BigC บิ๊กซี วัคซีน โควิด-19

กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เป็นสะพานบุญ ผนึกศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อผลักดันโครงการ “ช้อปได้บุญ สมทบทุนพัฒนาวัคซีนโควิด-19”

กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ร่วมกับ ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สร้างสรรค์โครงการ “ช้อปได้บุญ สมทบทุนพัฒนาวัคซีนโควิด-19” เพื่อให้เกิดการวิจัย พัฒนา และผลิตวัคซีนคุณภาพที่ทันต่อสถานการณ์ เมื่อซื้อสินค้ามียอดตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป ต่อ 1 ใบเสร็จ ที่บิ๊กซี และร้านค้าที่ร่วมโครงการ บิ๊กซีร่วมสมทบทุน 1 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2563 นอกจากนี้ ยังสามารถร่วมบริจาคสมทบทุนได้ที่ กล่องรับบริจาค ณ เคาน์เตอร์แคชเชียร์ ที่บิ๊กซี และร้านค้าที่ร่วมโครงการทุกสาขาทั่วประเทศ

คุณอัศวิน-คุณฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และกรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เปิดเผยว่า “บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ถือเป็นห้างค้าปลีกรายแรก ที่ร่วมมือกับ ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดตั้งโครงการ

“ช้อปได้บุญ สมทบทุนพัฒนาวัคซีนโควิด-19” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนกองทุนการวิจัยและพัฒนาวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยบิ๊กซี มุ่งส่งเสริมการวิจัยดังกล่าวเพื่อให้เกิดการผลิตวัคซีนคุณภาพที่ทันต่อสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโรคและเพื่อเป็นสะพานบุญให้ประชาชนคนไทยร่วมสมทบทุน ซึ่งมั่นใจว่าการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ของศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยในครั้งนี้จะประสบความสำเร็จและสร้างประโยชน์และชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยในระดับสากล”

“บิ๊กซี ภายใต้ มูลนิธิ บีเจซี บิ๊กซี โดย คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ซึ่งมีความมุ่งมั่นด้านการช่วยเหลือสังคมในทุก ๆ ด้าน ที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยหลายโครงการ นอกจากนี้มูลนิธิ บีเจซี บิ๊กซี ได้สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ่าตัด หน้ากาก และ face shield โดยมอบให้หน่วยงานต่าง ๆ ไปแล้วหลายแห่ง ถือเป็นการร่วมแรงร่วมใจกันของทุกองค์กรเพื่อทำให้ประเทศพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน ตลอดจนเพื่อตอกย้ำนโยบายความเป็น ห้างคนไทย หัวใจคือลูกค้า ที่พร้อมเคียงข้างคนไทยทุกสถานการณ์”

ด้าน ศาสตราจารย์ นายแพทย์สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “นับเป็นโอกาสดีที่ได้รับความร่วมมือกับ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี ซึ่งบิ๊กซีจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้การพัฒนาวัคซีนของศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประสบความสำเร็จ อีกทั้งยังมีบทบาทในการสร้างสรรค์โครงการดังกล่าวให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการสมทบทุนสนับสนุนการวิจัยวัคซีนในครั้งนี้ ทีมวิจัยและคณะผู้เชี่ยวชาญได้ดำเนินงานการวิจัยและพัฒนาเป็นไปตามแผนงาน โดยคาดว่าจะเข้าสู่การทดสอบในมนุษย์ต่อไปเพื่อป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้เรามีความพร้อม ทั้งสถานที่ แพทย์ พยาบาล บุคลากร เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ทันสมัย มีมาตรฐาน และจะเดินหน้าพัฒนา วิจัย ต่อยอด คิดค้น ผลิตวัคซีน เพื่อใช้ในการป้องกันโรคต่าง ๆ ให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง”

ในขณะที่ ศาสตราจารย์ นายแพทย์เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม ผู้อำนวยการบริหารโครงการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน สิ่งแรกที่คนไทยต้องเรียนรู้คือการไม่ต้องรอซื้อวัคซีนจากที่อื่น ๆ ต้องรีบพัฒนาให้เร็ว ซึ่งจากการร่วมมือในครั้งนี้ถือว่าประเทศไทยเราพัฒนาได้เร็วกว่าที่คาดไว้ เราได้พัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิด mRNA และทดลองฉีดให้กับลิงทดลองไปแล้ว พบว่าลิงทุกตัวมีสุขภาพแข็งแรง และไม่มีผลข้างเคียงจากการได้รับวัคซีน จากผลการทดสอบนี้ ศูนย์วิจัยวัคซีนฯ จะเริ่มสั่งผลิตวัคซีนเพื่อให้พร้อมสำหรับการทดสอบในมนุษย์ตามแผนประมาณเดือน ตุลาคม-ธันวาคม นี้ต่อไป ต้องขอบคุณบิ๊กซี ที่ร่วมเป็นสื่อกลางในการร่วมสมทบทุนและการรับบริจาคในครั้งนี้ ซึ่งเราอยากเห็นโครงการดี ๆ แบบนี้เกิดขึ้นในสังคมไทยต่อไป”

บิ๊กซีขอเป็นสะพานบุญเชิญร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “ช้อปได้บุญ สมทบทุนพัฒนาวัคซีนโควิด-19” เมื่อมียอดซื้อสินค้าตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป ที่บิ๊กซี มินิบิ๊กซี ร้านขายยาเพรียว ร้านกาแฟวาวี ร้านหนังสือเอเซียบุ๊คส รวมถึงบิ๊กซี ช้อปปิ้งออนไลน์ หรือสามารถบริจาคผ่านกล่องรับบริจาคได้ ณ เคาน์เตอร์แคชเชียร์ ที่บิ๊กซี และร้านค้าที่ร่วมโครงการทุกสาขาทั่วประเทศ โดยทุก 1 ใบเสร็จ บิ๊กซีร่วมสมทบทุน 1 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2563

WRITER

RELATED

รับมือส่งออก! จุรินทร์ นำพาณิชย์ จัด THAIFEX–ANUGA ASIA 2020 แบบ “The Hybrid Edition” นำอาหารไทยสู่ตลาดโลก พร้อมจับมือ 4 กระทรวง MOU มาตรฐานความปลอดภัยอาหารจากโควิด-19

รับมือส่งออก! จุรินทร์ นำพาณิชย์ จัด THAIFEX–ANUGA ASIA 2020 แบบ “The Hybrid Edition” นำอาหารไทยสู่ตลาดโลก พร้อมจับมือ 4 กระทรวง MOU มาตรฐานความปลอดภัยอาหารจากโควิด-19

22 กันยายน 2563 13.30 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานจัดงานแสดงสินค้าเกษตร อาหาร และเครื่องดื่ม THAIFEX–ANUGA ASIA 2020…

สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก – 22 ก.ย.

สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก – 22 ก.ย.

ยอดผู้ป่วยโควิด-19 ทั่วโลก เพิ่มอีกราว 2 แสนราย หายป่วยสะสม 21.34 ล้านราย เสียชีวิตสะสม 9.63 แสนคน

สถานการณ์ โควิด-19 ทั่วโลก -21 ก.ย.

สถานการณ์ โควิด-19 ทั่วโลก -21 ก.ย.

ทั่วโลกพบผู้ป่วยโควิด-19 ทั่วโลก รวม 31 ล้านคน หายป่วยสะสม 21.25 ล้านคน และเสียชีวิตสะสม 9.6 แสนคน

‘อังกฤษ’ เพิ่มไทย-สิงคโปร์ เข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน

‘อังกฤษ’ เพิ่มไทย-สิงคโปร์ เข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว 14 วัน

สหราชอาณาจักร ได้ประกาศเพิ่มประเทศไทยและสิงคโปร์ ในรายชื่อประเทศ "travel corridors"

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย 17 ก.ย. 63

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย 17 ก.ย. 63

ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ 0 ราย (คงที่ 3,490) ประเทศไทย อยู่อันดับที่ 128 ของโลก ผู้ป่วยหายกลับบ้านวันนี้ 9 ราย

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย 16 ก.ย. 63

สรุปแถลงศบค. โควิด 19 ในไทย 16 ก.ย. 63

ผู้ป่วยยืนยันวันนี้ 10 ราย (รายที่ 3,481 - 3,490) อยู่ในสถานกักกันของรัฐมาจากประเทศอินเดีย 2 ราย อินโดนีเซีย 2 ราย เมียนมา 1 ราย เอธิโอเปีย 1 ราย เยเมน 4 ราย

ตำรวจ ขานรับนโยบายเปิดประเทศ รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ตำรวจ ขานรับนโยบายเปิดประเทศ รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ด้าน ผบ.ตร. ได้ขานรับนโยบายของรัฐบาล พร้อมประสานหน่วยร่วมปฎิบัติที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยว

สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก – 16 ก.ย. 63

สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก – 16 ก.ย. 63

พบผู้ป่วยโควิด-19 ทั่วโลกเพิ่มขึ้นอีกราว 2 แสนราย รวมผู้ป่วยโควิด-19 สะสม 29.46 ล้านราย หายป่วยสะสม 19.99 ล้านราย และเสียชีวิตสะสม 9.33 แสนราย

ครม.อนุมัติเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ พักได้ 9 เดือน เริ่ม ต.ค.นี้

ครม.อนุมัติเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ พักได้ 9 เดือน เริ่ม ต.ค.นี้

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี อนุมัติหลักการแนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศไทย ในรูปแบบการออกวีซ่าพิเศษ เริ่มเปิดให้เข้าประเทศได้ตั้งแต่เดือนต.ค.นี้ สัปดาห์ละ 100-300 คน หรือไม่เกินเดือนละ 1,200 คน