จับปรับผู้ขับขี่บนทางเท้า จับปรับในอัตราใหม่

กทม.เผย 1 ปี จับปรับขับขี่บนทางเท้า เป็นเงินกว่า 11 ล้านบาท

ประเด็นน่าสนใจ

  • 1 ส.ค. 62 จับปรับผู้ขับขี่บนทางเท้า 2,000 บาท จากเดิมปรับ 1,000 บาท
  • ทาง กทม.เผยว่า ระยะเวลา 1 ปี จับกุมผู้กระทำผิด 20,659 ราย ปรับเป็นเงิน 11,179,500 บาท

เมื่อวันที่ 23 ก.ค.2562 นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักเทศกิจ และหัวหน้าฝ่ายเทศกิจสำนักงานเขต ครั้งที่ 6/2562

โดยมี ดร.วัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ มีเพียร นายสมศักดิ์ ชาติสุขศิริเดช ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายจิรวัฒน์ แพงมา ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ ผู้บริหารสำนักเทศกิจ หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ 50 สำนักงานเขต และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมเพื่อรับทราบนโยบายและรายงานผลการปฏิบัติงาน ณ ห้องกรุงธน 3 อาคาร 2 สำนักเทศกิจ

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ขอให้ทุกสำนักงานเขตกวดขันการจอดหรือขับขี่จักรยานยนค์บนทางเท้า พร้อมทั้งจัดทำแผนกวดขันการจอดหรือขับขี่บนทางเท้าและตั้งจุดกวดขัน จับ-ปรับ รถจอดหรือขับขี่จักรยานยนต์บนทางเท้าอย่างเข้มงวด

อย่างไรก็ดีแม้ปัจจุบันกรุงเทพมหานครจะกำหนดอัตราโทษการจับปรับผู้กระทำผิดกรณีการจอดรถหรือขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า จำนวน 1,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นโทษที่ค่อนข้างสูง แต่ยังมีผู้ฝ่าฝืนกระทำผิดขับขี่จักรยานยนต์บนทางเท้าอีกจำนวนไม่น้อย

กรุงเทพมหานครจึงมีนโยบายที่จะเพิ่มโทษปรับผู้ขับขี่จักรยานยนต์บนทางเท้าเป็น 2,000 บาท โดยจะเริ่มจับปรับในอัตราใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 62 เป็นต้นไป

โดยจะมีการรับฟังเสียงสะท้อนจากสังคมเกี่ยวกับความเหมาะสมของการกำหนดโทษในอัตราที่สูงขึ้นนี้ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป สำหรับการจับปรับผู้กระทำผิดในช่วงนี้ให้ใช้อัตราโทษเดิมไปก่อนพร้อม ทั้งให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนอัตราโทษจับหรับใหม่ให้ผู้กระทำผิดทราบด้วย

นอกจากนี้ ได้มอบหมายสำนักเทศกิจประสานงานกับสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล จัดทำแอปพลิเคชันสำหรับตรวจสอบประวัติผู้กระทำความผิด หากพบว่าเป็นผู้กระทำผิดซ้ำซากให้ดำเนินการลงโทษสูงสุด โดยไม่ให้มีการลดหย่อนอย่างเด็ดขาด

ทั้งนี้ สำหรับการจับปรับผู้กระทำผิดกรณีการขับขี่บนทางเท้าระหว่างวันที่ 9 ก.ค. 61 – 21 ก.ค. 62 จับกุมผู้กระทำผิด 20,659 ราย ว่ากล่าวตักเตือน 4,197 ราย ดำเนินคดี 14,678 ราย อยู่ระหว่างดำเนินคดี 1,784 ราย ปรับเป็นเงิน 11,179,500 บาท

WRITER

RELATED