เครื่องสำรองไฟฟ้า UPS ตัวช่วยแก้ไฟตก ไฟเกิน ไฟกระชาก เลือกซื้ออย่างไรดี

คัดลอก URL แล้ว

ปัญหาไฟตก ไฟดับ ไฟเกิน ไฟกระชาก ถือเป็นปัญหาใกล้ตัว โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่คุณเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่กินไฟมาก ๆ ในคราวเดียวกัน อย่างแอร์ เครื่องสักผ้า หรือว่าไมโครเวฟ  โดยเฉพาะไฟกระชากที่ถือเป็นตัวการหลักที่ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเสียหายได้ 

การติดตั้งเครื่องสำรองไฟฟ้า หรือ Uninterruptible Power Supply (UPS) เป็นตัวช่วยที่ดี ที่ช่วยจ่ายพลังงานฉุกเฉินให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ทันที โดยไม่ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย จึงได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน สำหรับใครที่กำลังสนใจเลือกซื้อเครื่องสำรองไฟฟ้าไว้ติดบ้านสักเครื่อง แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้ออย่างไร ในบทความนี้เรามีวิธีเลือกซื้อเครื่องสำรองไฟฟ้ามาแนะนำ ว่าต้องพิจารณาอะไรบ้าง เพื่อให้คุ้มเงิน คุ้มค่าการใช้งานมากที่สุด

4 ปัจจัยที่ต้องพิจารณาก่อนซื้อเครื่องสำรองไฟฟ้า

  1. รูปทรงที่เหมาะกับการใช้งาน

พื้นที่และการใช้งานมีความสัมพันธ์กับการเลือกขนาดของเครื่องสำรองไฟฟ้า เช่น หากอุปกรณ์อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน และมีพื้นที่ไม่มาก ควรใช้เครื่องสำรองไฟที่สามารถต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าได้พร้อมกันหลายเครื่อง เพื่อช่วยประหยัดพื้นที่ ซึ่งรูปทรงปกติของ UPS ที่เราเห็น ๆ กันจะเป็นทรงกล่อง แต่ในกรณีที่เราไม่สามารถติดตั้ง UPS บนโต๊ะได้ตามปกติ สามารถเลือกรุ่นที่เป็นแบบแขวน สามารถแขวนไว้ที่ผนัง หรือฝาบ้านได้ ช่วยให้สามารถใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น

  1. การเลือกประเภท UPS 

เครื่องสำรองไฟฟ้า UPS แบ่งออกเป็น 3 เทคโนโลยี ได้แก่ 

  • Offline UPS เครื่องสำรองไฟฟ้าชนิดเริ่มต้น ราคาถูกที่สุด สำรองไฟไว้ในแบตเตอรี่ จะจ่ายไฟออกมาเมื่อไฟดับเท่านั้น
  • Line Interactive UPS ความสามารถพื้นฐานเหมือนเครื่องสำรองไฟฟ้า Offline UPS เพิ่มเติมคือมีระบบปรับแรงดันไฟ ช่วยป้องกันปัญหาไฟตก ไฟกระชากได้
  • True Online UPS หรือ Double Conversion มีการออกแบบการทำงานเพื่อปิดจุดอ่อนของแบบ Offline และ Line Interactive เมื่อเกิดปัญหาไฟดับ ไฟตก ไฟกระชาก จะไม่กระทบกับไฟที่กำลังจ่ายให้อุปกรณ์ไฟฟ้า เป็นเครื่องสำรองไฟฟ้าที่ป้องกันความเสียหายจากปัญหาไฟฟ้าได้สมบูรณ์ที่สุด

ในการเลือกประเภทของเครื่องสำรองไฟฟ้า ต้องพิจารณาจากคุณภาพกระแสไฟฟ้า สถานที่ และอุปกรณ์ที่จะนำไปใช้ เช่น อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีความสำคัญ อาทิ เครื่องมือแพทย์, ระบบสำรองไฟเครื่องจักรอุตสาหกรรม, Computer Server ระดับองค์กร หรือสถานที่ที่มีความแปรปรวนของกระแสไฟฟ้ามาก ควรเลือกใช้ True Online UPS ที่สำรองไฟได้นานกว่า 

  1. สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ 

โดยปกติเครื่องสำรองไฟฟ้าจะมีแบตเตอรี่ที่ติดไปกับตัวเครื่องสำรองไฟฟ้า จะสำรองไฟได้ประมาณ 10-15 นาที ขึ้นอยู่อุปกรณ์ไฟฟ้ากับขนาดของ UPS แต่ละรุ่น ยิ่งมีค่า VA มากเท่าไร ยิ่งจะทำให้ระยะเวลาในการสำรองไฟนานขึ้นเท่านั้น ในกรณีที่อยากให้เครื่องสำรองไฟใช้งานได้นานขึ้น ต้องเลือกรุ่นที่สามารถต่อแบตเตอรี่เพิ่มเติมจากภายนอกได้  หรือใช้เครื่อง UPS ที่มีแบตเตอรี่แบบ High-Rate จะช่วยให้สำรองไฟฟ้าได้นานขึ้น 

  1. ขนาดกำลังไฟฟ้า (VA) ของอุปกรณ์ไฟฟ้า

เพื่อให้การเลือกซื้อเครื่องสำรองไฟฟ้า มาตรงกับการใช้งาน ต้องรู้จักประเภทงานของเครื่องด้วย ไม่ใช่ว่าใช้เครื่องสำรองไฟฟ้า UPS บ้าน ไปต่อกับมอเตอร์ใหญ่ที่ต้องใช้กำลังไฟสูง ๆ ต้องคำนึงถึงขนาดกำลังไฟฟ้าของอุปกรณ์ที่ใช้ต่อพ่วง ไม่ควรสูงกว่ากำลังไฟฟ้าที่ UPS สามารถจ่ายได้ โดยไม่ควรเกิน 80% ของกำลังไฟฟ้าของ UPS สามารถดูรายละเอียดว่าอุปกรณ์ไฟฟ้านั้น ๆ ใช้กำลังไฟฟ้าเท่าไร ได้ที่ฉลากหลังเครื่อง หรือคู่มือ 

เรียกได้เครื่องสำรองไฟฟ้า UPS เป็นส่วนสำคัญในการป้องกันความเสียหายของอุปกรณ์ไฟฟ้า เมื่อเกิดเหตุกระแสไฟฟ้าขัดข้องอย่างกะทันหัน ลองคิดดูว่าหากไม่มีเครื่องสำรองไฟฟ้า แล้วเกิดปัญหาไฟดับ ไฟตก ระหว่างการทำงานโดยที่ไม่ได้สำรองข้อมูลไว้ อาจสร้างความเสียหายมหาศาล เมื่อเทียบกันแล้ว การมีเครื่องสำรองไฟฟ้า ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและช่วยรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ในระยะยาว


แท็ก: PRNEWS
WRITER

Sine.m

producer n content creator under MThai :)