มหาวิทยาลัยนเรศวร

ม.นเรศวร จับมือ สถาบันไทยใส่ใจสังคม ปั้น “NU Smart City” นำร่องเมืองต้นแบบอัจฉริยะ

คัดลอก URL แล้ว

มหาวิทยาลัยนเรศวร ลงนามความร่วมมือทางด้านวิจัยและวิชาการ กับสถาบันไทยใส่ใจสังคม ชูแนวคิดการปั้น “NU SMART CITY: เมืองต้นแบบอัจฉริยะ” นำร่องพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมหาวิทยาลัยฯ นำเสนอข้อมูลงานวิจัย และผสานกับทางสถาบันฯ เพื่อเชื่อมซูเปอร์คอนเนคชั่น ผลักดันโครงการเมืองอัจฉริยะให้เกิดขึ้นจริง ภายใต้ผู้ใช้งานในพื้นที่มหาวิทยาลัย ร่วม 3 หมื่นผู้ใช้งาน (USERS)

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กาญจนา เงารังษี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า “ทางมหาวิทยาลัยฯ มองเห็นความสำคัญของโครงการเมืองอัจฉริยะ หรือ SMART CITY ที่จะมีการบูรณาการในหลายภาคส่วน โดยวางกรอบให้พื้นที่ในมหาวิทยาลัยทุกส่วนเป็น NU SMART CITY เพื่อให้เห็นได้ในเชิงประจักษ์ นำไปสู่การขยายผลโดยการเป็นศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนาแพลตฟอร์ม กระบวนการผลิต และการพัฒนาคนที่ยั่งยืน โดยมุ่งหวังให้มหาวิทยาลัยเป็นตัวแทนและศูนย์กลางของความสมบูรณ์ในด้านการพัฒนา ขับเคลื่อนทุกภาคส่วนที่มีความต้องการในการปรับตัวไปสู่การเปลี่ยนแปลงเป็นเมืองอัจฉริยะอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับพิจารณาคัดเลือกให้เป็น เขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มีความพร้อมสูง อีกทั้งเป็นสถาบันการศึกษาที่จะพัฒนาคนไปสู่การสร้างงาน อาชีพ ตามกรอบยุทธศาสตร์ระยะ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 โดยมุ่งเน้นในเรื่องการบูรณาการด้านต่างๆ ในการพัฒนามหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็น พลังงาน ดิจิทัล สาธารณสุข ฯลฯ โดยเรามุ่งหวังให้เกิด ASEAN Silicon Valley Smart City Park เพื่อใช้งานได้จริง อีกทั้งสร้างธุรกิจและอุตสาหกรรมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระดับชุมชน ประเทศ ไปจนถึงอาเซียนได้”

“โดยวัตถุประสงค์หลัก 3 ด้านของเรา ได้แก่

1) พัฒนาความร่วมมือในการวิจัยและวิชาการเพื่อพัฒนาโครงการนำร่องต้นแบบ NU SMART CITY

2) นำผลงานวิจัยและวิชาการจากโครงการสาธิตการใช้งานจริงในพื้นที่วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ รวมถึงเป็นศูนย์ฝึกอบรมถ่ายทอดไปสู่การปฏิบัติใช้งานจริงในเชิงธุรกิจ และอุตสาหกรรม และ

3) เพื่อให้โครงการต้นแบบนี้เป็นแหล่งศึกษาวิจัยและวิชาการให้กับบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เรามีกรอบแนวการดำเนินงานในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Smart Energy, Smart People, Smart Living, Smart Care, Smart Environment, Smart Farm, Smart Wellness, Vocational Training, Advance Startup, Standard Testing เป็นต้น

นายสุภาพ นาคพงศ์พันธ์ ประธานสถาบันไทยใส่ใจเพื่อสังคม กล่าวว่า สถาบันฯ เป็นองค์กรภาคเอกชนที่ได้รับการรับรองให้ดำเนินงานด้านจัดกาสวัสดิการสังคมและสาธารณประโยชน์ ภายใต้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งตลอดระยะเวลาของการดำเนินงาน เรามุ่งมั่นในด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านสาธารณสุข เพราะมีความเกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของมนุษย์ โดยเรามีความเชื่อมั่นในการที่ร่างกายต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง โดยโปรเจ็คต์ก่อนหน้านี้ที่ช่วยพัฒนาสังคมด้วยเทคโนโลยี เพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น เน้นด้านสุขภาพ โดยก่อนหน้านี้ทำโครงการในด้านการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง โดยตอนนั้นทำโครงการเกี่ยวกับการให้คนที่เป็นมะเร็งสามารถอยู่อย่างมีสุขได้ สอนพวกองค์ความรู้ การใช้ชีวิต และมายด์เซ็ตกับผู้ป่วยมะเร็ง โดยการใช้เทคโนโลยี

“การที่ทางสถาบันฯ ได้ทำการร่วมมือกับทาง วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร หรือ SG Tech ในครั้งนี้นั้น อย่างที่กล่าวในเบื้องต้นว่าทางเราสนใจในด้านเทคโนโลยีอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้เป็นโปรเจ็คต์ที่เราทำในแบบทีมขนาดเล็ก แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกกับการร่วมงานกับทางมหาวิทยาลัย โดยเราเข้าไปเติมเต็มในส่วนโปรเจ็คต์และผู้ร่วมลงทุนมาพัฒนาโครงการต่างๆ ในมหาวิทยาลัย ให้เกิด NU SMART CITY ได้จริง ส่วนทางด้านมหาวิทยาลัยนเรศวร จะเป็นผู้ซัพพอร์ตในส่วนของงานวิจัยที่เป็นประโยชน์มาสานต่อโครงการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ในทีนี้ ได้แก่ การนำระบบ ODID หรือ One Digital ID มาเพื่อใช้ยืนยันตัวตนได้ และ Security ที่มีการรัดกุมขั้นสูง โดยเราคาดหวังว่าจะเกิดการใช้งานให้ได้ประโยชน์กับกลุ่มนิสิต คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่มหาวิทยาลัยนเรศวร อย่างสูงสุด โดยเป็นโครงการนำร่อง

ทั้งนี้ ได้มีการมอบ Source Code ของ Ones Digital ID (ODID) Key pair และ eKYC station (OnesMAX) ให้กับทางมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อเริ่มการลงทะเบียน วันส์ดิจิทัลไอดี (Ones ID) ให้กับ ประชากรภายในมหาวิทยาลัยฯ เพื่อเข้าสู่ระบบการเป็น พลเมืองดิจิทัล (Digital Citizen Migration) ของ NU Smart City” นายสุภาพ กล่าวปิดท้าย


แท็ก: PRNEWS ,
WRITER

RELATED

“ Thai Cleft Care ” แอปฯเพื่อผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่

“ Thai Cleft Care ” แอปฯเพื่อผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่

“ Thai Cleft Care ” แอปฯเพื่อผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่     นายแพทย์ศรัณย์ วรศักดิ์วุฒิพงษ์ ผู้อำนวยการสถานรักษาแก้ไขภาวะปากแหว่งเพดานโหว่และความผิดปกติของศีรษะและใบหน้า โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยโรคนี้เกิดจากกรรมพันธุ์ พบได้ตั้งแต่วัยเด็กแรกเกิด มีสถิติการเกิดโรคในอัตราส่วน…