วัคซีนโควิด วัคซีนโควิดของไทย

วัคซีนโควิดของไทย ประเดิมฉีดอาสาสมัครกลุ่มแรก 18 คน

คัดลอก URL แล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • องค์การเภสัชกรรมร่วมกับคณะเวชศาสตร์เขตร้อน ม.มหิดล วิจัยวัคซีนโควิด 19 ชนิดเชื้อตายในมนุษย์ระยะที่ 1 และ 2 รวม 460 คน
  • ประเดิมฉีดเข็มแรกในอาสาสมัครกลุ่มแรกก่อน 18 คน
  • คาดปลายปีนี้ได้สูตรที่ดีที่สุดไปศึกษาต่อระยะที่ 3 โดยในปี 65 ยื่นขอทะเบียนตำรับและผลิตในระดับอุตสาหกรรมได้

วานนี้ (22 มี.ค. 64) ที่ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 5 คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าววัคซีนโควิด 19 ชนิดเชื้อตายขององค์การเภสัชกรรม เริ่มวิจัยในมนุษย์ระยะที่ 1/2 พร้อมให้กำลังใจอาสาสมัครที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกในการวิจัย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การวิจัยพัฒนาและผลิตวัคซีนโควิด 19 ขึ้นเองภายในประเทศ เป็นการสร้างความมั่นคงและพึ่งพาตนเอง ซึ่งองค์การเภสัชกรรมได้วิจัยพัฒนาวัคซีนโควิด 19 ชนิดเชื้อตาย ด้วยเทคโนโลยีไข่ไก่ฟัก

ผลวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่า มีความปลอดภัยและกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี ดังนั้นในวันนี้องค์การเภสัชกรรมจึงร่วมกับศูนย์วัคซีน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล เริ่มศึกษาวิจัยวัคซีนในมนุษย์ระยะที่ 1 และ 2 โดยการศึกษาวิจัยจะฉีดวัคซีนให้กับอาสาสมัคร 460 คน และจะศึกษาวิจัยในมนุษย์ให้มีผลครบถ้วนเพื่อนำข้อมูลไปยื่นขอขึ้นทะเบียนต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

และผลิตในระดับอุตสาหกรรมที่โรงงานผลิตวัคซีนขององค์การเภสัชกรรม ต. ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ซึ่งมีเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนด้วยไข่ไก่ฟักที่ใช้ในการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่อยู่แล้ว พร้อมปรับมาใช้ผลิตวัคซีนโควิด 19 ได้ทันที คาดว่าภายในปี 2565 จะขอรับทะเบียนตำรับและเริ่มผลิตวัคซีนได้ โดยผลิตได้ 25-30 ล้านโดสต่อปี

“การผลิตวัคซีนในครั้งนี้เป็นการผลิตโดยคนไทยเพื่อคนไทย โดยใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ของบุคลากรองค์การเภสัชกรรม ถือเป็นความหวังและเป็นขีดความสามารถใหม่ของประเทศไทยที่จะผลิตวัคซีนได้เอง ลดการพึ่งพาต่างชาติ กระทรวงสาธารณสุขได้สนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนได้ทั้งในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ฉุกเฉิน” นายอนุทิน กล่าว

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า โครงการวัคซีนโควิด-19 ชนิดเชื้อตายขององค์การเภสัชกรรม ถือเป็นหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จของการพัฒนางานวิจัยของคนไทย จากความร่วมมือระหว่างสองกระทรวง คือ องค์การเภสัชกรรม กระทรวงสาธารณสุข และคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล กระทรวงการอุดมศึกษาฯ

ทั้งนี้ เพื่อให้การพัฒนาวัคซีนนี้เป็นไปตามแผน กระทรวงการอุดมศึกษาฯ มีแนวทางสนับสนุนการศึกษาวิจัยในมนุษย์ทั้ง 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 และ 2 สนับสนุนด้านนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญ และงบประมาณ ส่วนระยะที่ 3 อาจจะมีการวิจัยทั้งในและต่างประเทศเพื่อให้ได้จำนวนอาสาสมัครที่เพียงพอ ด้วยการสนับสนุนของกลไกคณะกรรมการร่วมพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ โดยทั้งนี้กลุ่มหน่วยงาน ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี จะเป็นอีกหนึ่งกลไกที่จะช่วยให้การพิจารณาและสนับสนุนให้การวิจัยในระยะที่ 3 สำเร็จได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุขและประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า สำหรับการวิจัยพัฒนาและผลิตวัคซีนโควิด –19 ขึ้นใช้เองในประเทศนั้น องค์การเภสัชกรรม ได้ร่วมมือกับสถาบัน PATH สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ส่งหัวเชื้อไวรัสตั้งต้นที่พัฒนาโดยโรงเรียนแพทย์ Mount Sinai ในนิวยอร์กและมหาวิทยาลัยเท็กซัส มาให้ใช้วิจัยพัฒนาวัคซีนตั้งแต่ปี 2563

ซึ่งหัวเชื้อไวรัสตั้งต้นมีการตัดแต่งพันธุกรรมไวรัสนิวคาสเซิล ให้มีโปรตีนส่วนหนาม (Spike protein) ของไวรัสโควิด-19 จึงมีความปลอดภัยไม่ก่อให้เกิดโรค เพิ่มจำนวนในไข่ไก่ฟักได้ ซึ่งองค์การเภสัชกรรมมีเทคโนโลยีนี้ในการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่มาก่อน จากการทดสอบความเป็นพิษในหนูแรทที่อินเดีย ทดสอบประสิทธิภาพและการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในหนูแฮมสเตอร์ที่สหรัฐอเมริกา มีความปลอดภัย กระตุ้นภูมิคุ้มกันอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้รับอนุญาตให้ฉีดวัคซีนเพื่อศึกษาวิจัยในมนุษย์ระยะที่ 1 และ 2 นี้

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

วัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่องค์การเภสัชกรรมวิจัยพัฒนานั้น จะมีการทดสอบกับสารเสริมฤทธิ์ (Adjuvant) และจะเลือกสูตรที่ดีที่สุดสำหรับการตรวจหาประสิทธิผลในการศึกษาวิจัยระยะต่อไป

ทั้งนี้วัคซีนโควิด-19 ชนิดเชื้อตายที่องค์การเภสัชกรรมดำเนินการอยู่นี้ ยังต้องมีทำการศึกษาวิจัยในมนุษย์ในระยะที่ 3 ในกลุ่มอาสาสมัครจำนวนมาก และการวิจัยที่หลากหลายกว้างขวางมากขึ้น จึงจำเป็นต้องร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในการสนับสนุนการดำเนินงานให้สำเร็จ เพื่อให้สามารถขึ้นทะเบียนยา กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้สำเร็จ เพื่อให้สามารถทำการผลิตวัคซีนในระดับอุตสาหกรรมได้ต่อไป

ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า โครงการวัคซีนโควิด-19 ชนิดเชื้อตายขององค์การเภสัชกรรม ร่วมกับคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นหนึ่งในโครงการที่ประสบความสำเร็จในด้านความร่วมมือและการพัฒนางานวิจัยในประเทศ

ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล

ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจ หมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio – Circular – Green Economy : BCG Model) ของสำนักปลัดกระทรวง อว. โดยจะให้การสนับสนุนทรัพยากรเพื่อการพัฒนาในทุกๆ ด้านสำหรับการวิจัยในมนุษย์ทั้ง 3 ระยะ ทั้งด้านองค์ความรู้ โครงการ คน และเงินทุน เพื่อผลักดันให้โครงการนี้สำเร็จให้เร็วที่สุด

ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร นายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ศูนย์วัคซีน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล อยู่ในเครือข่ายการทดสอบวัคซีนระดับนานาชาติขององค์การอนามัยโลก เพื่อวิจัยและทดสอบวัคซีนทางคลินิก ทำให้ศูนย์วัคซีนมีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนกลยุทธ์เพื่อให้ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะผลิตวัคซีนที่มีคุณภาพ ผ่านการทดสอบตามลำดับ และนำข้อมูลการศึกษาทางคลินิกไปขึ้นทะเบียนได้

ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร

ที่ผ่านมาศูนย์วัคซีนได้รับการสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลก, USAID และ CIDA วิจัยทางคลินิกเพื่อหาประสิทธิผลของวัคซีนเอดส์ มีส่วนร่วมในการวิจัยพัฒนาวัคซีนที่ได้รับการขึ้นทะเบียน 6 ชนิด ได้แก่ วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก 4 สายพันธุ์ และ 9 สายพันธุ์ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดเชื้อเป็น (H1N1) วัคซีนป้องกันไข้หวัดนก (H5N2) วัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลชนิดเชื้อตาย วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก (CYD-TDV) และวัคซีน คอตีบ บาดทะยัก ไอกรนชนิดไร้เซลล์ เป็นต้น

นายแพทย์วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า องค์การเภสัชกรรมมีความพร้อมในการผลิตวัคซีนดังกล่าว​ โดยโรงงานผลิตวัคซีนขององค์การเภสัชกรรมตั้งอยู่ที่ ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ปัจจุบันพร้อมผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในระดับอุตสาหกรรมในทันที โดยมีทีมผลิตวัคซีนกว่า 100 คน ที่มีความรู้ ความสามารถ สามารถผลิตได้ทันทีหลังจากวัคซีนได้รับทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

สำหรับโครงการวิจัยในครั้งนี้ ดำเนินงานโดยทีมนักวิจัยและทีมผลิตวัคซีนขององค์การเภสัชกรรม ภายใต้การกำกับดูแลของผู้บริหารองค์การเภสัชกรรม ภายใต้การดูแลของนายกิตติศักดิ์ ภูพิพัฒน์ผล ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ในฐานะหัวหน้าทีม ซึ่งทีมงานได้ทุ่มเท มุ่งมั่นจนโครงการดังกล่าวมีความก้าวหน้าตามลำดับ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติต่อไป

ศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การศึกษาวิจัยวัคซีนครั้งนี้ ศูนย์วัคซีน โดย ศ.พญ.พรรณี ปิติสุทธิธรรม เป็นผู้ดำเนินการศึกษาวิจัยทางคลินิกในระยะที่ 1 และ 2 ซึ่งออกแบบมาเพื่อประเมินความปลอดภัย และความสามารถในการสร้างภูมิคุ้มกันของวัคซีนที่ผลิตโดยองค์การเภสัชกรรม ทั้งนี้โครงการวิจัยมีจุดมุ่งหมายในการคัดเลือกวัคซีนเพียงสูตรเดียวที่เหมาะสมเพื่อทำการศึกษาวิจัยระยะที่ 3 เพื่อตรวจหาประสิทธิผลต่อไป

ศาสตราจารย์ นายแพทย์บรรจง กล่าวต่อว่า การศึกษาวิจัยจะเปิดรับอาสาสมัคร 460 คน ซึ่งทุกคนต้องมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีประวัติติดเชื้อโควิด-19 และไม่มีประวัติแพ้ยาหรือวัคซีน โดยจะมีการตรวจคัดกรอง ซักประวัติ ตรวจร่างกาย และตรวจเลือด สำหรับการศึกษาวิจัยจะแบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 จำนวน 210 คน อายุ 18-59 ปี

โดยแบ่งการศึกษาเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกศึกษาในอาสาสมัคร 18 คนก่อน เริ่มด้วยวัคซีนขนาดที่ต่ำที่สุด และค่อยเพิ่มไปยังขนาดที่สูงขึ้น และส่วนที่ 2 ศึกษาในอาสาสมัคร 192 คน จากนั้นจะวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเลือกให้ได้ขนาดหรือสูตรวัคซีนวิจัย 2 สูตร นำไปวิจัยต่อในระยะที่ 2 ประมาณเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นการศึกษาวิจัยในอาสาสมัครอายุ 18-75 ปี จำนวน 250 คน สำหรับการศึกษาระยะที่ 2 คาดว่าจะทราบผลภายในปลายปีนี้


แท็ก: NEWS , ,
WRITER

RELATED

สรุปข้อมูล วัคซีนโควิด19 สำหรับเด็ก ต่ำกว่า18ปี ตัวไหนฉีดได้ ตัวไหนยังไม่รับรอง

สรุปข้อมูล วัคซีนโควิด19 สำหรับเด็ก ต่ำกว่า18ปี ตัวไหนฉีดได้ ตัวไหนยังไม่รับรอง

ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในกลุ่มคุณพ่อคุณแม่ ที่มีบุตรอยู่ในวัยที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งยังคงมีประเด็นของการฉีดวัคซีนโควิด19 ที่ยังไม่ชัดเจน

‘สถานทูตจีน’ คัดค้าน!! การกล่าวหาด้อยค่าวัคซีนจีน

‘สถานทูตจีน’ คัดค้าน!! การกล่าวหาด้อยค่าวัคซีนจีน

สถานทูตจีนประจำประเทศไทย คัดค้านการกล่าวหาวัคซีนจีนโดยไร้เหตุ ย้ำ 'ซิโนแวค' มีประสิทธิผลในการป้องกันไวรัสกลายพันธุ์เป็นอย่างดี

รพ.จุฬาฯ เผย ผลการทดสอบวัคซีน ChulaCov19 ระยะที่ 1

รพ.จุฬาฯ เผย ผลการทดสอบวัคซีน ChulaCov19 ระยะที่ 1

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการทดสอบวัคซีน ChulaCov19 ระยะที่ 1

วิจัยพบวัคซีนโควิด-19 เวอร์ชั่นใหม่ สร้างภูมิคุ้มกันเร็วขึ้น

วิจัยพบวัคซีนโควิด-19 เวอร์ชั่นใหม่ สร้างภูมิคุ้มกันเร็วขึ้น

คณะนักวิจัยฯ ทดสอบฉีดวัคซีนในหนูทดลองด้วยวัคซีนที่ผลิตจากโปรตีนหนามของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ร่วมกับโปรตีนนิวคลีโอแคปซิด

วัคซีนโควิด-19 HXP–GPOVac ของ อภ. เริ่มวิจัยในมนุษย์ระยะที่ 2

วัคซีนโควิด-19 HXP–GPOVac ของ อภ. เริ่มวิจัยในมนุษย์ระยะที่ 2

วัคซีนโควิด-19 HXP–GPOVac ขององค์การเภสัชกรรม เริ่มวิจัยในมนุษย์ระยะ ที่ 2 หลังการศึกษาวิจัยในมนุษย์ระยะ ที่ 1 ประสบผลสำเร็จ

วัคซีนโควิดไทย “จุฬา-ใบยา” เริ่มทดสอบในคนเฟส 1 ต้น ก.ย.นี้

วัคซีนโควิดไทย “จุฬา-ใบยา” เริ่มทดสอบในคนเฟส 1 ต้น ก.ย.นี้

'อนุทิน' ตรวจเยี่ยมโรงงานต้นแบบผลิตวัคซีนโควิดชนิดโปรตีนซับยูนิตจากใบยาสูบ โดยจุฬาฯ-ใบยา ความคืบหน้าต้นเดือนกันยายนเริ่มทดสอบในมนุษย์เฟส 1

ไบโอเทค สวทช. พัฒนาวัคซีนโควิด-19 แบบพ่น คาดได้ใช้กลางปีหน้า

ไบโอเทค สวทช. พัฒนาวัคซีนโควิด-19 แบบพ่น คาดได้ใช้กลางปีหน้า

ประเด็นที่น่าสนใจ ไบโอเทค พัฒนาได้พัฒนาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) แบบพ่นจมูก ชนิด Adenovirus-based และ Influenza-based ซึ่งได้มีการทดสอบประสิทธิภาพในสัตว์ทดลอง (หนู) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งผลเป็นที่น่าพอใจ เตรียมรวมรวมรายงานต่าง…

หากเกิด ผื่นแดง หลังรับวัคซีน Covid-19 อันตรายหรือไม่ ควรทำอย่างไร?

หากเกิด ผื่นแดง หลังรับวัคซีน Covid-19 อันตรายหรือไม่ ควรทำอย่างไร?

ผื่นแดง ที่เกิดหลังจากการฉีดวัคซีนนั้นไม่ได้มีลักษณะจำเพาะ ผื่นสามารถขึ้นเป็นตุ่มนูน ผื่นราบเป็นปื้น หรือลมพิษก็ได้

อภ. ร่วมกับ บริษัท ซิลลิคฯ ลงนามสัญญา ชื้อ-ขาย ‘โมเดอร์นา’ 5 ล้านโดส แล้ว

อภ. ร่วมกับ บริษัท ซิลลิคฯ ลงนามสัญญา ชื้อ-ขาย ‘โมเดอร์นา’ 5 ล้านโดส แล้ว

องค์การเภสัชกรรม และ บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จํากัด ลงนามในสัญญาซื้อ-ขาย อย่างเป็นทางการ ในการซื้อ-ขาย วัคซีนโมเดอร์นา 5 ล้านโดส