ดร.เซปิง เฟซออฟ

บิ๊กโจ๊กสั่ง ตร.นำกำลังรวบตัว ดร.เซปิง เจ้าของโครงการ เฟซออฟ ข้อหาคดีฉ้อโกง

บิ๊กโจ๊กสั่งตำรวจนำกำลังรวบตัว ดร.เซปิง เจ้าของโครงการ เฟซออฟ ข้อหาคดีฉ้อโกง  วันที่ 3 เม.ย. 2562 ที่ สตช. พล.ต.ท.สุรเชษฐ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกล่าวยืนยันว่าตำรวจ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปอส.ตร.)…

Home / NEWS / บิ๊กโจ๊กสั่ง ตร.นำกำลังรวบตัว ดร.เซปิง เจ้าของโครงการ เฟซออฟ ข้อหาคดีฉ้อโกง

บิ๊กโจ๊กสั่งตำรวจนำกำลังรวบตัว ดร.เซปิง เจ้าของโครงการ เฟซออฟ ข้อหาคดีฉ้อโกง 

วันที่ 3 เม.ย. 2562 ที่ สตช. พล.ต.ท.สุรเชษฐ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกล่าวยืนยันว่าตำรวจ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปอส.ตร.) นำหมายศาลจังหวัดนนทบุรีเข้าจับกุมตัว ดร.เซปิง ไชยศาส์น ประธานโครงการศัลยกรรมความงามเฟซออฟตามหมายจับข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนในคดีทำศัลยกรรมเสียโฉมซึ่งมีผู้เสียหายจำนวนรายหลายเข้าแจ้งความโดยจับกุมตัวได้ที่หมู่บ้านหรูย่านรัตนาธิเบศร์ นนทบุรี เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาของวันนี้ 

ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวนและค้นหาหลักฐานในคดีเพิ่ม โดยในวันพรุ่งนี้ตนเองจะแถลงรายละเอียดในเรื่องนี้ด้วยตนเองที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เวลา10.00น. และจะมีผู้เสียหายบางรายที่อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจะเดินทางกลับมาร่วมแถลงข่าวและชี้ตัวผู้กระทำผิดด้วยพรุ่งนี้

สำหรับคดีนี้ เมื่อวันที่ 22 มี.ค.กลุ่มผู้เสียหายจำนวน 7 คนเดินทางมาร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ตร.ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.เซปิง ไชยศาส์น กับพวกในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและความผิดอาญาใดๆ 

ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับคดีดังกล่าวก่อนเกิดเหตุกลุ่มผู้เสียหายได้เปิดดูรายการโทรทัศน์รายการ”เรื่องเล่าเช้านี้”ซึ่งมีเนื้อหารายการเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมของนายสุรชัย สมบัติเจริญ ในโครงการเฟซออฟ บายด็อกเตอร์เซปิง รวมถึงช่อง YouTube ด็อกเตอร์เซปิง ซึ่งเป็นช่องนำเสนอวิดีโอเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมในโครงการเฟซอ๊อฟบายดอกเตอร์  

ซึ่งนางสาวเซปิง เองได้โฆษณาว่าตนเองนั้นจบระดับปริญญาเอกเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำสัญญากรรมใบหน้าและโฆษณาชวนเชื่อว่าสามารถทำศัลยกรรมได้ดีที่สุด ใบหน้าบวมขึ้นเพียง 10% ไม่ทำให้เกิดแผลเป็นไม่มีรอยช้ำและทำให้อ่อนเยาว์ลง 10-20 ปี

นอกจากนั้นยังมีการยื่นข้อเสนอลดราคาค่าบริการให้ถูกลงกลุ่มผู้เสียหายจึงหลงเชื่อชำระค่ามัดจำในการจองคิววันผ่าตัดโดยโอนเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทยเลขที่ 391-105464-6 ชื่อบัญชีโครงการเฟซออฟ โดยนายบทมากร วัฒนนนท์ และตัดสินใจทำศัลยกรรมในโครงการดังกล่าวและทางโครงการได้นัดหมายให้ผู้เสียหาย ไปพบที่บ้านเลขที่ 124 / 3 โซน N หมู่บ้านมณียาเพอร์เฟคมาสเตอร์พีซ ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.ไทรม้า อ.เมือง จ. นนทบุรี

โดยได้พบกับ น.ส.เซปิง อยู่ที่โครงการและ น.ส.เซปิง จะทำการจับตรวจใบหน้าพร้อมกับแจ้งให้ผู้เสียหายทราบว่าอาจจะต้องทำศัลยกรรมใบหน้าอย่างไรบ้างจากนั้นจะมีการนำเอกสารต่างๆมาให้เซ็นและจะมีการเรียกเก็บค่าบริการทันทีและจะมียอดค่าบริการเพิ่มสูงขึ้นกว่าที่แจ้งไว้มากหากผู้ใดไม่มี เงินชำระก็จะใช้วิธีพูดโน้มน้าวหรือให้ผ่อนชำระได้ ผู้เสียหายจึงยอมทำศัลยกรรมตามโครงการดังกล่าวและชำระเงินไป  

จากนั้นจึงได้นัดวันผ่าตัดที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล เลขที่ 1223 ซอยลาดพร้าว 94 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม.แต่หลังจากผ่าตัดเสร็จแล้วนั้นผลที่ได้รับกลับไม่เป็นไปตามที่โฆษณาไว้บางคนใบหน้าบวมและปวดมากและจะมีอาการดังกล่าวเป็นระยะเวลา 2-3 เดือนหรือมีอาการชาบริเวณศีรษะ  และหลังจากที่อาการบวมหายไปแล้วปรากฏว่าใบหน้าของผู้เสียหายกลับไม่สวยยังคงมีริ้วรอยไม่ได้อ่อนวัยลง และกลับมีรอยแผลเป็นเพิ่มขึ้นซึ่งไม่ได้เป็นไปตามที่มีการโฆษณาไว้แต่อย่างใดทำให้สูญเสียเงินไปเป็นจำนวนมาก

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ศาลได้อนุมัติหมายจับที่จ.108/ 2562 และจ.109 / 2562 ลงวันที่ 1 เมษายน 2562ชุดปฏิบัติการที่ 14โดย พ.ต.อ.กำพล รัตนประทีป ผกก.สน.ลุมพินี / หน.ชุดปฎิบัติการ 14 ศปอส.ตร.?พร้อมกำลัง ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 สส. ภ.1 ร่วมสืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองนั้นอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 124 / 3 โซน N หมู่บ้านมณียาเพอร์เฟคมาสเตอร์พีซ ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.ไทรม้า อ.เมือง จังหวัดนนทบุรี จึงได้ขอหมายค้นเพื่อเข้าบ้านหลังดังกล่าวพบด็อกเตอร์ เซปิงไชยศาส์น และนายบทมากร วัฒนะนนท์ ผู้ต้องหาตามหมายจับและเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาและนำส่ง สภ.บางศรีเมือง เพื่อดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับต่อไป

โดยวันพรุ่งนี้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ จะแถลงข่าวนี้ที่ ศปรส.ตร.

เกร็ดความรู้เรื่อง : คดีฉ้อโกง

คดีฉ้อโกงนั้น สามารถแบ่งได้หลายลักษณะ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 – 348 อาทิ การฉ้อโกงประชาชน จะเข้าข่ายมาตรา 343 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การฉ้อโกงแรงงาน เข้าข่ายมาตรา 344 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือแม้กระทั่งการหลอกกินอาหารและเครื่องดื่มฟรี เข้าข่ายมาตรา 345 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 5 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นต้น

ทั้งนี้ ความผิดฐานฉ้อโกง ถือเป็นความผิดที่ยอมความกันได้ ซึ่งหมายถึงผู้เสียหายและผู้กระทำความผิด สามารถเจรจาคืนทรัพย์สินหรือชำระค่าเสียหายเพื่อยุติคดี แต่ยกเว้น “ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน” ขณะที่ผู้เสียหายต้องดำเนินการแจ้งความ หรือฟ้องคดีภายในเวลา 3 เดือน นับตั้งแต่ทราบเรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิด ไม่เช่นนั้น คดีจะขาดอายุความ

X