BANGKOK INTERNATIONAL MOTOR SHOW Bangkok International Motor Show 2021 BMW BMW M850i xDrive Coupe mini MINI Paddy Hopkirk Edition Motor Show 2021 บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์โชว์ 2021 มินิ

BMW-MINI จัดเซอร์ไพร์สรับ Motor Show 2021 ด้วยราคารถใหม่-รถรุ่นพิเศษ

คัดลอก URL แล้ว

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เติมความเร้าใจให้สุดขึ้นไปอีกขั้น ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 42 กับการประกาศเปิดตัวรถยนต์และปรับราคาเพิ่มเติมที่เตรียมสร้างความตื่นตาตื่นใจบนท้องถนนให้กับแฟนนักขับทั่วประเทศ เริ่มจากการฉลองชัยชนะระดับตำนานของรถยนต์มินิ คูเปอร์ เอส สุดคลาสสิคในรายการมอนติคาร์โล แรลลี่ ปี 1964 ด้วย MINI Paddy Hopkirk Edition ใหม่ ซึ่งเป็นรถยนต์มินิ คูเปอร์ เอส 3 ประตู รุ่นลิมิเต็ดสุดพิเศษ พร้อมอวดโฉมแบบไม่ซ้ำใครด้วยลุคใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรถแข่งมินิระดับตำนาน ด้วยชุดแต่งทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสารที่สืบทอดชื่อของนักขับชั้นครูชาวไอร์แลนด์เหนืออย่าง “แพดดี้” แพทริค ฮ็อปเคิร์ก โดย MINI Paddy Hopkirk Edition พร้อมให้แฟน ๆ มินิชาวไทยได้ครอบครองในจำนวนจำกัดเพียง 37 คัน ซึ่งตรงกับหมายเลขประจำรถของฮ็อปเคิร์กเมื่อครั้งที่คว้าชัยครั้งประวัติศาสตร์

ลูกค้ายังจะได้สัมผัสความเพลิดเพลินที่เหนือระดับตามสไตล์รถยนต์สปอร์ตหรูชั้นเลิศไปกับ BMW M850i xDrive Coupe ในราคาใหม่ ที่ยังคงผสมผสานสมรรถนะอันเหนือชั้น ความหรูหรา และการขับขี่ที่แม่นยำไว้อย่างครบถ้วน

MINI Paddy Hopkirk Edition

ตำนานหมายเลข 37 กลับมาโลดแล่นบนท้องถนนอีกครั้งกับ MINI Paddy Hopkirk Edition

เมื่อปี 1964 มินิ คูเปอร์ เอส รุ่นคลาสสิกสามารถคว้าแชมป์รายการมอนติคาร์โล แรลลี่ มาครองได้เป็นครั้งแรก ก่อนก้าวสู่สถานะแชมป์สามสมัยในเวลาต่อมา โดยในสนามนี้ มีนักขับแรลลี่ชาวไอร์แลนด์เหนือวัย 30 ปี “แพดดี้” แพทริค ฮ็อปเคิร์ก อยู่หลังพวงมาลัย และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของวงการมอเตอร์สปอร์ต มินิจึงภูมิใจเสนอรถยนต์รุ่นพิเศษที่มาพร้อมรูปลักษณ์และอุปกรณ์แบบเฉพาะตัว โดยเริ่มจากเลข 37 หมายเลขประจำรถของฮ็อปเคิร์กซึ่งประทับอยู่บนประตูทั้งสองฝั่ง

MINI Paddy Hopkirk Edition

ฮ็อปเคิร์กและเพื่อนร่วมทีมชาวอังกฤษ เฮนรี ลิดดอน ในมินิ คูเปอร์ เอส รุ่นคลาสสิก คว้าชัยเหนือคู่แข่งที่มีกำลังเครื่องยนต์สูงกว่ามาก แต่ด้วยทักษะการขับขี่ของฮ็อปเคิร์ก ประกอบกับความคล่องตัวและแม่นยำของตัวรถ ทำให้ทั้งสองฟันฝ่าทุกอุปสรรค ทั้งถนนในชนบท เส้นทางบนภูเขา หรือแม้แต่โค้งและทางลาดชันที่สุดท้าทาย สามารถคว้าชัยชนะที่ทำให้แพดดี้ ฮ็อปเคิร์ก กลายเป็นนักแข่งรถแรลลี่ที่โด่งดังที่สุดในชั่วข้ามคืน ขณะที่มินิเองก็ก้าวจากความเป็นม้านอกสายตาที่แฟน ๆ ต่างเอาใจช่วย กลายเป็นตำนานของวงการมอเตอร์สปอร์ตด้วยถ้วยแชมป์มอนติคาร์โลอีกสองสมัยในปี 1965 และ 1967 จากฝีมือของสองนักขับชาวฟินแลนด์ ติโม มาคิเนน และ เราโน อาลโตเนน ชัยชนะในฐานะเจ้าสนามที่มอนติคาร์โลนี้ ยังคงจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจให้กับแฟน ๆ มินิทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน และรถยนต์รุ่นพิเศษอย่าง MINI Paddy Hopkirk Edition ก็เปิดโอกาสให้นักขับชาวไทยได้สัมผัสกับจิตวิญญาณแห่งมอเตอร์สปอร์ตของมินิอย่างแท้จริง

MINI Paddy Hopkirk Edition

MINI Paddy Hopkirk Edition นำมินิ คูเปอร์ เอส รุ่น 3 ประตูมาเสริมลุคให้โฉบเฉี่ยวในสไตล์เดียวกับรถคันเดิมของฮ็อปเคิร์ก ด้วยล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 17 นิ้วในลาย Cosmos Spoke สีดำที่โดดเด่นด้วยการเล่นสีดำวาวที่ล้อ พร้อมยาง runflat ขณะที่กรอบและซี่แนวนอนของกระจังหน้ามาในสีดำมันวาว เช่นเดียวกับซี่ตะแกรงของช่องดักอากาศด้านล่าง ช่องบริเวณกระโปรงหน้า ด้ามจับประตู ฝาถังน้ำมัน ด้ามจับประตูหลัง โลโก้มินิทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และกรอบไฟหน้า-ไฟท้าย ขณะที่ตัวรถมาในสีแดง Chili Red ตัดกับหลังคาขาว แบบเดียวกับมินิรุ่นคลาสสิกของฮ็อปเคิร์ก

MINI Paddy Hopkirk Edition

นอกจากไฟหน้าแบบ LED และไฟท้ายลายธงยูเนียน แจ็คในแบบฉบับของมินิแล้ว MINI Paddy Hopkirk Edition ยังแตกต่างด้วยสติ๊กเกอร์ลายอักษร “Paddy Hopkirk Monte Carlo” และแถบสีขาวที่คาดอยู่บนกระโปรงหน้ารถฝั่งคนขับที่ประดับด้วยลายเซ็นของแพดดี้ ฮ็อปเคิร์ก พร้อมด้วยเลขทะเบียน “33EJB” ของมินิคันแชมป์ปี 1964 ที่ปรากฏอยู่ในแถบขาวด้วยลายกราฟฟิกแบบสามมิติ ขณะที่บริเวณประตูท้ายก็ตกแต่งด้วยลายเซ็นของนักขับชาวไอร์แลนด์เหนือด้วย

ภายในห้องโดยสารยังมีลายเซ็นของฮ็อปเคิร์กประดับอยู่ที่แผงคอนโซลหน้ารถฝั่งผู้โดยสาร กลมกลืนเข้ากับวัสดุผิวหน้าแบบ Piano Black high gloss อย่างลงตัว ส่วนกาบบันไดที่พื้นห้องโดยสารทั้งสองข้าง ยังเตะตาด้วยป้าย LED ที่ระบุชื่อ “Paddy Hopkirk” เช่นกัน MINI Paddy Hopkirk Edition ยังมาพร้อมกับชุดแต่ง MINI Excitement และ Comfort Access รวมถึงอุปกรณ์เสริมอย่างไฟหน้าสำรองในกรอบสีดำ Piano Black กุญแจรถที่ประทับด้วยหมายเลข 37 และแถบสีดำ Piano Black ที่ลากตัดระหว่างตัวถังรถกับกระจกหน้า ข้าง และหลังรอบด้าน

MINI Paddy Hopkirk Edition

MINI Paddy Hopkirk Edition ใช้ขุมพลังเบนซิน 4 สูบตัวเดียวกับมินิ คูเปอร์ เอส 3 ประตู จึงส่งกำลังได้สูงสุดที่ 141 กิโลวัตต์ / 192 แรงม้า แรงบิดสูงสุดถึง 280 นิวตันเมตร ที่ 1,350-4,600 รอบต่อนาที ทำงานประสานกับระบบเกียร์ Manual Transmission ให้ตัวรถพุ่งทะยานจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ใน 6.7 วินาที อุ่นใจในขณะขับขี่ด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและสะดวกสบายแบบครบครัน สำหรับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

MINI Paddy Hopkirk Edition

MINI Paddy Hopkirk Edition พร้อมให้แฟน ๆ มินิจับจองเป็นเจ้าของกันได้ในมหกรรมมอเตอร์โชว์ ในจำนวนจำกัดเพียง 37 คัน เท่ากับหมายเลขข้างรถคันประวัติศาสตร์ของแพดดี้ ฮ็อปเคิร์กนั่นเอง และเพื่อเฉลิมฉลองการมาถึงของรถยนต์รุ่นพิเศษคันนี้ ลูกค้าสามารถสั่งจองมินิ Paddy Hopkirk Edition ในราคาพิเศษเฉพาะช่วงมอเตอร์โชว์และมีกำหนดรับมอบรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2564 ในราคาเพียง 2,555,000 บาท จากราคาปกติ 2,910,000 บาท (ทั้งสองราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard) และสำหรับลูกค้าที่ซื้อโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Ultimate package ยังจะได้รับการยกระดับระยะการบำรุงรักษาเพิ่มขึ้นเป็นระยะเวลา 10 ปี / 100,000 กิโลเมตร และการรับประกัน 5 ปี / ไม่จำกัดระยะทาง

BMW M850i xDrive Coupe
BMW M850i xDrive Coupe

BMW M850i xDrive Coupe ยนตรกรรมสไตล์สปอร์ตที่สมบูรณ์แบบเหนือระดับ

พบกับนิยามใหม่ของรถสปอร์ตคูเป้กับ BMW M850i xDrive Coupe ยนตรกรรมที่ผสานขุมพลังความสปอร์ตปราดเปรียวเหนือระดับและความหรูหราล้ำสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ประกาศถึงเอกลักษณ์อันโดดเด่นด้วยรูปทรงลาดต่ำและดีไซน์ทรงพลัง เติมเต็มความสุนทรีย์ทางอารมณ์ด้วยเส้นสายที่สง่างามตลอดตัวรถ พร้อมกระโปรงหน้าที่ลาดยาวสะท้อนแสงเงาได้อย่างเฉียบคม สะดุดตาด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่ของบีเอ็มดับเบิลยู โดยช่วงล่างของกระจังหน้ากว้างออกเพื่อเน้นย้ำถึงจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำของตัวรถ ช่องดักอากาศขนาดใหญ่ทั้งสองข้างช่วยเสริมสมรรถนะด้านแอโรไดนามิกส์ของตัวรถ คู่ไปกับสปอยเลอร์หน้าที่ทำหน้าที่ลดแรงยกบริเวณเพลาหน้า นอกจากนี้ BMW M850i xDrive Coupe ใหม่ยังมาพร้อมไฟหน้า LED ที่ติดตั้งระบบ BMW Laserlight ในรูปทรงที่เล็กเรียวกว่าไฟหน้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นอื่น ๆ

BMW M850i xDrive Coupe

เสียงคำรามของเครื่องยนต์ BMW TwinPower Turbo V8 รุ่นพัฒนาใหม่ล่าสุด และความเร้าใจจากสมรรถนะที่เหนือระดับยิ่งขึ้นจากชุดแต่ง M Performance ล้วนกระตุ้นการสูบฉีดของอะดรีนาลีน ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบความเร็ว BMW M850i xDrive Coupe โลดแล่นด้วยขุมพลังเบนซิน 8 สูบ ขนาด 4.4 ลิตร ส่งกำลังสูงสุด 390 กิโลวัตต์/530 แรงม้า ที่ 5,500 – 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร ที่ 1,800 – 4,600 รอบต่อนาที เร่งความเร็วจากหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 3.7 วินาที ที่ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

BMW M850i xDrive Coupe

โครงสร้างตัวถัง เทคโนโลยีการขับขี่ และระบบช่วงล่าง ได้รับการออกแบบมาเพื่อสมรรถนะการขับเคลื่อนชั้นเลิศที่พบได้เพียงจากรถสปอร์ตระดับแถวหน้าอย่าง M8 GTE ที่เป็นรถแข่ง Endurance เท่านั้น สปอร์ตคูเป้รุ่นใหม่นี้มาพร้อมการกระจายน้ำหนักอย่างสมมาตร โครงสร้างตัวถังและระบบขับเคลื่อนทำจากวัสดุอะลูมิเนียม แมกนีเซียม และคาร์บอนไฟเบอร์ ขณะที่ระบบ Driving Experience Control เพิ่มความสนุกสนานให้แก่การขับขี่ด้วยโหมด ADAPTIVE พร้อมรองรับการตั้งค่าขับขี่ในโหมด COMFORT และ ECO Pro หรือโหมด SPORT และ SPORT+ ให้ผู้ขับขี่สามารถขับขี่ในเมืองได้อย่างคล่องตัว หรือโลดแล่นในระยะไกลได้อย่างราบรื่น

BMW M850i xDrive Coupe ยังโดดเด่นด้วยจิตวิญญาณของมอเตอร์สปอร์ต สะท้อนจากชุดแต่ง M Performance ไม่ว่าจะเป็นช่วงล่างแบบ Adaptive M Suspension Professional สปอยเลอร์หลังแบบ M ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาลาย Y-spoke ขนาด 20 นิ้ว พวงมาลัยหนังมัลติฟังก์ชั่น M พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ เสริมลุคสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยชุดแต่งภายนอกสีดำเงา ภายในตกแต่งด้วยสแตนเลสสตีล และผลึกแก้ว ‘CraftedClarity’ รวมถึงไฟบริเวณขอบประตูที่ส่องสว่างด้วยเอกลักษณ์ชื่อรุ่น

ภายในของ BMW M850i xDrive Coupe สง่างามด้วยการดีไซน์และคัดเลือกวัสดุคุณภาพพรีเมียมที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันเพื่อความพึงพอใจของทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร การออกแบบแผงหน้าปัดตอกย้ำถึงการมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้ขับขี่ ขณะที่ผลึกแก้วที่ตกแต่งบริเวณคันเกียร์พร้อมสัญลักษณ์เลข 8 ปุ่ม iDrive ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ และปุ่มควบคุมเสียง ล้วนเสริมบรรยากาศความหรูหราอย่างลงตัว ตัวรถยังมาพร้อมเบาะหน้า-หลังแบบใหม่ในสไตล์สปอร์ต หุ้มด้วยหนังแท้ Merino พร้อมด้วยตำแหน่งของที่นั่งที่มีระดับต่ำลง จึงสามารถมอบความสะดวกสบายได้โดยปราศจากที่รองศีรษะ

BMW M850i xDrive Coupe

BMW M850i xDrive Coupe นี้ ยังเป็นอีกหนึ่งก้าวสู่ยุคแห่งยานยนต์ไร้คนขับ ด้วยระบบ Parking Assistant Plus และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ล้ำสมัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติที่สามารถตรวจจับรถและคนเดินถนนด้วยความเร็วต่ำ (Person Warning with City Braking Function) ระบบเตือนเพื่อป้องกันการชนด้านหลัง (Rear-collision prevention) ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องจราจร (Lane Departure Warning) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตา (Blind spot detection) ระบบเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง (Crossing-traffic warning rear) และระบบเตือนป้ายจราจร (Speed limit info and no-overtaking indicator) ซึ่งรถยนต์สปอร์ตคูเป้รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ ยังแสดงผลด้วยแผงหน้าปัดดิจิทัลเต็มรูปแบบ และหน้าจอ Control Display ขนาด 10.25 นิ้ว รวมถึง BMW Head-Up Display เวอร์ชั่นล่าสุด ฉายภาพขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม 16% ในรูปแบบสามมิติ

BMW M850i xDrive Coupe

นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ BMW M850i xDrive Coupe ยังสามารถเพลิดเพลินกับการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัดจาก BMW ConnectedDrive ระบบ iDrive ใหม่ล่าสุด และ BMW Gesture Control ซึ่งติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์พื้นฐานเพื่อสร้างความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่

โดย BMW M850i xDrive Coupe พร้อมให้คุณได้เป็นเจ้าของง่ายขึ้นด้วยราคาใหม่ พร้อมรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard อยู่ที่ 9,499,000 บาท


แท็ก: PRNEWS , , , , , , , , , , ,

RELATED

BMW X SWAROVSKI คือความหรูหราขั้นสุด จากสองวงการระดับโลก

BMW X SWAROVSKI คือความหรูหราขั้นสุด จากสองวงการระดับโลก

BMW X SWAROVSKI สองผู้นำระดับโลก กับไฟหน้าคริสตัล BMW “Iconic Glow” ที่ถูกในรถยนต์พลังงานไฟฟ้าสุดหรู The New BMW i7

BMW ยกระดับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้สีที่ผลิตจากขยะชีวภาพ

BMW ยกระดับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้สีที่ผลิตจากขยะชีวภาพ

BMW Group ยกระดับแบรนด์แห่งความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เตรียมนำนวัตกรรมสีและสารเคลือบตัวถังรถที่ผลิตจากขยะชีวภาพ เพื่อลดการใช้วัตถุดิบจากปิโตรเคมีจากกระบวนการผลิตสี

BMW รุกขยายบริการเต็มรูปแบบ ควบคู่กับการเปิดตัว M Showroom ในย่านราชพฤกษ์

BMW รุกขยายบริการเต็มรูปแบบ ควบคู่กับการเปิดตัว M Showroom ในย่านราชพฤกษ์

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ร่วมมือ เพอร์ฟอร์แมนซ์ มอเตอร์ส รุกขยายบริการสู่ย่านราชพฤกษ์ เตรียมมอบประสบการณ์ยนตรกรรมเต็มรูปแบบ พร้อม M Showroom

FORWARDISM การมุ่งสู่อนาคต จากมุมมองภาพถ่าย ของ Nick Knight ช่างภาพแฟชั่นที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก

FORWARDISM การมุ่งสู่อนาคต จากมุมมองภาพถ่าย ของ Nick Knight ช่างภาพแฟชั่นที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก

Forwardism  เป็นแนวคิดที่ยึด อุดมการณ์ ความคิด การกระทำ ก้าวไปสู่ภายภาคหน้า เพื่อสุนทรียภาพแห่งอนาคต จึงเกิดเป็นความร่วมมือกันระหว่าง BMW และ Nick Knight ช่างภาพแฟชั่น ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก ถ่ายทอดตัวตนของ…

Mitsubishi ประมวลบรรยากาศกิจกรรม RALLIART CLUB MEET ครั้งแรกในประเทศไทย

Mitsubishi ประมวลบรรยากาศกิจกรรม RALLIART CLUB MEET ครั้งแรกในประเทศไทย

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เสริมฐานความแข็งแกร่งจิตวิญญาณแห่งแรลลี่อาร์ทกับกลุ่มแฟนคลับผ่านกิจกรรม ‘RALLIART CLUB MEET’

BMW ผนึกกำลัง EVolt ยกระดับบริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า

BMW ผนึกกำลัง EVolt ยกระดับบริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จับมืออีโวลท์ เทคโนโลยี ยกระดับประสบการณ์สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าสาธารณะสำหรับลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูและมินิ

BMW ประเทศไทย ประกาศปรับราคาจำหน่ายรถยนต์ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป

BMW ประเทศไทย ประกาศปรับราคาจำหน่ายรถยนต์ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ประกาศปรับราคารถยนต์บางรุ่น อันเป็นผลมาจากอัตราเงินเฟ้อซึ่งมีการปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป

BMW Series 7 & i7 THE FIRST EDITION ต้อนรับซีดานเรือธงโฉมใหม่สำหรับลูกค้าญี่ปุ่นโดยเฉพาะ

BMW Series 7 & i7 THE FIRST EDITION ต้อนรับซีดานเรือธงโฉมใหม่สำหรับลูกค้าญี่ปุ่นโดยเฉพาะ

BMW ประเทศญี่ปุ่น ต้อนรับการมาของยนตรกรรมซีดานเรือธงเจนเนอเรชั่นที่ 7 อย่างเป็นทางการ ด้วยรุ่น THE FIRST EDITION ผลิตจำกัดเพียง 150 คันเท่านั้น

BMW Series 7 รูปลักษณ์ใหม่แห่งอนาคต มัลติมีเดียสนุกจัดเต็ม พร้อมเพิ่มรุ่น EV 100%

BMW Series 7 รูปลักษณ์ใหม่แห่งอนาคต มัลติมีเดียสนุกจัดเต็ม พร้อมเพิ่มรุ่น EV 100%

All-New BMW Series 7 ยนตรกรรมซีดานระดับเรือธงเจนเนอเรชั่นที่ 7 มาพร้อมกับรูปลักษณ์ใหม่ที่สุขุม ภายในสุดล้ำพร้อมเทคโนโลยีมัลติมีเดียจัดเต็ม และเป็นรุ่นแรกที่มาพร้อมตัวเลือกขุมพลังไฟฟ้า BEV 100%

X