เซปิง เซปิง เฟซออฟ

เซปิง เฟซออฟ แจงกรณีถูกกล่าวหาฉ้อโกง จ่อฟ้องกลับคนทำเสียชื่อเสียง

ดร.เซปิง ปธ.โครงการเฟซออฟ ชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาฉ้อโกง ยันไม่ได้โกงใคร-ไม่ใช่แพทย์ เล็งฟ้องกลับคนทำเสียชื่อเสียง

วันที่ 8 เม.ย. 62 ที่บ้านเลขที่ 124/3 โซน N หมู่บ้านมณียาเพอร์เฟคมาสเตอร์พีช ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.ไทรม้า อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี น.ส.เซปิง ไชยศาส์น ประธานโครงการเฟซออฟ พร้อมด้วย ดร.จำนงค์ ไชยมงคล ทนายความ ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีถูกกล่าวหาฉ้อโกงประชาชน โดยมีการนำรูปภาพผู้ทำศัลยกรรมมายกเป็นกรณีตัวอย่างด้วย

น.ส.เซปิง เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ ยอมรับว่า เป็นความโหดร้ายที่สุดของชีวิตที่ตนถูกกล่าวหาฉ้อโกงประชาชน ท้้งที่ไม่เคยทำและไม่เคยคิด แต่หลังจากเกิดเรื่องขึ้น ตนได้กำลังใจจากทั้งคนรอบข้าง และคนที่เคยทำศัลยกรรมของโครงการ และคนที่เคยร่วมงาน ซึ่งเป็นคนที่รู้ว่าตนทำอะไรไปบ้าง ต้องขอขอบคุณทุกๆคน

ส่วนสาเหตุที่ต้องจัดแถลงข่าววันนี้ เนื่องจากมีกรณีสื่อมวลชนบางสำนัก ได้เสนอรายงานข่าวเพียงด้านเดียว ซึ่งให้ข้อมูลเป็นเท็จและสร้างความเข้าใจผิดต่อโครงการและตน รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจใหญ่ร่วมแถลงข่าวในข้อหาฉ้อโกงประชาชน นับได้ว่านอกจากเป็นการใส่ความ และเป็นการกล่าวหาโดยยังไม่มีหลักฐาน หรือข้อพิสูจน์ใดๆ ตนขอยืนยันว่าไม่เคยฉ้อโกงใคร ไม่ได้มีกระบวนการใดๆที่จะเป็นการฉ้อโกง ไม่ได้กระทำการใดที่ผิดกฎหมาย และไม่ได้ถูกอายัดทรัพย์ตามที่เป็นข่าว

น.ส.เซปิง เปิดเผยอีกว่า โครงการเฟซออฟด็อกเตอร์เซปิง ตั้งขึ้นเพื่อให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะมีความรู้เรื่องศัลยกรรม หรือ ผู้ที่ต้องการทำศัลยกรรม โดยทำใหม่ หรือแก้ไขที่เคยผิดพลาดจากเจ้าอื่นซึ่งได้มาขอความช่วยเหลือ เราได้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและแนะนำความรู้ตามประสบการณ์ที่ได้ผ่านการทำศัลยกรรมมาเช่นกัน เพราะเราไม่ใช่แพทย์ และย้ำทุกครั้งกับผู้ที่มาขอคำปรึกษาว่าไม่ใช่แพทย์

หลังจากให้คำปรึกษา จึงแนะนำให้ทำศัลยกรรมกับโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานทุกคน และยืนยันว่าตนไม่ได้มีส่วนได้เสียกับทางโรงพยาบาล เพราะที่บ้านก็มีธุรกิจอยู่แล้ว ส่วนประเด็นที่มีผู้กล่าวอ้างว่า ทำศัลยกรรมแล้วไม่สวย ตนขอชี้แจงว่า ความสวยไม่อาจหาข้อยุติในแต่ละบุคคล การทำศัลยกรรมของโครงการ คือการทำให้ทุกคนดูดี และเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ที่สำคัญภายหลังทำศัลยกรรมต้องดูแลตัวเองเรื่องสุขภาพด้วยเช่นกัน

น.ส.เซปิง เปิดเผยด้วยว่า กรณีที่มีผู้ทำศัลยกรรมไปออกรายการดัง จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมนั้น เนื่องจากผู้เข้าร่วมโครงการที่โครงการระบุว่า เป็นการทำศัลยกรรมที่ถูกต้องตามที่ตกลงกันไว้ รวมถึง ประเด็นการผ่อนชำระ ซึ่งทางโครงการได้ผ่อนผันให้เพื่อให้โอกาสผู้เข้าร่วม โดยไม่ได้คิดดอกเบี้ย

แต่ผู้ทำศัลยกรรมเกิดไม่ต้องการชำระหนี้ตามที่ตกลง จึงรวมตัวกันตั้งกลุ่มและพากันเรียกร้องในรายการตามที่มีการเสนอข่าว ตนมั่นใจว่าไม่ผิด ไม่ได้ฉ้อโกงใคร หลังจากนี้ จะเดินหน้ารวบรวมข้อมูลและหลักฐานทั้งหมด เพื่อฟ้องกลับคนที่ทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียงในข้อหาหมิ่นประมาท ส่วนจะฟ้องกลับสื่อด้วยหรือไม่ ก็ต้องมาวิเคราะห์ก่อน อาจจะมีบางสื่อ

ส่วนกรณีมีการอ้างว่าถูกมัดมือมัดเท้านั้น ไม่เป็นความจริง ขอชี้แจงว่า ที่นี่เราไม่มีห้องผ่าตัด การมัดมือมัดเท้าจึงไม่เมคเซ้นส์ เมื่อผู้ที่จะเข้าโครงการมาถึง จะเขียนเอกสารร่วมโครงการ จากนั้นจึงเดินทางไปโรงพยาบาลที่เราแนะนำด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลชั้นนำ ระดับอินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อทำการผ่าตัด

ซึ่งบางอย่างที่เราแนะนำ ถ้าศัลยแพทย์ไม่ทำให้ ผู้จะผ่าตัดก็ต้องคุยกับแพทย์โดยตรงว่าจะผ่าตัดรายการใด ประเด็นที่อ้างว่าไม่มีการพบแพทย์จึงไม่เป็นความจริง นอกจากนี้ที่อ้างว่ามาแล้วถูกข่มขู่แล้วจับผ่าตัดเลยก็ไม่ใช่

ทั้งนี้โครงการเฟซออฟ ตั้งขึ้นมาเพื่อต้องการยกระดับศัลยกรรมไทย และช่วยเหลือโดยให้ความรู้กับประชาชน ไม่ให้ถูกหลอก ซึ่งพิสูจน์ได้ สามารถดูในช่องทางยูทูปที่มีเป็น 1,000 เคส จึงตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดถึงไม่มาฟ้องว่าฉ้อโกงทั้งหมด แต่กลับมีเพียง 6-7 คน ที่ผ่าตัดไปแล้วนานกว่า 2 ปี คิดว่าโดนหลอก จึงหวังว่าสังคมจะให้ความเป็นธรรม

กรณีที่มีการบอกว่าทำศัลยกรรมแล้วมีอาการเจ็บ ชา ตนคิดว่าแต่ละคนปัญหาไม่เหมือนกัน จึงต้องให้ทางโรงพยาบาลที่เป็นกลางตรวจพิสูจน์ ส่วนที่อ้างว่า ผ่าตัดไม่ได้แล้วไม่ได้เงินคืน ก็ไม่เป็นความจริง ยืนยันว่า ได้รับเงินคืนทุกเคส รวมถึง เงินจองสิทธิ์ราคาถูกก็ได้คืนทุกเคส จึงไม่เคยมีใครมาแจ้งความ ถือเป็นคำกล่าวอ้าง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีส่วนกับการสั่งย้ายนายตำรวจระดับสูงรายหนึ่งด้วยหรือไม่ น.ส.เซปิง ตอบว่า ให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่า เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ไม่ทราบเรื่อง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า อาจเพราะเป็นไม่กี่คดีที่ถูกจับในเวลาใกล้เคียงกัน จึงถูกโยงไปด้วย

WRITER

RELATED

ทำความรู้จัก ‘โครงการเฟซออฟ’ ศัลกรรมย้อนวัยของ ‘ดร.เซปิง ไชยศาส์น’

ทำความรู้จัก ‘โครงการเฟซออฟ’ ศัลกรรมย้อนวัยของ ‘ดร.เซปิง ไชยศาส์น’

กลับมาเป็นประเด็นในสังคมอีกครั้ง สำหรับ ดร.เซปิง ไชยศาส์น เจ้าของ ‘โครงการเฟซออฟ’ ภายหลังเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2562 พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ รองผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ…