COVID-19 nationalhealth สช สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ โควิด-19

บทเรียนโควิด-19 นำมาจัดการวิกฤต เน้นพลังพลเมืองตื่นรู้

คัดลอก URL แล้ว

ท่ามกลางโควิด-19 ที่กลับมาระลอกใหม่ หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 13 ประจำปี 2563 คือเวทีเสวนา “ก้าวผ่านวิกฤตโควิด … สู่วิถีชีวิต และการจัดการใหม่ร่วมกัน” ซึ่งเป็นการถอดบทเรียนรูปธรรมการสานพลังเพื่อฟันฝ่าวิกฤตสุขภาพในครั้งนี้

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล บอกว่า สถานการณ์การติดเชื้อทั่วโลกยังอยู่ในขาขึ้นและไม่คงที่ โดยสถิติล่าสุดขณะนี้คือทุก 3 วัน จะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากถึง 1 ล้านราย ขณะที่อัตราการเสียชีวิตทะลุ 1 หมื่นรายต่อวัน

สำหรับบทเรียนของประเทศไทย นับจากเคสแรกที่เกิดขึ้นในเดือน ม.ค. 2563 ก่อนจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คือการพูดคุยร่วมกันของทุกฝ่ายบนฐานข้อมูล เพื่อประเมินและฉายภาพวิเคราะห์ จนนำไปสู่การตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมโรค ใช้มาตรการค้อนทุบในช่วงต้น และค่อยๆ เริ่มผ่อนผันลงเป็น 6 เฟส

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า ความสำคัญของการทำงานในครั้งนี้ คือการที่ฝ่ายวิชาการ และฝ่ายรัฐบาล มีการประสานการทำงานร่วมกันโดยตลอด ซึ่งอาจคล้ายกับเวทีสมัชชาสุขภาพฯ ที่เป็นการเชื่อมร้อยการทำงานของภาคส่วนต่างๆ ร่วมกับปัจจัยที่สำคัญคือความร่วมมือจากภาคพลเมือง ที่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนความตื่นตระหนกเป็นตระหนัก ร่วมกันเรียนรู้และช่วยกันป้องกัน จึงเป็นส่วนที่ทำให้ประเทศไทยสามารถควบคุมการระบาดได้ดี

สำหรับการควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ “ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์” วิเคราะห์ว่า มีด้วยกัน 5 ปัจจัย ประกอบด้วย 1. ปัจจัยทางมนุษย์ ซึ่งประเทศไทยมีความเชื่อและวัฒนธรรมที่แตกต่างจากชาติตะวันตก 2. ปัจจัยการบริหารจัดการ ที่มีการตัดสินใจและประสานงานร่วมกัน 3. ปัจจัยทางเทคโนโลยี ซึ่งไทยมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพเสมือนการใช้เครื่องติดตามตัวได้ 4. ปัจจัยระดับโลก ที่จะต้องคอยเฝ้าระวังเพื่อไม่ให้เกิดระลอกสองเข้ามา 5. ปัจจัยของไวรัส ที่อาจมีการกลายพันธุ์มากขึ้นและเราจะต้องติดตาม

“อย่าคิดว่าจะต้องรอพึ่งพาวัคซีนอย่างเดียว เพราะเรามีวัคซีนที่ได้ผลดีอยู่แล้วคือการใส่หน้ากาก-การล้างมือ-การรักษาระยะห่าง ซึ่งเป็นสิ่งที่มั่นใจได้ในเวลานี้ ควบคู่กับความร่วมมือกันของคนทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมกันดำเนินมาตรการต่างๆ โดยไม่ได้รอคอยแต่กลไกภาครัฐเพียงอย่างเดียว เป็นการใช้กลไกของสังคมซึ่งจะทำให้เกิดความยั่งยืนมากกว่า และเป็นสิ่งที่ศิริราชคุ้นเคยดี จากการที่ได้ใช้พลังทางสังคม เงินบริจาคต่างๆ ในการดำเนินงาน” ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ ระบุ

ย้อนรอยสถานการณ์ตั้งแต่แรกเริ่ม มีตัวอย่างการดำเนินงานของภาคสังคมที่น่าสนใจ ภาพความสำเร็จได้รับการบอกเล่าผ่าน น.ส.สุรางค์ จันทร์แย้ม ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้งมูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ และเครือข่ายสมัชชาสุขภาพ พัทยา ซึ่งได้สะท้อนปัญหาของพนักงานบริการจำนวนมาก ที่ประสบภาวะยากลำบากจากการถูกปิดตัวของสถานบริการ และธุรกิจการท่องเที่ยวที่หยุดชะงัน ส่งผลให้คนจำนวนหลายแสนคนต้องตกงานอย่างสิ้นเชิง ขณะที่บางส่วนถึงขั้นกลายเป็นคนไร้บ้าน

ทั้งนี้ สิ่งที่ทางเครือข่ายทำคือ การลุกขึ้นมาจัดการกับปัญหาที่อยู่ตรงหน้า ไม่ได้รอเพียงภาครัฐเข้ามาจัดการ โดยอันดับแรกคือ การลุกขึ้นมาทำข้อมูลทางวิชาการ เพื่อสำรวจความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นให้เป็นข้อมูลที่จับต้องได้ โดยลงพื้นที่สำรวจสภาพปัญหาและกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบ นำมาสู่การแก้ไขเป็นลำดับ ตั้งแต่การตั้งกองทุนบริจาคเพื่อแจกจ่ายอาหาร จัดหาอุปกรณ์ยังชีพ อุปกรณ์ป้องกันตนเอง ไปจนถึงการทำกิจกรรมสื่อสารให้ความรู้เกี่ยวกับโรค และแนวทางปฏิบัติตนที่ถูกต้อง

“ในช่วงการระบาดของโควิด-19 โรคติดต่ออื่นๆ อย่าง HIV หรือซิฟิลิส ก็ไม่ได้หยุดนิ่ง เราจึงต้องดำเนินงานควบคู่ไปพร้อมกัน โดยใช้จังหวะเดียวกันเพื่อตรวจคัดกรอง ส่งต่อผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษาทันที ในเวลาเดียวกันก็ทำให้มั่นใจว่ากลุ่มผู้ติดเชื้อจะไม่ขาดยาต้านไวรัสในช่วงของการล็อคดาวน์ ซึ่งได้ดำเนินการมาจนถึงวันนี้โดยไม่ได้รอหน่วยงานใด” น.ส.สุรางค์ ระบุ

ด้าน นายศุภวุฒิ บุญมหาธนากร สถาปนิกชุมชน กลุ่มใจบ้านสตูดิโอ และสวนผักคนเมืองเชียงใหม่ เล่าว่า จากการสำรวจความยากลำบากของประชาชนในช่วงโควิด-19 พบว่าภาระค่าใช้จ่ายที่สำคัญมาจากค่าอาหาร ขณะเดียวกันในช่วงของการแพร่ระบาดเกิดภาวะของการกักตุนอาหาร สินค้าการเกษตรขาดช่วง ทำให้เครือข่ายภาคประชาสังคมในเชียงใหม่ลุกขึ้นมาตั้งคำถาม และมองหาพื้นที่สาธารณะที่จะสามารถรองรับการผลิตและการกระจายอาหารในเมืองได้

นายศุภวุฒิ ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือการนำพื้นที่กองขยะกลางเมืองขนาดราว 2.5 ไร่ มาพัฒนาเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว แต่เมื่อมีการเสนอเข้าไปยังส่วนราชการ ทำให้พบว่ามีการติดขัดข้อระเบียบกฎหมายหลายส่วน จึงเกิดการระดมทุนและทรัพยากรกันเองของภาคเอกชน เข้ามาแปรเปลี่ยนพื้นที่นี้ให้กลายเป็นพื้นที่ผลิตอาหารและส่งเสริมการเรียนรู้

“ด้วยมือของคนธรรมดาที่ร่วมกันสร้างขึ้นมา ในเวลาเพียง 6 เดือน พื้นที่แห่งนี้ก็ปักหมุดเป็นพื้นที่สาธารณะของคนเมือง มีผลผลิตที่ชุมชนเข้ามาเก็บไปใช้บริโภค แบ่งปัน และเป็นพื้นที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนเมืองกับธรรมชาติได้ ดังนั้น วิกฤตนี้ได้ทำให้เราลุกขึ้นมาเชื่อมโยงกับคนอื่น ไม่ได้อยู่แค่เพียงปัจเจก และยังจุดประกายให้เกิดการมองความเป็นไปได้ที่จะปลดล็อคพื้นที่อื่นๆ ให้รองรับประโยชน์สาธารณะได้ต่อไป” นายศุภวุฒิ ระบุ

สำหรับภาพใหญ่ของสถานการณ์และการขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีต รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และประธานจัดทำธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 3 ทำความเข้าใจว่า ทุกวันนี้เราไม่ได้อยู่บนโลกใบเดิม แต่เป็นโลกที่มีความย้อนแย้ง ซับซ้อน เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และเรียกว่าเป็น One World, One Destiny หรือหนึ่งโลก หนึ่งชะตากรรมร่วม

“พูดง่ายๆ ว่าจากนี้ไป ถ้ามีสุขเราก็สุขด้วยกัน แต่ถ้าทุกข์เราก็ทุกข์ด้วยกัน เพราะภัยคุกคามจากนี้จะยกระดับเป็น Global ซึ่งโควิด-19 คือตัวอย่างของการเป็น Global Commons ร่วมกัน และเราก็ไม่ได้มีแค่เรื่องของโควิด-19 แต่ยังมีปัญหาอื่นๆ เช่น เรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วย” ดร.สุวิทย์ ระบุ

ในส่วนของประเทศไทย ดร.สุวิทย์ บอกว่า แม้วิกฤตโควิด-19 จะดูเป็นผลงานที่เราสามารถจัดการได้ดี แต่ยังคงมีวิกฤตเชิงซ้อนอยู่ร่วมอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตทางเศรษฐกิจ หรือวิกฤตทางการเมืองที่เผชิญอยู่ในปัจจุบัน ทำให้เราพิจารณาเลือกแก้ไขปัญหาเฉพาะโควิด-19 อย่างเดียวไม่ได้ ฉะนั้น พลังพลเมืองตื่นรู้ยังจะต้องก้าวข้ามไปสู่การจัดการเพื่ออยู่กับโลกวิถีใหม่ หรือ New Normal ต่อไปด้วย

ทั้งนี้ หนทางอันจะนำไปสู่ชีวิตวิถีใหม่ที่ยั่งยืน คือการสร้างสังคมที่ปกติสุข บนพื้นฐาน 3H คือการมี Hope ความหวัง Happiness ความสุข และ Harmony ความปรองดอง ซึ่งการสร้างสิ่งเหล่านี้จำเป็นจะต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับจุลภาค ไปจนถึงระดับโครงสร้างมหภาค

เริ่มต้นจาก 1. New Mindset การที่ทุกคนปรับความคิดและมุมมองใหม่ โดยเรียนรู้จากบทเรียนที่ผ่านมา 2. New Living Culture การมีวิถีวัฒนธรรมใหม่ โดยเฉพาะการรู้จักเติม รู้จักพอ และรู้จักปัน ซึ่งมีตู้ปันสุขเป็นตัวอย่างความงดงามจากช่วงโควิด-19 ที่ต้องรักษาไว้ ควบคู่กับสร้างวัฒนธรรมความสะอาด ความปลอดภัย เป็นต้น

  1. New Policy Agenda การปรับเปลี่ยนเชิงนโยบายสาธารณะเพื่อให้สอดรับกับพลวัตร โดยเน้นหนักใน 2 ด้าน คือ หลักประกันความมั่นคงขั้นพื้นฐาน เช่น สุขภาพ อาหาร พลังงาน งานและรายได้ กับหลักประกันความฉลาดรู้ขั้นพื้นฐาน เช่น Health Literacy, Financial Literacy, Social Literacy และ Digital Literacy
  2. New Social Ecosystem การสร้างระบบนิเวศทางสังคมใหม่ เพื่อตอบโจทย์สุขภาวะและความเป็นปกติสุขของคนในสังคม ผ่านการสร้างสังคมที่เป็นธรรม (Clean & Clear) สังคมแห่งโอกาส (Free & Fair) และสังคมที่เกื้อกูลแบ่งปัน (Care & Share) เปลี่ยนการมองทุกอย่างแบบ Me Society ให้เป็น We Society และฐานรากสำคัญที่จะตอบโจทย์วิถีชีวิตใหม่อย่างยั่งยืน คือการเปลี่ยนพลเมืองเฉยชา (Passive Citizen) ให้เป็นพลเมืองที่ตื่นรู้ (Engage Citizen) นั่นเอง

สำหรับวงเสวนาดังกล่าว จัดขึ้นในงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 13 ประจำปี 2563 ภายใต้ธีมหลัก “พลังพลเมืองตื่นรู้ .. .สู้วิกฤตสุขภาพ” ที่คณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ (คจ.สช.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และภาคีเครือข่ายร่วมกันจัดขึ้นวันที่ 16-17 ธันวาคม 2563 คือการบอกเล่าเรื่องราวผ่านเวทีเสวนา “ก้าวผ่านวิกฤตโควิด … สู่วิถีชีวิต และการจัดการใหม่ร่วมกัน” ซึ่งเป็นการถอดบทเรียนรูปธรรมการสานพลังเพื่อฟันฝ่าวิกฤตสุขภาพในครั้งนี้v


แท็ก: PRNEWS , , , , ,
WRITER

RELATED

โควิด-19 ในญี่ปุ่น จาก 500 สู่ 2 หมื่นราย/วัน หลังโอมิครอนระบาด เกิดอะไรขึ้น

โควิด-19 ในญี่ปุ่น จาก 500 สู่ 2 หมื่นราย/วัน หลังโอมิครอนระบาด เกิดอะไรขึ้น

ในระยะเวลาเพียงครึ่งเดือน ยอดผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นราว 50 เท่าตัว

Back to school โรงเรียนกลับมา On-site วันแรก

Back to school โรงเรียนกลับมา On-site วันแรก

โรงเรียนบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ทำการเปิดการเรียนการสอนแบบ On-site เป็นวันแรก

1 พันล้านโดส COVAX : เมื่อโลกที่ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด

1 พันล้านโดส COVAX : เมื่อโลกที่ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด

COVAX ประกาศจัดส่งวัคซีนแล้ว 1 พันล้านโดส ท่ามกลางปัญหามากมายที่เกิดขึ้น....

กรมวิทย์ฯ เผย ยาตำรับสมุนไพรลดไข้ ยับยั้งเชื้อโควิดในหลอดทดลองได้

กรมวิทย์ฯ เผย ยาตำรับสมุนไพรลดไข้ ยับยั้งเชื้อโควิดในหลอดทดลองได้

กรมวิทย์ฯ ได้ศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสโควิด 19 สายพันธุ์เดลตาของยาตำรับห้าราก และยาตำรับประสะเปราะใหญ่

รับมือโควิด! แพทย์ใหญ่ เปิด รพ.สนาม เตรียมรับสถานการณ์เตียงเต็ม โควิดระลอกใหม่

รับมือโควิด! แพทย์ใหญ่ เปิด รพ.สนาม เตรียมรับสถานการณ์เตียงเต็ม โควิดระลอกใหม่

ทีมแพทย์ รพ.ตำรวจ ปิดโรงยิม ผุดรพ.สนาม เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์โควิด โอมิครอนระบาด ในเดือนมกราคม 2565 กรณีเตียง โรงพยาบาล – hospitel รร.โซลทวิน เต็ม เมื่อวันที่…

อภ. จำหน่ายชุดตรวจ ATK ราคา 35 บาทต่อชุด เริ่ม 14 ม.ค.65

อภ. จำหน่ายชุดตรวจ ATK ราคา 35 บาทต่อชุด เริ่ม 14 ม.ค.65

องค์การเภสัชกรรม จำหน่ายชุดตรวจATK โครงการ “ATK คุณภาพ เพื่อสังคมไทย” ราคา 35 บาทต่อชุด

กระตุ้นเข็ม 3 ด้วย แอสตร้าฯ – ไฟเซอร์ ได้ภูมิคุ้มกันเท่าไร?

กระตุ้นเข็ม 3 ด้วย แอสตร้าฯ – ไฟเซอร์ ได้ภูมิคุ้มกันเท่าไร?

ศูนย์วิจัยคลินิกศิริราช เผยผลการวิจัยเบื้องต้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันชนิด PVNT50 ต่อสายพันธุ์เดลต้าและโอมิครอน

นักวิทย์ยังสงสัย สายพันธุ์ Deltacron อาจแค่การปนเปื้อนในแล็บไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่

นักวิทย์ยังสงสัย สายพันธุ์ Deltacron อาจแค่การปนเปื้อนในแล็บไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่

ประเด็นสำคัญ ประเทศไซปรัสมีการรายงานพบเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ Deltacron ซึ่งระบุว่า เป็นลูกผสมระหว่างสายพันธุ์เดลต้า และโอมิครอน ในขณะนี้ ยังไม่มีรายงานยืนยันที่ชัดเจนอื่น ๆ เช่น แผนภูมิวิวัฒนาการ หรือ ลำดับการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ที่เชื่อมโยงได้…

เตรียมเปิดศูนย์พักคอย พร้อมรับมือสถานการณ์ COVID-19

เตรียมเปิดศูนย์พักคอย พร้อมรับมือสถานการณ์ COVID-19

ปลัดกรุงเทพมหานคร ตรวจความพร้อมการเปิดศูนย์พักคอย เกียกกาย เขตดุสิต รับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19

X