บี.กริม เพาเวอร์ จับมือ พระจอมเกล้าลาดกระบัง ผนึกกำลังพัฒนา มุ่งสร้างพลังงานสะอาด ก้าวสู่ Digital Transformation

คัดลอก URL แล้ว

บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เพื่อร่วมกันพัฒนาหลักสูตร บุคลากร การบริการ รวมทั้งองค์ความรู้ด้านการพัฒนาพลังงานสะอาด การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในกระบวนการผลิต (Digital Transformation) โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างความมั่งคงด้านพลังงานอย่างยั่งยืน

คุณดอน ทยาทาน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการโรงไฟฟ้า 2 บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บี.กริม ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้วิสัยทัศน์ สร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี โดยได้ร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนบนกรอบความร่วมมือด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตกระแสไฟฟ้า ตลอดจนการนำเทคโนโลยีมาสร้างสรรค์นวัตกรรมพลังงานสะอาดต่างๆ ประกอบกับทาง สจล. มีความชำนาญในด้านงานวิศวกรรมไฟฟ้าและเครื่องกล ดังนั้นความร่วมมือกันครั้งนี้จึงจะสามารถพัฒนาความรู้ทางวิชาการ การวิจัย การผลิต รวมไปถึงองค์ความรู้อื่นๆ เพื่อสร้างประโยชน์สู่สังคมไทยและสังคมโลกอย่างยั่งยืนต่อไป

รศ. ดร.อนุวัฒน์ จางวนิชเลิศ รักษาการแทนอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังกล่าวว่า สจล. เป็นสถาบันการศึกษาที่มุ่งพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการ สร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรมที่ประโยชน์ต่อสังคม สนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นรากฐานที่ดีของการพัฒนาประเทศ ซึ่งเมื่อได้ร่วมมือกับองค์กรที่มีศักยภาพสูง มีวิสัยทัศน์กว้างไกลอย่าง บี.กริม จึงมั่นใจว่าจะสามารถนำองค์ความรู้มาพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน นำไปสู่การถ่ายทอด การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้เทคโนโลยี และนวัตกรรม นำประโยชน์มาสู่องค์กร สถาบันการศึกษา และสังคม เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรร่วมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ปัจจุบัน บี.กริม ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งแบบติดตั้งบนพื้นดินโครงการ (โซลาร์ ฟาร์ม) แบบติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์ รูฟท็อป) และแบบติดตั้งบนทุ่นลอยน้ำ (โซลาร์ ลอยน้ำ) หลากหลายโครงการ ตอบโจทย์การเดินหน้า พลังงานทดแทน โดยมีเป้าหมายก้าวสู่องค์กรที่ไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ Net-Zero Carbon Emissions ได้ภายในปี ค.ศ.2050 (ปี พ.ศ. 2593)


แท็ก: PRNEWS
X