การชุมนุม การประท้วง ข่าวการเมือง ม็อบ28กพ

ม็อบ 28 ก.พ. บาดเจ็บ 33 ราย / จับกุมตัว 22 ราย

จากการนัดชุมนุมเมื่อวานนนี้

Home / NEWS / ม็อบ 28 ก.พ. บาดเจ็บ 33 ราย / จับกุมตัว 22 ราย

วานนี้ (28 ก.พ. 64) หลังจากที่กลุ่ม #REDEM มารวมตัวกันชุมนุม-ทำกิจกรรม โดยได้นัดรวมตัวกันอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อเดินทางไปยังบ้านพักของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่ในช่วง15.00 น. มีประชาชนเดินทางมาร่วมชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก่อนที่ในเวลาประมาณ 17.00 น. ได้มีการตั้งขบวนและเดินออกจากบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ

การชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

จากนั้นในเวลาประมาณ 18.00 น. มวลชนได้เดินมาถึงบริเวณหน้ากองพันทหารราบที่ 1 และได้มีการเข้าทำการรื้อแนวกันรั้วลวดหนามและตู้คอนเทนเนอร์ โดยเริ่มต้นจากถนนวิภาวดีรังสิต บริเวณข้างโรงพยาบาลทหารผ่านศึก ไปจนถึงปั้ม ปตท.วิภาวดี

หลังจากนั้นในเวลาประมาณ 18.30 น. เริ่มมีการเหตุปะทะกันเกิดขึ้นครั้งแรก ระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน และมีเหตุปะทะกันต่อเนื่องเป็นระยะๆ จากทั้งฝั่งโรงพยาบาลทหารผ่านศึก และฝั่งปั้ม ปตท.วิภาวดี เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูง แก๊สน้ำตา และกระสุนยางในการสลายการชุมนุม

ทำให้ในจุดบริเวณด้านหน้า รพ.ทหารผ่านศึกค่อนข้างตึงเครียดขึ้น โดยมีความพยายามเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งนพ.ทศพร เสรีรักษ์ ได้เข้ามาเป็นตัวกลางในการประสานการเจรจา โดยขอให้ผุ้ชุมนุมอยู่ในที่ตั้ง เนื่องจากจนท. จะถอนกลับเข้าที่ตั้ง

เวลาประมาณ 21.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประกาศขอให้ยุติการชุมนุม และให้ผู้ชุมนุมเดินทางกลับบ้น ซึ่งผู้ชุมนุมยังคงมีการปักหลักอยู่ในพื้นที่บริเวณถนนวิภาวดี ซึ่งในเวลาต่อมา ก็ได้มีเหตการณ์ชุลมุนกันอีกครั้ง บริเวณช่องทางด่วนฯ โดยมีการขว้างปาสิ่งของเกิดขึ้น และเจ้าหน้าที่ได้ใช้รถฉีดน้ำฉีดใส่กลุ่มผู้ชุมนุม รวมถึงมีการใช้กระสุนยางอีกด้วย รวมถึงมีเสียงดังคล้ายระเบิดเกิดขึ้นด้วย

หลังจากนั้นเวลา 21.17 น. แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้ประกาศขอให้มวลชนแยกย้ายกลับบ้าน

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชนได้ตั้งแถว เคลื่อนไปยังบริเวณปั้มเชลล์ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับกรมทหารราบที่ 1 ก่อนได้เข้าจับกุมผู้ชุมนุมบางส่วน และนำตัวมาขึ้นรถควบคุมตัวผู้ต้องหา

แนวของตำรวจชุดควบคุมฝูงชน บริเวณใกล้ทางด่วนฯ

ก่อนที่กลุ่ม REDEM ซึ่งเป็นผู้จัดกิจกรรมจะประกาศยุติการชุมนุมในเวลาประมาณ 21.30 น. ส่วนในพื้นที่ยังคงมีการตั้งแนวของเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชน บริเวณด้านหน้ากรมทหารราบที่ 1 และมีการระบายรถบนถนนวิภาวดีฝั่งตรงข้ามกรมทหารราบที่ 1

ในช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ยังคงมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนที่ยังอยู่ในพื้นที่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนเข้าสลายการชุมนุมอีกครั้ง หลังจากที่ได้มีการประกาศให้ผู้ชุมนุมสลายตัวและเดินทางกลับบ้าน ทำให้ผู้ชุมนุมที่เหลืออยู่ข้ามไปทางฝั่งดินแดง

เวลาประมาณ 23.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนที่ยังเหลืออยู่ได้ไปรวมตัวกันที่บริเวณ สน. ดินแดง เพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับกุมตัวไป ทำให้ในจุดนี้เกิดความวุ่นวายขึ้นอีกครั้ง โดยได้มีการขว้างปาสิ่งของเข้าภายใน สน. มีการจุดไฟเผารถกระบะสายตรวจ ได้รับความเสียหาย 1 คัน

เวลาประมาณ 00.30 น. กลุ่มผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับ สน.ดินแดง โดยระบุว่า ตนเองเป็นกลุ่มเด็กแฟลต ที่อาศัยอยู่ในชุมชนบริเวณนี้ออกมารวมตัวกัน แสดงความไม่พอใจที่กลุ่มผู้ชุมนุมมารวมกันประท้วงในบริเวณนั้น จึงได้ออกมารวมตัวกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมาตั้งแถวกั้นแนว ไม่ให้มีการเคลื่อนขบวนเข้าไปปะทะกัน ในขณะที่กลุ่มเด็กแฟลต ก็ได้กล่าวกับตำรวจว่า หากตำรวจทำอะไรไม่ได้ ก็ขอให้ถอยไป

ทำให้มีเพิ่มจำนวนจนท. คฝ. เข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งหลังจากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้ถอยร่นออกไป

ตร. รับมีการใช้กระสุนยาง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ระบุว่า ได้มีการประกาศแจ้งเตือนถึงข้อกำหนดต่าง ๆ หลายครั้ง แต่ก็ยังคงมีการกระทำผิดกฎหมาย โดยมีการรื้อทำลายสิ่งกีดขวาง ขว้างปาสิ่งของต่าง ๆ จึงทำให้ตำรวจมีความจำเป็นในการใช้แก๊สน้ำตา และกระสุนยางในการสลายการชุมนุม ซึ่งในการปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามขั้นตอน จากเบาไปหาหนัก

ซึ่งในการปฏิบัติงานที่เกิดขึ้นทางตำรวจระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 15-16 นาย จากการปะทะกันที่เกิดขึ้น และควบคุมตัวผู้ชุมนุมได้ 22 คน

….

ศูนย์เอราวัณ รายงานผู้บาดเจ็บ 33 ราย

โดยศูนย์เอราวัณ ได้รายงานสรุปผู้บาดเจ็บ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า มีผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 33 ราย โดยเป็นเจ้าหน้าที่ 23 ราย และประชาชน 10 ราย โดยได้นำส่ง รพ.ตำรวจ 22 ราย, รพ.ราชวิถี 7 ราย รพ.พระรามเก้า 1 ราย รพ.จุฬาฯ 1 ราย และรพ.รามาฯ 2 ราย

โดยในช่วงค่ำได้มีการนำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาการหัวใจวาย 1 ราย ซึ่งแพทย์ได้ทำการกู้ชีพแล้ว แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา คือ ร.ต.อ.วิวัฒน์ เสริฐสนิท รอง สวป.สน.ธรรมศาลา