เทคนิคการดูแลผมทำสี ให้สวยสุขภาพดี คงสีผมให้ยาวนาน จาก ‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม

คัดลอก URL แล้ว

“การทำสีผม” นับว่าเป็นอีกหนึ่งแฟชั่นที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันที่สามารถช่วยให้เราดูโดเด่นได้อย่างที่ต้องการ ซึ่งผมที่ผ่านการทำสีมานั้น หากไม่ได้รับการบำรุงอย่างถูกต้องมักจะพบปัญหาต่างๆ เช่น สีซีดจาง หลุดไว ผมแห้งเสีย แตกปลาย หยาบกระด้าง ชี้ฟู ไม่มีน้ำหนัก ขาดและหลุดร่วงได้ง่าย แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) จึงได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเส้นผม แพทย์หญิงภัทรา ภิญโญภาวศุทธิ มาแนะ “เทคนิคการดูแลผมทำสี ให้สวยสุขภาพดี และคงสีผมให้ยาวนาน” กับผลิตภัณฑ์ที่ออกมาเพื่อดูแลสุขภาพเส้นผมทำสีโดยเฉพาะ อาทิ ‘อีเดน บรีซ คัลเลอร์ทรีท แฮร์ แชมพู’ (Eden Breeze Colour Treated Hair Shampoo), ‘อีเดน บรีซ คัลเลอร์ทรีท แฮร์ คอนดิชั่นเนอร์’ (Eden Breeze Colour Treated Hair Conditioner), ‘แฮร์ มาส์ก’ (Hair Mask) และ ‘แอดวานซ์ โพรเทกทีฟ แฮร์ เซรัม’ (Advance Protective Hair Serum) โดยมีเหล่าเซเลบริตี้สาวสวยผู้รักแฟชั่นการทำสีผมมาร่วมแชร์เคล็ดลับการดูแลผมทำสีตามแบบฉบับของตนเอง อาทิ หม่อมหลวงเอวิตา ยุคล, แม้นวาด นาครทรรพ และ ธัญรดี ธรรมมณีวงศ์

แพทย์หญิงภัทรา ภิญโญภาวศุทธิ ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเส้นผม กล่าวถึง เทคนิคการดูแลผมทำสี ให้สวยสุขภาพดี และคงสีผมให้ยาวนานว่า “การทำสีผมถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถเปลี่ยนช่วยเปลี่ยนบุคลิกให้ดูน่าสนใจมากขึ้น ปัจจุบันมีน้ำยาเปลี่ยนสีให้เลือกหลากหลายแบบ หลายหลายยี่ห้อ ในน้ำยาเปลี่ยนสีผมจะประกอบด้วยสารเคมีสำหรับกัดสี และย้อมสีผมประกอบด้วยสาร ‘ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์’ (Hydrogen Peroxide), ‘พีพีดี’ (PPD; Para-Phenylene Diamine) และแอมโมเนีย (Ammonia) สารเหล่านี้จะไปขจัดเม็ดสีตามธรรมชาติ หรือ ‘เมลานิน’ (Melanin) เพื่อทำให้เส้นผมมีสีที่อ่อนลง และทำให้สีใหม่ติดเส้นผมได้ง่ายขึ้น แต่ในทางกลับกันสารเคมีเหล่านี้ก็ส่งผลต่อเส้นผมและหนังศีรษะ โดยก่อให้เกิดการระคายเคือง แสบหนังศีรษะ เส้นผมแข็งกระด้าง ชี้ฟู ขาดร่วง และรากผมอ่อนแอได้ น้ำยาเปลี่ยนสีผมสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

· แบบชั่วคราว (Temporary hair dyes) ทำให้สีติดชั่วคราว ไม่คงทน สามารถล้างสีออกได้ด้วยการสระผมด้วยแชมพูเพียง 1-2 ครั้ง น้ำยาเปลี่ยนสีผมชนิดนี้จะใช้สีที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่ โดยเม็ดสีจะติดอยู่บนผิวของเส้นผมเท่านั้น ไม่ซึมเข้าไปชั้นในของ Cortex เส้นผม เช่น คัลเลอร์ รินส์ (Color rinse), ดินสอทาสีผม (Hair crayons) และสีพ่นเส้นผม (Color sprays) เป็นต้น

· แบบกึ่งถาวร (Semi-permanent hair dyes) มีส่วนประกอบของสีที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก สามารถซึมลึกเข้าติดถึงชั้น Cortex ของเส้นผม โดยเกาะจับกับ Keratin ในเส้นผมได้ สามารถปิดหงอกได้ไม่เกิน 30% และสีจะมีความคงทนได้นาน 3 – 5 สัปดาห์ เช่น แชมพูย้อมสีผม, โลชั่น และโฟมย้อมสีผม เป็นต้น

· แบบถาวร (Permanent hair dyes) สีประเภทนี้จะติดผมในเส้นผมค่อนข้างคงทนนานหลายเดือน สามารถปกปิดผมขาวได้ รวมถึงสามารถย้อมสีใหม่ได้ เม็ดสีมีความคงทนต่อการสระโดยไม่ทำให้สีลอก แต่ก็ส่งผม เสียต่อเส้นผมมากกว่าประเภทอื่นๆ ดังนั้นควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมของแอมโมเนีย ไม่ควรมีปริมาณไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เข้มข้นเกินกว่า 6% และต้องทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้ทุกครั้ง

ส่วนวิธีการดูแลเส้นผมทำสีให้สวยดูดีอยู่เสมอมีวีธีดังนี้

· ควรเตรียมผมให้พร้อมก่อนการทำสี ด้วยการทำแฮร์ทรีตเมนต์ อบไอน้ำ หมักครีมบำรุงผม ประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนทำสีผม หากเส้นผมเรามีสุขภาพดี แข็งแรง เมื่อเราไปทำสีผม สีก็จะติดง่าย และติดทนนาน

· สระผมด้วยแชมพูและครีมนวดสำหรับผมทำสีโดยเฉพาะ และหลีกเลี่ยงการสระผมด้วยน้ำอุ่น เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นผมสีซีดจางหรือหลุดไว ช่วยให้สีผมเปล่งประกายและคงทน พร้อมยังช่วยสร้างเกราะป้องกันไม่ให้ผมเสียถึงแกนผมชั้นใน

· เพิ่มการบำรุงผมเป็นพิเศษ เพราะเส้นผมที่ผ่านการทำสีมักเจอกับปัญหาความอ่อนแอและแห้งแตกปลาย ต้องได้รับการบำรุงเป็นพิเศษด้วยการทำทรีตเม้นต์สำหรับเส้นผมอย่างการใช้แฮร์มาส์ก สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และใช้เซรั่มบำรุงเส้นผมหรือวิตามินเป็นประจำ เพื่อซ่อมแซมเส้นผมจากภายในให้กลับมาแข็งแรงและดูสุขภาพดี

· ลดการใช้ความร้อนในการจัดแต่งทรงผม อย่าลืมว่าเส้นผมที่ผ่านการฟอกสีย่อมอ่อนแอกว่าปกติ ดังนั้นก่อนจัดแต่งทรงผมด้วยความร้อน จะต้องฉีดสเปรย์กันความร้อนก่อนทุกครั้ง และไม่ควรใช้ความร้อนสูง เพราะจะทำให้ผมแห้งเสียมากกว่าเดิม หากเป็นไปได้ก็ควรใช้ลมเย็นเป่าผมจะดีที่สุด

· พักฟื้นเส้นผม ควรปล่อยให้ผมได้ฟื้นฟูตัวเองบ้าง อย่างน้อยที่สุดคือ 1 เดือน เพื่อให้เวลาผมกลับมาแข็งแรงมากพอ และมีความพร้อมที่จะทำสีหรือทำเคมีได้อีกครั้ง

· รับประทานอาหารบำรุงเส้นผม พวกถั่ว ธัญพืช ผักใบเขียว นมสด ชีส โยเกิร์ต ปลาแซลมอน ไข่ หอยนางรม และหอยแมลงภู่ นอกจากนี้ยังสามารถรับประทานวิตามินจำพวกไบโอติน วิตามินบี วิตามินเอ แร่ธาตุสังกะสี หรือแร่ธาตุเหล็ก เพื่อเสริมความแข็งแรงให้เส้นผมได้

แม้ว่าปัจจุบันยังไม่มีรายงานการวิจัยที่ระบุได้อย่างชัดเจนว่า การย้อมผมบ่อยครั้งแค่ไหนถึงจะเป็นอันตรายต่อร่างกายจริงๆ แต่มีงานวิจัยในต่างประเทศให้ข้อมูลว่าโดยเฉลี่ยแล้วสามารถทำสีผมได้มากสุดปีละ 9 ครั้ง แต่ในทางปฏิบัติแล้วก็ไม่ควรทำสีผมบ่อยจนเกินไป เพื่อลดการรบกวนหนังศีรษะ ลดการทำลายเส้นผม และเพื่อให้เกิดการกระตุ้นการทำงานของรากผมให้แข็งแรงเป็นปกติ”

‘ธัญ’ (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณจากแหล่งธรรมชาติชั้นดีทั่วโลกและเทคโนโลยีอันทันสมัย ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา THANN มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ธรรมชาติผสานเทคโนโลยีชั้นนำ ผ่านการทดสอบจากสถาบันวิจัยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่าง Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France), Skinnova Lab Co.,Ltd. และ Dermscan Asia อาทิ Dermatological test, Irritation test และ Efficacy test เพื่อยืนยันในคุณภาพและประสิทธิภาพเพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม โดยปัจจุบันมีกว่า 90 สาขา รวมถึงสปาอีก 15 แห่งใน 3 ทวีป ได้แก่ เอเชีย อเมริกา และยุโรป ขอแนะนำกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ออกมาเพื่อดูแลสุขภาพเส้นผมทำสีโดยเฉพาะ อุดมด้วยคุณประโยชน์ของสารสกัดธรรมชาติจาก ‘น้ำมันรำข้าว’ (Rice Bran Oil) และ ‘ชิโซะ’ (Shiso) ที่มีจำหน่ายในร้านและเคาน์เตอร์ ‘ธัญ’ (THANN) กว่า 100 สาขาในทวีปเอเชีย อเมริกา และยุโรป

‘น้ำมันรำข้าว’ (Rice Bran Oil) สิ่งมหัศจรรย์ใกล้ตัวที่ให้คุณประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งด้านโภชนเภสัช อาหาร หรืออุตสาหกรรมความงาม อุดมด้วยวิตามินอีในกลุ่มโทโคไตรอีนอล (Tocotreienol) และโทโคฟีรอล (Tocopherol) รวมถึงสารแกมม่า-ออริซานอล (Gamma-Oryzanol) ซึ่งพบเฉพาะในน้ำมันรำข้าวเท่านั้น มีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ (Anti-oxidant) ได้ดีกว่าวิตามินอีทั่วไปถึง 6 เท่า

‘ชิโซะ’ (Shiso) พืชที่อุดมด้วยสารสำคัญอันมีประโยชน์ อาทิ เช่น โรสแมรินิค แอซิด (Rosemarinic Acid), แอล-เพอริลลาดีไฮด์ (L-Perilladehyde) และฟีนอล คอมพาวด์ (Phenol Compound) โดดเด่นในการให้ความชุ่มชื้น ปกป้องและฟื้นฟูเซลล์ผิวจากความแห้งกร้านและการเสื่อมสภาพ อีกทั้งยังเป็นสารแอนตี้ออกซิเดนท์ทรงประสิทธิภาพ โดยไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง ด้วยสัดส่วนของวิตามิน A (มากกว่าผลกีวีถึง 300 เท่า), วิตามิน C (มากกว่าผลเลมอนถึง 160 เท่า) และวิตามิน E สูง พร้อมวิตามิน B1, B2, B6, K, แร่ธาตุและโปรตีนหลากชนิด

สารสกัดจากชิโซะยังมีคุณสมบัติยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase Inhibitor) ในกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin) และด้วยคุณสมบัติอันโดดเด่นของสารสกัดจากชิโซะนำมาผ่านกระบวนการสกัดด้วย “นาโนเทคโนโลยี” ปราศจากการใช้สารเคมีจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ได้อนุภาคขนาดนาโนเมตร (10-9) ทำให้ได้อนุภาคขนาดเล็กสามารถซึมเข้าสู่ชั้นหนังแท้ (Dermis) เกิดประสิทธิภาพการบำรุงอย่างล้ำลึก โดยผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ในครั้งนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับดูแล สุขภาพเส้นผมทำสีโดยเฉพาะ มอบคุณค่าการบำรุง และถนอมสีผมให้อยู่ยาวนานด้วยสารสกัดธรรมชาตินานาชนิด อาทิ ‘อีเดน บรีซ คัลเลอร์ ทรีต แฮร์ แชมพู’ (Eden Breeze colour treated hair shampoo) ขนาด 250 มล. ราคา 550 บาท แชมพูสูตรที่พัฒนามาสำหรับผมทำสีด้วยค่า pH4.5 ซึ่งเป็นค่าที่เหมาะสมสำหรับเส้นผม ทำความสะอาดเส้นผมได้อย่างอ่อนโยนโดยไม่ทำลายสีผม อุดมด้วยสารสกัดธรรมชาติที่มอบคุณค่าการบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ เช่น น้ำมันมะกอกออแกนิค (Organic olive oil), น้ำมันโจโจบา (Organic jojoba oil), สารสกัดจากไหมข้าวโพดออแกนิค (Organic corn silk extract) เติมเต็มความชุ่มชื่นให้เส้นผมและหนังศีรษะ คืนความเงางาม ลดการหลุดร่วงของเส้นผมด้วยสารสกัดจากดอกลินเดน (Tilicine) และน้ำมันสกัดจากเมล็ดเชีย (Chia seed oil) เพื่อผมนุ่มลื่นน่าสัมผัส

‘อีเดน บรีซ คัลเลอร์ ทรีต แฮร์ คอนดิชันเนอร์’ (Eden Breeze Colour Treated Hair Conditioner) ขนาด 200 มล. ราคา 550 บาท ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมสูตรเฉพาะสำหรับผมทำสี ช่วยปกป้องและรักษาสีผมไม่ให้ซีดจางเพื่อสีผมเงางาม เปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยส่วนผสมที่มอบคุณค่าการบำรุง เช่น น้ำมันสกัดจากถั่วดาวอินคาออแกนิค (Organic inca inchi oil) อุดมด้วยวิตามิน A และ E, ออแกนิคเชียบัตเตอร์ (Organic shea butter), สวีตอัลมอนด์โปรตีน (Sweet almond protein), น้ำมันสกัดจากมะพร้าว (Coconut oil) ช่วยฟื้นฟูสภาพเส้นผมให้มีน้ำหนัก นุ่มสลวย เงางามอย่างเป็นธรรมชาติ สารสกัดจากดอกลินเดน (Tilicine) คืนความชุ่มชื่นให้เส้นผมและหนังศีรษะ และสารสกัดจากรากมาคา (Maca root extract) ป้องกันการหลุดร่วงและกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม,

‘แฮร์ มาส์ก’ (Hair mask) ขนาด 100 มล. ราคา 800 บาท ผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูสภาพเส้นผมและหนังศีรษะ โดดเด่นด้วยส่วนผสมของสารสกัดอนุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ (Nano shiso extract) ช่วยเสริมความแข็งแรงกับเส้นผมที่แห้งเสีย รวมถึงทำหน้าที่เป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ (Anti-oxidant) ตามธรรมชาติ พร้อมคุณค่าของน้ำมันสกัดเข้มข้นจากอาร์แกนออแกนิค(Organic argan oil), เซราไมด์ โปรตีน (Ceramide protein), น้ำมันโจโจ้บา (Jojoba oil) และโปรตีนสกัดจากข้าวสาลี (Wheat protein) ช่วยบำรุงผมที่แห้งเสีย แตกหักง่าย ให้แข็งแรง เงางาม

‘แอดวานซ์ โพรเทกทีฟ แฮร์ เซรั่ม’ (Advance Protective Hair Serum) ขนาด 100 มล. ราคา 675 บาท เซรั่มบำรุงผมเพื่อการปกป้องและฟื้นฟูสภาพเส้นผมจากความร้อน และสารเคมีจากผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมสูตรบางเบา พร้อมซึมซาบเข้าบำรุงเกล็ดผมทันทีที่ใช้ เหมาะต่อทุกสภาพเส้นผม อุดมด้วยคุณค่าสารสกัดธรรมชาตินานาชนิด เช่น น้ำมันอาร์แกนออยล์ออแกนิค (Organic argan oil), น้ำมันมะกอกออแกนิค (Organic olive oil), สารสกัดอนุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ (Nano shiso extract) และสารสกัดจากรากมาคา (Maca root extract)

ด้านเซเลบริตี้ต่างร่วมทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ พร้อมเผยเคล็ดลับการดูแลผมทำสีตามแบบฉบับของตนเอง

เริ่มที่สาวสังคมผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผม หม่อมหลวงเอวิตา ยุคล กล่าวว่า “เอมเป็นคนชอบการทำสีผมอยู่ตลอดเวลา ทั้งฟอกสีผม กัดสีผม และย้อมดำ สลับสับเปลี่ยนกันไปตามช่วงเวลา เรามองว่าสีสันบนเส้นผมเป็นความสวยงามที่เราชื่นชอบ แน่นอนว่าการทำสีผมนั้นย่อมส่งผลเสียกับเส้นผมโดยตรง เนื่องจากสารเคมีในน้ำยาเปลี่ยนสีผมจะทำให้เส้นผมแห้ง เปราะบาง และขาดง่าย เราจึงพิถีพิถันในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม โดยจะเลือกผลิตภัณฑ์ทำสีแบบกึ่งถาวรที่ไม่มีสารแอมโมเนีย ส่วนเวลากัดสีผมก็จะกัดสีเพียงแค่รอบเดียว เพื่อไม่ให้เป็นการทำร้ายหนังศีรษะมากเกินไป หลังจากทำสีเรียบร้อยแล้วก็จะใช้ อีเดน บรีซ คัลเลอร์ทรีท แฮร์ แชมพู และ อีเดน บรีซ คัลเลอร์ทรีท แฮร์ คอนดิชั่นเนอร์ ซึ่งเหมาะสำหรับผมทำสีโดยเฉพาะ ช่วยบำรุงเส้นผมและปกป้องสีผมให้ติดคงทน ไม่หลุดง่าย ควบคู่ไปกับการบำรุงเส้นผมด้วย แฮร์ เซรั่ม นอกจากนี้ยังมีทานวิตามินไบโอตินรวมไปถึงพวกสังกะสีและแมกนีเซียมร่วมด้วยเพื่อให้เส้นผมยังแข็งแรงอยู่เสมอ หากปลายผมแห้งและเสียมากๆ ก็จะตัดเล็มปลายผมทิ้ง และจะเว้นช่วงในการทำสีผมประมาณ 3 – 5 เดือน เพื่อไม่ให้ผมเสียจนเกินไป”

ถัดมาที่สาวเปรี้ยว แม้นวาด นาครทรรพ เผยว่า “เราเป็นคนที่ผมหยักศกและผมสีเข้ม ทำให้ใบหน้าเราดูดุ ดังนั้นเราจึงเลือกวิธีเปลี่ยนสีผมให้อ่อนลง โดยมักจะเลือกสีตามเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยม แต่ก็มีสีที่เราชอบเป็นพิเศษอย่างโทนสี บลอนด์หรือสีทอง ซึ่งการทำสีผมแน่นอนว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาผมแห้งเสีย แตกปลาย และสีซีดจางเมื่อเวลาผ่านไปได้ แต่เมื่อชอบที่จะทำสีผมแล้วเราก็ต้องรักที่จะดูแลผมด้วย โดยเราจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผมทำสีโดยเฉพาะ เพื่อรักษาความคงทนของสีผมไม่ให้ซีดจาง และจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารธรรมชาติ อย่าง สารสกัดอนุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ เพราะมีสารให้ความชุ่มชื้นทำให้ผมไม่แห้งเสีย โดยเราจะทำแฮร์ทรีตเม้นต์ด้วยแฮร์ มาส์ก เป็นประจำทุกสัปดาห์ และจะบำรุงเส้นผมด้วยแฮร์ เซรั่มเพื่อฟื้นฟูสภาพเส้นผมที่แห้งเสีย แตกหักง่าย ให้กลับมาแข็งแรง และเงางามอย่างเป็นธรรมชาติ”

ปิดท้ายที่นักธุรกิจสาว ธัญรดี ธรรมมณีวงศ์ เล่าว่า “ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะไม่ค่อยได้ออกไปไหนเพราะโควิด แต่เราก็ยังรักสวยรักงาม ชอบแต่งหน้าทำผม โดยเฉพาะการทำสีผม เพราะการทำสีผมถือเป็นการแต่งแต้มสีสันให้กับชีวิต แต่พอหลังทำสีผมแล้วมักตามมาด้วยปัญหาผมแห้ง ชี้ฟู จัดทรงยาก ยิ่งเราเป็นคนออกกำลังกายเป็นประจำเวลามัดผมหางม้าสูงๆ จะเห็นชัดเลยว่าปลายผมที่มัดขึ้นไปชี้ฟูไม่เป็นทรงสวยเลย แต่เราก็มีเคล็ดลับในการดูแลผมทำสีโดยเฉพาะ ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผมทำสีอย่างอีเดน บรีซ คัลเลอร์ทรีท แฮร์ แชมพู และอีเดน บรีซ คัลเลอร์ทรีท แฮร์ คอนดิชั่นเนอร์ เป็นประจำ แล้วตามด้วยการทำแฮร์ทรีทเม้นท์ด้วย แฮร์ มาส์ก เพื่อเป็นการเสริมความแข็งแรงกับเส้นผมที่แห้งเสีย ซึ่งสามารถทำเองได้ที่บ้านง่ายๆ เพียงสัปดาห์ละหนึ่งถึงสองครั้ง และพยายามหลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนกับเส้นผม เช่น การเป่าผมด้วยลมร้อน หรือหนีบผมด้วยเครื่องหนีบ เพียงเท่านี้ก็จะสามารถช่วยให้สีผมยังติดคงทน ผมไม่แห้งชี้ฟู และจัดทรงได้ง่ายขึ้น”

ดูแลสุขภาพผมทำสีให้กลับมาสวยอย่างมีสุขภาพดี พร้อมคงสีผมให้ยาวนานด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับผมทำสี อาทิ ‘อีเดน บรีซ คัลเลอร์ทรีท แฮร์ แชมพู’ (Eden Breeze Colour Treated Hair Shampoo), ‘อีเดน บรีซ คัลเลอร์ทรีท แฮร์ คอนดิชั่นเนอร์’ (Eden Breeze Colour Treated Hair Conditioner), ‘แฮร์ มาส์ก’ (Hair Mask) และ ‘แอดวานซ์ โพรเทกทีฟ แฮร์ เซรั่ม’ (Advance Protective Hair Serum) ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์ www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ อาทิ สาขาสุขุมวิท 47, ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษร, ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม, ชั้น 1 และชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์, ชั้น 4 ไอคอน สยาม, ร้านวูว์ ถนนเจริญราษฎร์ และสาขาถนนพระปกเกล้า (ตรงข้ามวัดเจดีย์หลวง) จังหวัดเชียงใหม่, สาขาป่าตอง (หน้าโรงแรม La Flora ป่าตอง) จังหวัดภูเก็ต และ ธัญ เวลเนส เดสทิเนชั่น จ.พระนครศรีอยุธยา


แท็ก: PRNEWS
WRITER
X