DTAC

ดีแทคจับมือไดซินและเนคเทคยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ด้วยเทคโนโลยี 5G ต่อยอดเป็นต้นแบบดันไทยสู่ฮับซัพพลายเชนยานยนต์ในเอเชีย

คัดลอก URL แล้ว

“ไดซิน” บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ประเภทอลูมิเนียมขึ้นรูป มีคนไทยเป็นผู้ถือหุ้นหลัก มีกำลังการผลิตติดหนึ่งในสิบของประเทศไทย คิดเป็นมูลค่ายอดขายราว 6 พันล้านบาทต่อปี โดยมีสัดส่วนรายได้มาจากอุตสาหกรรมชิ้นส่วนจักรยานยนต์ 52% จากอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ 36% นอกจากนี้อีก 8% เป็นรายได้จากการผลิตชิ้นส่วนให้กับภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น เครื่องยนต์การเกษตร และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ เป็นต้น

ตลอดเวลายาวนานกว่า 42 ปี ที่ไดซินเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ที่สำคัญให้กับลูกค้า ทั้งใน และต่างประเทศ ภายใต้นโยบายมาตรฐานคุณภาพระดับสากลเพื่อขับเคลื่อน และสร้างความมั่นคงให้ภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย

ปัจจุบันไดซินมีความต้องการ ที่จะยกระดับความสามารถในการผลิตให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล จึงมุ่งเน้นไปสู่ระบบการผลิตแบบอัตโนมัติ การสื่อสารระหว่างคนและเครื่องจักรเป็นสำคัญ

นายธนินทร์ ลี้โกมลชัย ประธาน บริษัท ไดซิน จำกัด กล่าวว่า “จากผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ทำมามากกว่า 42 ปี สู่การเผชิญหน้าวิกฤตโควิด-19 ในครั้งนี้ ทำให้เราเห็นความสำคัญของเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติ ที่ต้องปรับตัวสู่โรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory)  โดยความร่วมมือกับเนคแทคและดีแทคเป็นก้าวแรกของเราที่นำ 5G มาแก้ปัญหา (Pain point) จากกระบวนการผลิตด้วย AGV (Automated Guided Vehicle)  รถลำเลียงชิ้นส่วนในกระบวนการผลิตเดิมซึ่งไม่สามารถควบคุมการผลิตในแม่นยำ โดยเฉพาะการติดตามตำแหน่งทำให้เกิดการสูญเสียเวลาในการผลิต ทำให้เกิดต้นทุนในการขนส่งชิ้นส่วนภายในโรงงานที่ไม่ทำให้เกิดประโยชน์ และอาจจะทำให้เกิดอันตรายจากการขนส่งที่ไม่เหมาะสมอีกด้วย”

ในกระบวนการผลิตไดซินได้นำ AGV  หรือรถลำเลียงชิ้นส่วนซึ่งเป็นหัวใจหลักของกระบวนการผลิต ที่กำหนดเส้นทางการเคลื่อนที่และหยุดได้ด้วยแถบแม่เหล็กซึ่งมีผลต่อการผลิตได้ตามเป้าหมาย แต่ถ้าต้องการความแม่นยำและเพิ่มระบบติดตามแบบเรียลไทม์ รวมทั้งกำหนดเส้นทาง (mapping) อย่างแน่นอน AGV แบบเดิมไม่สามารถตอบโจทย์กระบวนการผลิตได้อีกต่อไป โดยเฉพาะยุคที่การแข่งขันสูงและต้องลดการสูญเสียเวลาซึ่งจะเป็นต้นทุนโดยเฉพาะการเร่งผลิตในวิกฤตโรคระบาด ที่ต้องนำแพลตฟอร์มดิจิทัลและ 5G มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ดังนั้นโซลูชัน 5G ที่สามารถรับส่งข้อมูลได้แบบเรียลไทม์และแม่นยำ จะมาตอบโจทย์การเป็นโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) เรื่องควบคุมอัตโนมัติและเซ็นเซอร์ ในรูปแบบ Internet of Things (IoT) ที่สามารถพัฒนาสู่ IoTอื่นๆ ร่วมกัน และสามารถนำดาต้าส่งเข้าระบบคลาวด์และจะนำมาวิเคราะห์ (Data Analytics) และรองรับ Big data เพื่อพัฒนาสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ สำหรับ AGV ของไดซินจะติดตั้งซิมดีแทคเพื่อส่งสัญญาณ 5G สู่แพลตฟอร์มในการใช้งานลำเลียงชิ้นส่วนเข้าสู่แต่ละกระบวนการผลิตอย่างแม่นยำ ไม่ต้องใช้คนมาเฝ้าระวังในการจอดเสีย หรือการสูญเสียเวลา

ระบบติดตามตำแหน่งที่ใช้ในความร่วมมือนี้ เป็นผลงานวิจัยของทีมวิจัยระบบระบุตำแหน่งและบ่งชี้อัตโนมัติ (LAI) เนคเทค สวทช.ที่มีชื่อเรียกว่า แพลตฟอร์ม “อยู่ไหน” ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อส่งข้อมูลตำแหน่งปัจจุบันและสถานะการทำงานของรถ AGV ผ่านเครือข่าย 5G ของทางดีแทคไปยังเซิร์ฟเวอร์ของแพลตฟอร์ม ในรูปแบบ Internet of Things (IoT) ที่นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของ AGV เชื่อมโยงหรือส่งข้อมูลผ่าน 5G ทำให้ทีมงานไดซินสามารถใช้งาน AGV ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และใช้ดาต้ามากำหนดจำนวนรอบการวิ่งในกระบวนการผลิต การควบคุมเวลา ผ่านทางเครือข่าย 5G ของดีแทคได้

ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ (เนคเทค สวทช.) กล่าวว่า “เราเล็งเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีเครือข่ายการสื่อสาร 5G ว่าเป็นเครื่องมือหนึ่งที่มีศักยภาพในการผลักดันอุตสาหกรรมไทยให้สามารถแข่งขันได้ดีขึ้น เราเล็งเห็นว่าภาคอุตสาหกรรมของประเทศมีความจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อก้าวไปสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 มิเช่นนั้นจะไม่สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก ซึ่งต้องนำเทคโนโลยีดิจิทัล อาทิ 5G, Internet of Things, Big Data, Artificial Intelligence มาใช้งาน  ในช่วงเริ่มต้น ผู้ประกอบการอาจยังไม่มั่นใจในการลงทุนใช้เทคโนโลยี ทางเนคเทค สวทช. จึงร่วมกับพันธมิตร เช่น ดีแทค สนับสนุนการดำเนินงานเพื่อพิสูจน์ในภาคอุตสาหกรรมเห็นประโยชน์ และความคุ้มค่าของการลงทุนกับเทคโนโลยี และหวังว่าจะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมไปยังโรงงานอื่นๆ ในอุตสาหกรรมที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน สำหรับงบประมาณในการดำเนินการทดลอง 5G Use Case สำหรับโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) นี้ เนคเทค สวทช. ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.)”

นายกฤษณ์ ประพัทธศักดิ์ ผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “จากข้อมูลโดยวิจัยกรุงศรีในปี 2564-2565 คาดว่าการผลิตยานยนต์ในประเทศจะฟื้นตัวโดยเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3-4% ต่อปี ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์โลก การร่วมมือกับไดซิน และเนคเทค สวทช. ในครั้งนี้ เป็นการที่ดีแทค บิสิเนสนำเทคโนโลยี 5G ต่อยอดจากการใช้ระบบเครื่องจักรการผลิตที่มีอยู่เดิมด้วยการนำเครือข่าย การใช้ดาต้าเรียลไทม์ และพัฒนาไปสู่การใช้ปัญญาประดิษฐ์ พร้อมเทคโนโลยี 5G ที่เข้ามาช่วยในการจัดการข้อมูลจำนวนมหาศาลในการวิเคราะห์ นำไปสู่นวัตกรรม การพัฒนาธุรกิจและเศรษฐกิจในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดย 5G Use case ที่ดีแทคได้มีโอกาสร่วมงานกับไดซินและเนคเทค สวทช. นี้ จะถูกพัฒนาเป็นโรงงานต้นแบบโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) เพื่อช่วยโรงงานอื่นๆ ในไทยได้พัฒนาต่อยอดต่อไป”


แท็ก: PRNEWS ,

RELATED

ตีแผ่ความคิด ความเจ็บปวดแห่งยุคสมัยของวัยรุ่น Gen Z ผ่านหนังสือ HARSHTAG #ให้ไซเบอร์บูลลี่จบที่รุ่นเรา หาอ่านได้แล้ววันนี้ ที่ร้านหนังสือชั้นนำ

ตีแผ่ความคิด ความเจ็บปวดแห่งยุคสมัยของวัยรุ่น Gen Z ผ่านหนังสือ HARSHTAG #ให้ไซเบอร์บูลลี่จบที่รุ่นเรา หาอ่านได้แล้ววันนี้ ที่ร้านหนังสือชั้นนำ

dtac Safe Internet และ สำนักพิมพ์แซลมอน (Salmon Books) ส่งหนังสือรวมเรื่องสั้น “HARSHTAG #ให้ไซเบอร์บูลลี่จบที่รุ่นเรา” ฉบับตีพิมพ์ หลังปล่อยเรื่องสั้น 3 ตอน

ดีแทคชวนเดิน ปั่น เที่ยวไปกับ Low Carbon Destination สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนบนเส้นทางเน็ตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ จ.จันทบุรี พลิกฟื้นการท่องเที่ยวไทย ในวันคุ้มครองโลก 2565

ดีแทคชวนเดิน ปั่น เที่ยวไปกับ Low Carbon Destination สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนบนเส้นทางเน็ตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ จ.จันทบุรี พลิกฟื้นการท่องเที่ยวไทย ในวันคุ้มครองโลก 2565

กิจกรรมเกือบทุกกิจกรรมที่เราทำ มีส่วนในการปล่อยก๊าซคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ ส่งผลกระทบต่อสภาวะอากาศรวนและโลกร้อนแทบทั้งสิ้น

เด็กและผู้หญิงยังเผชิญกับภัยออนไลน์มากมายทั้งการข่มขู่และล่วงละเมิด พื้นที่ออนไลน์ที่ไม่ปลอดภัย ก่อให้เกิดช่องว่างระหว่างเพศบนออนไลน์ที่กว้างขึ้น

เด็กและผู้หญิงยังเผชิญกับภัยออนไลน์มากมายทั้งการข่มขู่และล่วงละเมิด พื้นที่ออนไลน์ที่ไม่ปลอดภัย ก่อให้เกิดช่องว่างระหว่างเพศบนออนไลน์ที่กว้างขึ้น

การเกิดขึ้นของอินเทอร์เน็ตทำให้เกิดการปฏิวัติและพัฒนาสังคม แต่ไม่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียม ข้อมูลจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศหรือ ITU ระบุว่า 48% ของผู้หญิงเข้าถึงอินเทอร์เน็ต

หยุดภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์! ลูกค้าดีแทคแจ้งเบอร์มิจฉาชีพ- SMS หลอกลวงร้องเรียนผ่านเบอร์เดียวเบอร์เดิม โทร 1678

หยุดภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์! ลูกค้าดีแทคแจ้งเบอร์มิจฉาชีพ- SMS หลอกลวงร้องเรียนผ่านเบอร์เดียวเบอร์เดิม โทร 1678

ดีแทคเปิดรับแจ้งภัยมิจฉาชีพ และ SMS ข้อความหลอกลวง เพื่อบล็อกและดำเนินการสอบสวน ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยลูกค้าดีแทคแจ้งได้ทั้งโทร 1678 หรือแจ้งผ่าน SMS/MMS 1678  

“ดีแทค ทิ้งให้ดี” จับมือ SMART ชวนลูกบ้านโครงการจัดสรรภายใต้การดูแลมากกว่า 300 โครงการทั่วกรุงเทพฯ

“ดีแทค ทิ้งให้ดี” จับมือ SMART ชวนลูกบ้านโครงการจัดสรรภายใต้การดูแลมากกว่า 300 โครงการทั่วกรุงเทพฯ

ดีแทคมีแผนขยายจุดรับทิ้งเพิ่ม หลังจำนวนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พุ่งช่วงโควิด-19 หวังช่วยลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ 2% จากตลาดมือถือ 20.9 ล้านเครื่อง*

ดีแทคร่วมกับกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และ สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย เปิด 3 โครงการ ต่อยอดศักยภาพผู้พิการ ให้ดีทั่วดีถึง ดีไปด้วยกันทุกคน

ดีแทคร่วมกับกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และ สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย เปิด 3 โครงการ ต่อยอดศักยภาพผู้พิการ ให้ดีทั่วดีถึง ดีไปด้วยกันทุกคน

15 มีนาคม 2565 – ดีแทคเปิดแผนธุรกิจเพื่อสังคมที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด Go Beyond (Dis) abilities into possibilities together ต่อยอดศักยภาพผู้พิการ พลิกการขาดหาย…

ดีแทคร่วมเฉลิมฉลอง ‘วันสตรีสากล’ มองการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีผ่านมิติทางเพศ เมื่อผู้หญิงเข้ามาร่วมสร้างนวัตกรรมเพื่อทุกคนอย่างแท้จริง

ดีแทคร่วมเฉลิมฉลอง ‘วันสตรีสากล’ มองการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีผ่านมิติทางเพศ เมื่อผู้หญิงเข้ามาร่วมสร้างนวัตกรรมเพื่อทุกคนอย่างแท้จริง

บุคลากรที่สมดุล (Balanced Workforce) ถือเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ การได้มุมมองที่หลากหลายจะนำมาซึ่งประสิทธิภาพที่ดีขึ้นในการแก้ไขปัญหา รวมถึงความก้าวหน้าทางนวัตกรรม

ดีแทคโตไม่ยั้ง มุ่งเป็นมากกว่าบริการมือถือ ชูแนวคิด ดีแทค บียอนด์ ผลักดันบริการดิจิทัลโตเต็มรูปแบบ

ดีแทคโตไม่ยั้ง มุ่งเป็นมากกว่าบริการมือถือ ชูแนวคิด ดีแทค บียอนด์ ผลักดันบริการดิจิทัลโตเต็มรูปแบบ

ดีแทคเติบโตไม่ยั้ง จากการเร่งพลิกโฉมเปลี่ยนผ่านบริการสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบภายใต้กลยุทธ์ Fast Forward Digital ในปี 2564 ต่อเนื่องปี 2565

ดีแทคเปิดตัว Facebook Mobile Center และ text-only Facebook มอบประสบการณ์ใช้งาน Facebook อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด แม้เน็ตหมด

ดีแทคเปิดตัว Facebook Mobile Center และ text-only Facebook มอบประสบการณ์ใช้งาน Facebook อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด แม้เน็ตหมด

ดีแทคเดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นเพื่อพัฒนาบริการดิจิทัลให้เติบโตร่วมกับ Meta ในการเปิดตัว Facebook Mobile Center และ text-only Facebook

X