คุณสมบัติของเกษตรกรที่จะขออนุญาตปลูกกัญชา
เกษตรกรสามารถขออนุญาตปลูกกัญชาได้ โดยการรวมกลุ่มกันจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน/วิสาหกิจเพื่อสังคม/สหกรณ์การเกษตรและขออนุญาตร่วมกับหน่วยงานของรัฐ
ขั้นตอนการขอจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน
Q : เกษตรกรรวมกลุ่มกันขอจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน เพื่อปลูกกัญชาได้หรือไม่?
A : ไม่ได้ เพราะกัญชายังจัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5
ถ้าเช่นนั้นต้องทำอย่างไร ?
- เกษตรกรรวมตัวกันเพื่อจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน ในกิจการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อปลูกกัญชาโดยเฉพาะ
- จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนดำเนินการในกิจการตามที่ยื่นขอ ณ สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่เพื่อรับใบรับรองการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน
- วิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนแล้วร่วมกับหน่วยงานของรัฐ (ที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยหรือจัดการเรียนการสอนทางการแพทย์เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์หรือเกษตรศาสตร์หรือมีหน้าที่ให้บริการทางการแพทย์ เภสัชกรรม หรือวิทยาศาสตร์ หรือมีหน้าที่ให้บริการทางเกษตรกรรม เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือเภสัชกรรม หรือมีหน้าที่ในการป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด)
- ยื่นขออนุญาตผลิต (ปลูก) ซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา
- เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว นำใบอนุญาตให้ผลิต (ปลูก) ซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา ยื่นขอเพิ่มกิจการ
วิสาหกิจชุมชน ณ สำนักงานเกษตรอำเภอ ที่วิสาหกิจชุมชนจดทะเบียน
การขออนุญาตปลูกกัญชา
ขั้นตอนการขออนุญาตปลูกกัญชา
- ยื่นคำขอฯ พร้อมเอกสารหลักฐาน ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ที่สถานที่ปลูกตั้งอยู่
- ตรวจประเมินสถานที่ขออนุญาตปลูกกัญชา
- เข้าประชุมของคณะกรรมการจังหวัดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายเพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาให้ความเห็น (กรณีพื้นที่ปลูกตั้งอยู่ต่างจังหวัด)
- เข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณากลั่นกรอง
- เข้าที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ
- ออกใบอนุญาต
เอกสารประกอบการขออนุญาต
เอกสารของวิสาหกิจชุมชุน
- หนังสือจดวิสาหกิจชุมชน
- สำเนาทะเบียนบ้านของวิสาหกิจชุมชน (กรณีสถานที่ปลูกตั้งอยู่ที่วิสาหกิจชุมชน)
เอกสารอื่น ๆ
- โครงการการปลูกกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือเพื่อการศึกษาวิจัย
- มาตรการรักษาความปลอดภัย
- คำสั่งกำหนดรายชื่อผู้ที่สามารถเข้า-ออกในพื้นที่เพาะปลูกกัญชา พร้อมแนบหนังสือรับรองตนเองว่าไม่มีประวัติหรือพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
- แนวทางการปฏิบัติงาน (SOP) การขนส่ง การทำลาย
- ผลการสอบประวัติการถูกดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
ของผู้ดำเนินกิจการ ซึ่งตรวจสอบโดย ศูนย์ตรวจสอบประวัติบุคคล
กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
แผนการปลูกและการใช้ประโยชน์
การขออนุญาตปลูกกัญชา ผู้ขออนุญาตต้องมีความชัดเจนว่าจะปลูกจำนวนเท่าไหร่ ได้ผลผลิตเท่าไหร่ และจะนำผลผลิตดังกล่าวไปจำหน่ายให้กับใคร (ปริมาณการปลูก ต้องสอดคล้องกับแผนการผลิต แผนการจำหน่าย และแผนการใช้ประโยชน์) โดยต้องกำหนดผู้รับซื้อที่แน่ชัด (มี contract farming)
การเตรียมสถานที่การปลูก
การจัดเตรียมสถานที่ปลูก สามารถดำเนินการปลูกได้ทั้งในรูปแบบ
- การปลูกกัญชากลางแจ้ง (Outdoor Cultivation)
- การปลูกกัญชาในโรงเรือน (Semi-Outdoor Cultivation)
- การปลูกกัญชาในระบบปิด (Indoor Cultivation)
ซึ่งแต่ละรูปแบบมีข้อดี – ข้อด้อย แตกต่างกันไป ดังนี้
การปลูกกัญชากลางแจ้ง (Outdoor Cultivation)
ข้อดี ได้แก่
- ต้นกัญชาสามารถได้รับแสงธรรมชาติได้เต็มที่
- ต้นทุนการดำเนินการต่ำ
- เหมาะกับกัญชาสายพันธุ์ไทย
ข้อด้อย ได้แก่
- ไม่สามารถคุมศัตรูพืช แมลง หรือโรคพืชได้
- ไม่สามารถคุมแสง อุณหภูมิ
- การปลูกและเก็บเกี่ยวได้แค่1 ครั้งต่อปี
- ได้ผลผลิตน้อยถ้าปลูกไม่ตรงตามฤดูกาล
การปลูกกัญชาในโรงเรือน (Semi-Outdoor Cultivation)
ข้อดี ได้แก่
- ต้นกัญชาสามารถได้รับแสงธรรมชาติได้เต็มที่
- ต้นทุนการดำเนินการต่ำกว่าการปลูกในระบบปิด
- สามารถคุมสภาพแวดล้อมและศัตรูพืชได้บางส่วน
ข้อด้อย ได้แก่
- สามารถควบคุมคุณภาพผลผลิตได้แต่ต้องใช้เทคนิคต่างๆและ
- อาศัยความเชี่ยวชาญ
การปลูกกัญชาในระบบปิด (Indoor Cultivation)
ข้อดี ได้แก่
- มีการควบคุมระยะเวลาในการให้แสง น้ำ สารอาหาร
- ได้ผลผลิต (ช่อดอก ใบ) ที่มีคุณภาพ ปริมาณสูง
- สามารถคุมสภาพแวดล้อมและศัตรูพืชได้
- วางแผนการปลูก และเก็บเกี่ยวได้ทั้งปี
- การปลูกและเก็บเกี่ยวได้แค่2 ครั้งต่อปี
ข้อด้อย ได้แก่
- ต้นทุนการดำเนินการสูง
- ผู้ปลูกต้องมีความเชี่ยวชาญ
- ด้านเทคนิคการปลูกเช่น การควบคุมระบบแสงไฟเทียม ระบบน้ำ ระบบอากาศ
ข้อกำหนดด้านสถานที่ปลูก แบ่งออกเป็น 4 หัวข้อดังนี้
1.ข้อกำหนดด้านสถานที่ เช่น สถานที่เพาะปลูกต้องมีที่อยู่ที่ตั้งชัดเจน โครงสร้างพื้นที่ต้องจัดทำแนวเขตชัดเจนปิดกั้นทั้ง 4 ด้านของพื้นที่ปลูก สามารถป้องกันการเข้าถึงของบุคคลภายนอก จำกัดจำนวนประตูเข้าออกพื้นที่และประตูควรทำจากวัสดุที่แข็งแรงทนทาน มีการจัดทำป้ายแสดงว่าเป็นสถานที่ผลิตยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 และมีหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ชอบด้วยกฎหมายหรือหนังสือให้ความยินยอมจากผู้ให้เช่าหรือผู้ให้ใช้ที่ดิน (กรณีขอเช่าหรือขอใช้ที่ดินของบุคคลอื่น)
2.ข้อกำหนดด้านการรักษาความปลอดภัย เช่น ภายในพื้นที่ปลูกรวมทั้งบริเวณประตูทางเข้าออกมีระบบกล้องวงจรปิด โดยจัดให้มีการสำรองไฟล์ข้อมูลในอุปกรณ์รูปแบบอื่น ๆ ได้ไว้อย่างน้อย 6 เดือน มีระบบรักษาความปลอดภัยในการผ่านเข้าออกพื้นที่เช่นกุญแจล็อคเปิดปิด เครื่องทาบบัตร เครื่องสแกนลายนิ้วมือ และกำหนดบัญชีรายชื่อบุคคลผู้ที่มีสิทธิ์เข้าออกพื้นที่ รวมทั้งรายชื่อบุคคลผู้รับผิดชอบ พร้อมช่องทางการติดต่อกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
3.ข้อกำหนดด้านการเก็บรักษา เช่น จัดเตรียมสถานที่ที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยในการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ผลผลิตที่ได้หลังจากการเก็บเกี่ยว และส่วนที่เหลือของกัญชาเพื่อรอการทำลาย โดยมีการแยกเก็บเป็นสัดส่วนไม่ปะปนกับวัสดุอื่น ๆ พร้อมทั้งกำหนดให้มีผู้รับผิดชอบเฉพาะในการควบคุมสถานที่จัดเก็บ
4.ข้อกำหนดด้านการควบคุมการใช้ เช่น ดำเนินการปลูกกัญชาตามมาตรฐานการปลูกโดยมีรายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงานิ(SOP) ในการควบคุมการปลูกและการเก็บเกี่ยวจัดให้มีการตรวจวิเคราะห์ด้วยวิธีการวิเคราะห์ที่ได้มาตรฐานในทุกรอบการเพาะปลูกกัญชา มีการจัดทำบัญชีรับจ่ายและรายงานการดำเนินการตามแบบที่กฎหมายกำหนด รวมถึงมีมาตรการในการควบคุมการขนส่งและการทำลายกัญชา