาวบ้านในละแวกนั้นได้รับความเดือดร้อน ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงได้จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ได้แก่ ผู้แทนศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปฉช.ตร) เจ้าหน้าที่ที่ดิน กรมธนารักษ์ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ มณฑลทหารราบที่ 11 ในการรังวัดสอบเขตพื้นที่พิพาทต่อไป

ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2562 กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม นำโดย พันตำรวจตรี ณฐพล ดิษยธรรม เลขานุการศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม นางอุมาพร แพรประเสริฐ ผู้ช่วยเลขานุการศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม และเจ้าน้าที่ตำรวจ ทหาร สนธิกำลังเข้าตรวจค้นตามหมายค้นรวม 3 จุด

โดยพบหลักฐานที่น่าจะเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหลายรายการที่บ้านเลขที่ 171 และพบเจ้าหนี้พักอาศัยอยู่และนำตรวจค้น ดังนี้ สมุดบัญชีรายชื่อลูกหนี้ การชำระเงิน สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร และบัตรเอทีเอ็มของลูกหนี้ สำเนาคำฟ้องที่ปรากฎชื่อเจ้าหนี้เป็นโจทก์ฟ้อง สำเนาหมายบังคับคดี เงินสดจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่รวบรวมเอกสารได้ 11 กล่อง และ 13 ถุงดำ

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.บางเขน ได้ลงบันทึกประจำวันและส่งมอบศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

WRITER

RELATED

เจ้าหน้าที่ DSI ติดเชื้อโควิด 1 ราย เร่งทำความสะอาดฆ่าเชื้อเต็มรูปแบบ

เจ้าหน้าที่ DSI ติดเชื้อโควิด 1 ราย เร่งทำความสะอาดฆ่าเชื้อเต็มรูปแบบ

มีข้าราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จำนวน 1 ราย จากไทม์ไลน์ส่วนใหญ่ทำงาน - กลับที่พัก เบื้องต้นพบบุตรชายของผู้ป่วยติดเชื้อโควิดก่อนหน้านี้

‘ดีเอสไอ’ บุกจับโมเดลลิ่งดัง เครือข่ายเผยแพร่ภาพลามกเด็ก แหล่งใหญ่ของโลก

‘ดีเอสไอ’ บุกจับโมเดลลิ่งดัง เครือข่ายเผยแพร่ภาพลามกเด็ก แหล่งใหญ่ของโลก

ดีเอสไอ สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ บุกจับ 'เนเน่' โมเดลลิ่งเด็กชื่อดัง ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก และนำข้อมูล (ภาพถ่ายลามกอนาจารเด็ก) เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

ดีเอสไอ ลงพื้นที่ลุยตรวจสอบโรงแรมดัง ‘ศรีพันวา ภูเก็ต’

ดีเอสไอ ลงพื้นที่ลุยตรวจสอบโรงแรมดัง ‘ศรีพันวา ภูเก็ต’

กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ลงพื้นที่ตรวจสอบ ที่ดินของโรงแรมศรีพันวา ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต

ดีเอสไอ ส่งสำนวนคดี ‘บิลลี่ พอละจี’ ให้ อสส. พิจารณาตามกฎหมาย

ดีเอสไอ ส่งสำนวนคดี ‘บิลลี่ พอละจี’ ให้ อสส. พิจารณาตามกฎหมาย

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นปี 63 ที่ผ่านมา อัยการสั่งไม่ฟ้อง 'ชัยวัฒน์' และพวก คดี บิลลี่ พอละจี ทางดีเอสไอไม่เห็นพ้องด้วยกับคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการดังกล่าว จึงมีการยื่นสำนวนการสอบสวนใหม่

ชาวเกาะลันตา​ร้อง​ดีเอสไอ​ ถูกหลอกลงทุนเงินสกุลดิจิทัล

ชาวเกาะลันตา​ร้อง​ดีเอสไอ​ ถูกหลอกลงทุนเงินสกุลดิจิทัล

ที่บริเวณด้านหน้าทางเข้าอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ​ (DSI)​ สมาคมพิทักษศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์  นำโดย นายผดุงศักดิ์ เทียนไพโรจน์​ ประธานที่ปรึกษาสมาคมพิทักษ์ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์  ได้พาชาวบ้านในเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ รวม 24 คน เข้ายื่นหนังสือร้องขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ตรวจสอบเอาผิดกับผู้ที่หลอกลวงให้นำเงินไปลงทุนซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลวันคอยน์…

ดีเอสไอ เผยชิ้นส่วนกระดูกเสื่อมสภาพ ไม่กระทบคดีบิลลี่

ดีเอสไอ เผยชิ้นส่วนกระดูกเสื่อมสภาพ ไม่กระทบคดีบิลลี่

ความคืบกรณีนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานฯ แก่งกระจาน ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมนายพอละจี หรือบิลลี่ รักจงเจริญ แกนนำกะเหรี่ยง บ้านโป่ง-บางกลอย ทางอธิบดีดีเอสไอได้ยืนยันว่าชิ้นส่วนกระดูก 9 ชิ้น ที่พบในเขื่อนแก่งกระจาน เสื่อมสภาพ ไม่สามารถตรวจดีเอ็นเอได้…

DSI บุกค้น 3 จุดในเชียงใหม่ เชื่อมโยง Forex – 3D

DSI บุกค้น 3 จุดในเชียงใหม่ เชื่อมโยง Forex – 3D

จากกรณีเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สนธิกำลังร่วมกับ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำหมายค้นเข้าตรวจสถานที่จำนวน 6 จุด ในคดีพิเศษที่ 153/2562…

DSI ทลายแว่นตาแบรนด์เนมปลอม เสียหายรวมกว่า 50 ล้านบาท

DSI ทลายแว่นตาแบรนด์เนมปลอม เสียหายรวมกว่า 50 ล้านบาท

พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พันตำรวจโท นิรุติ พัฒนรัฐ รองผู้อำนวยการกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา และตัวแทนผู้เสียหายจาก บริษัท สัตยะพล แอนด์พาร์ทเนอร์ส จำกัด ได้ร่วมกันแถลงข่าวการบุกจับแหล่งจำหน่ายสินค้าประเภทแว่นตา…

DSI สรุปสำนวนสั่งฟ้อง ‘ชัยวัฒน์’ และพวก ฟัน 6 ข้อหา คดีบิลลี่

DSI สรุปสำนวนสั่งฟ้อง ‘ชัยวัฒน์’ และพวก ฟัน 6 ข้อหา คดีบิลลี่

พ.ต.ท เชน กาญจนปัทม์ ผู้อำนวยการกองปฎิบัติการคดีพิเศษภาค ดีเอสไอ นายสุรพงษ์ กองจันทึก ทนายความ และน.ส พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมึนอ ภรรยา นายพอละจี รักจงเจริญหรือ…