ปากีสถาน สงคราม อินเดีย แคชเมียร์

‘น้ำ’ สาเหตุความขัดแย้งของอินเดีย-ปากีสถานที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง ?

บทสัมภาษณ์ ดร.ปิยณัฐ สร้อยคำ 

หลังจากความขัดแย้งระลอกใหม่ระหว่างอินเดียและปากีสถานปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2562 จากเหตุระเบิดฆ่าตัวตายในแคชเมียร์ เป็นผลให้ทั้ง 2 ประเทศยกระดับความรุนแรงขึ้น หลังจากที่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างโจมตีทางอากาศเพื่อแสดงความไม่พอใจ และจุดชนวนความขัดแย้งตึงเครียดครั้งใหม่ขึ้นมา

ถ้าจะย้อนไปความขัดแย้งระหว่าง“อินเดีย-ปากีสถาน” เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 1947 ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่อังกฤษมอบเอกราชให้กับทั้งสองประเทศ ซึ่งปากีสถานเป็นประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ในขณะที่ชาวอินเดียส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดู

ชนวนสำคัญเกิดขึ้นที่แคว้นจัมมูร์แคชเมียร์หรือที่ชาวไทยเรียกกันว่า ‘แคชเมียร์’ ซึ่งเป็นแคว้นที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม แต่ผู้ปกครองแคว้นนี้ในขณะนั้นเป็นฮินดู ทำให้ผู้ปกครองลงนามที่จะไปรวมกับอินเดีย สร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนและปากีสถานเพราะเป็นชาวมุสลิมเหมือนกัน ในขณะที่อินเดียก็ถือว่าตนสิทธิ์ในแคชเมียร์แล้วตามที่ผู้ปกครองลงนาม โดยปัญหาเกิดจากการอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนระหว่างรัฐกับรัฐด้วยกันความขัดแย้งได้ขยายวงกว้างจนนำไปสู่การเกิด ‘สงคราม’ ในที่สุด

กระนั้น ประเด็นเรื่องความขัดแย้งทางเชื้อชาติและศาสนา กลายมาเป็นปัญหาที่ทั่วโลกพูดถึงอย่างมาก แต่ยังมีชนวนสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงคือทรัพยากร ‘น้ำ’ ที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำความขัดแย้งระหว่าง 2 ชาติ ไม่มีท่าทีที่จะถึงจุดจบไปสู่ความสันติได้เลย

หญิงชาวมุสลิม เดินอยู่ในดินแดนแคชเมียร์

แคชเมียร์ กุญแจสำคัญในความขัดแย้งครั้งนี้

แน่นอนว่า  ‘แคชเมียร์’ เป็นดินแดนที่เป็นกุญแจสำคัญระหว่างปากีสถานและอินเดีย ทั้งสองต่างแย่งชิงพื้นที่ดังกล่าว เพราะ  ‘แคชเมียร์’ เป็นพื้นที่สำคัญที่มี ลุ่มแม่น้ำสินธุ แม่น้ำสายหลักไหลผ่าน ทั้งสองชาติ ต่างต้องการพื้นที่ต้นน้ำจุดนี้ เพราะน้ำเปรียบเสมือนปัจจัยที่ต่อลมหายใจให้คนทั้งสองชาติ ที่ผ่านมา อินเดียผู้ครอบครอง ‘แคชเมียร์’ เป็นผู้ควบคุมสายน้ำที่ไหลไปหล่อเลี้ยงปากท้องของคนทั้ง 2 ประเทศ จึงทำให้อีกฝ่ายเกิดความไม่พอใจในเงื่อนไขนี้

ชาวมุสลิมก่อเหตุประท้วงปะทะเจ้าหน้าที่ตำรวจอินเดียในพื้นที่แคชเมียร์

เมื่อพูดถึงประเด็นเรื่องทรัพยากรน้ำ ทั้งอินเดียและปากีสถานได้มีการพูดคุย ตกลงกันมาเรื่อย ๆ นอกจากนี้ยังมีธนาคารโลก ที่ยื่นมือเข้ามาไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางเขตแดนในการตกลงต่อรองเรื่องการจัดสรรน้ำระหว่างอินเดีย และปากีสถาน ซึ่งผลของการเจรจาครั้งนั้น ทำให้เกิด ‘อนุสัญญาว่าด้วยการจัดการน้ำในลุ่มแม่น้ำสินธุ’ ซึ่งแบ่งแม่น้ำในลุ่มแม่น้ำดังกล่าวที่มี 6 สาย ไปยังปากีสถาน 3 สาย และอินเดีย 3 สาย ในจำนวนสายแม่น้ำเท่า ๆ กัน

เจรจาไม่เป็นผล ?

แม้ว่าการเจรจาต่อรองจะดูเหมือนผ่านไปอย่างราบรื่น เพราะการแบ่งจัดสรรแม่น้ำคนละ 3 สายเท่าเทียมกัน แต่แท้ที่จริงแล้ว ปากีสถานมีความเสียเปรียบจากอนุสัญญานี้ตรงที่ แม่น้ำสายที่ปากีสถานได้รับมานั้น เป็นสายที่ต้องไหลผ่านประเทศอินเดียอยู่ดี ด้วยเหตุนี้ ทำให้ปากีสถานรู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะแม่น้ำสายดังกล่าว เป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่ประชาชนชาวปากีสถานกว่าร้อยละ 90 ใช้หล่อเลี้ยงการเกษตรของประเทศ ที่มากไปกว่านั้นปากีสถานยังอยู่ในสภาวะตกที่นั่งลำบากจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้…

1.ผลกระทบจากปรากฏการณ์ global warming หรือ ภาวะโลกร้อน ทำให้แหล่งน้ำในประเทศปากีสถานแห้งเหือด ด้วยเหตุนี้ที่ทำให้น้ำในประเทศปากีสถานลดลง ส่งผลกระทบไปถึงการดำเนินการต่าง ๆ เป็นไปอย่างยากลำบาก และส่งผลลบต่อปากท้องของประชาชนในประเทศ ที่ผ่านมาปากีสถานเอง ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเข้าขั้นวิกฤติ

2.นับตั้งแต่ปี 1970 อินเดียเริ่มดำเนินการโครงการจัดการน้ำ เริ่มสร้างเขื่อน และค่อย ๆ เดินหน้าโครงการนี้มาเรื่อย ๆ ทำให้ปากีสถานวิตกถึงผลกระทบที่ตามมา เนื่องจากแม่น้ำในอินเดีย มีความเชื่อมโยงกับประเทศปากีสถาน การสร้างเขื่อนอาจจะทำให้น้ำไหลมายังปากีสถานได้น้อยลง

ความขัดแย้งครั้งนี้ ใครได้เปรียบเสียเปรียบ ?

อินเดีย : แม้อินเดีย จะเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจ เป็นประเทศใหญ่ แต่ดร.ปิยณัฐ สร้อยคำ ตั้งข้อสังเกตว่า อินเดียไม่ได้ถือไพ่เหนือปากีสถานแต่อย่างใด เพราะการเมืองภายในของอินเดีย ยึดหลักแนวทางการสร้างสันติภาพของมหาตมะ คานธี ขณะที่รัฐบาลภายใต้การปกครองของนายกรัฐมนตรีนเรนทระ โมที มีนโยบายต่าง ๆ ที่สวนทางกับหลักสันติดังกล่าว ซึ่งเน้นหลักชาตินิยมฮินดู ที่ส่งเสริมความยิ่งใหญ่ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ทั้งรัฐบาลยังต้องการสร้างความมั่นใจให้ประชาชน ทำให้ที่ผ่านมา รัฐบาลอินเดียเสริมแสงยานุภาพทางทหารทั้งขีปนาวุธ และหวังผลทางการเมืองในการสร้างฐานเสียงในการเลือกตั้งในครั้งต่อไปที่ใกล้เข้ามาถึงในไม่ช้านี้

ปากีสถาน : ยังคงปกครองด้วยระบบรัฐบาลเผด็จการทหาร รัฐบาลนั้นยังคงมีอำนาจมาก และมีการใช้จ่ายทางทหารสูงในการเสริมเขี้ยวเล็บทางความมั่นคง ดังนั้นปากีสถานที่มีขีปนาวุธที่จำนวนไม่น้อยกว่าทางฝั่งอินเดีย หรืออาจจะมีจำนวนมากกว่าด้วยซ้ำ การที่มีอาวุธ ยุทโธปกรณ์มากมายนั้น ทำให้ปากีสถานมีแต้มต่อ รวมถึงจากกรณีที่ปากีสถานปิดน่านฟ้าในความขัดแย้งครั้งล่าสุด ซึ่งมีผลทางการบินต่อชาติอื่น ๆ ถือเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ ไปยังประชาคมโลกทราบว่า ปากีสถานกำลังเผชิญกับอะไร และเตือนอินเดียไม่ให้ทำอะไรที่รุนแรงไปมากกว่านี้ เป็นการชี้ชัดว่า ปากีสถานไม่ได้เกรงกลัวอินเดียแต่อย่างใด

ประเทศที่ 3 หนุนหลัง ใครเข้าข้างใคร ?

แม้จะดูว่า จีนและสหรัฐฯ จะมีความร่วมมือกับทั้ง จีนและอินเดีย แต่ชาติมหาอำนาจเหล่านี้ ก็ไม่ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนเสียทีเดียวว่าเข้าข้าง หรือหนุนหลังใครชาติใดชาติหนึ่ง เนื่องจากชาติมหาอำนาจเอง ต่างต้องการผลประโยชน์จากทั้งสองชาติไม่ต่างกัน

ยกตัวอย่างความร่วมมือจากกรณีที่จีน ต้องการร่วมมือจากปากีสถาน ในการสร้าง one road one belt หรือ โครงการเส้นทางสายไหมศตวรรษ 21 ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าโลก ซึ่งจีนต้องการเส้นนี้เพื่อขยายความเป็นมหาอำนาจทางด้านเศรษฐกิจ รวมถึงจีนเอง ต้องการความร่วมมือกับปากีสถานสร้างท่าเรือ ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิรัฐศาสตร์ทางบก และทางทะเล ในการสร้างอำนาจทางการคมนาคมทั้งทางบก และทางเรือของจีน

ขณะที่สหรัฐฯ มีความสัมพันธ์กับความร่วมมือกับอินเดีย ในโครงการเชื่อมโยงภูมิภาคอินโด-แปซิฟิค ซึ่งสหรัฐฯ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือกับอินเดีย ในขณะเดียวกัน ปากีสถานก็ยังมีผลประโยชน์ต่อสหรัฐฯไม่น้อย ดังนั้น สหรัฐฯ จึงยังไม่สามารถเปิดไพ่ว่าสนับสนุนใครได้ ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า ทั้งปากีสถานและอินเดีย ไม่มีชาติมหาอำนาจสนับสนุน หรือหนุนหลังอยู่อย่างชัดเจน แน่นอน

จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้

แม้จะมีความกังวลว่าทั้งสองประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์เหมือนกันทั้ง 2 ชาติ แต่ในความเป็นจริง อาวุธนิวเคลียร์นั้นไม่ใช่เครื่องมือที่ชาติใด จะนำมาใช้ตอบโต้ สู้รบกันจริง ๆ แต่มีไว้เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บให้มีอำนาจต่อรองกับศัตรูเท่านั้น

นอกจากนี้ เศรษฐกิจปากีสถานในขณะนี้ก็กำลังย่ำแย่ การทำสงครามเต็มรูปแบบนั้นอาจจะไม่เป็นผลดีต่อใครทั้งสิ้น สงครามดั้งเดิมน่าจะไม่ถูกนำมาใช้ แต่ทั้งอินเดียและปากีสถานจะเดินหน้าหาพันธมิตรมากขึ้น แต่ความขัดแย้งจะยังไม่สิ้นสุดลง และยังคงเกิดขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ ส่วนปัญหาปากท้องของประชาชน เป็นสิ่งที่รัฐบาลทั้ง 2 ชาติ จะให้ความสำคัญมากขึ้นกว่าปัญหาเก่า ๆ อย่างปัญหาทางเชื้อชาติและศาสนาที่ยื้อเยื้อมานาน.

จากบทสัมภาษณ์ ดร.ปิยณัฐ สร้อยคำ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

เรียบเรียงโดย แก้วตา ปานมงคล

 

 

WRITER

RELATED

ดับแล้ว 14 ‘ธารน้ำแข็งถล่ม’ ในอินเดีย สูญหายอีกกว่า 200

ดับแล้ว 14 ‘ธารน้ำแข็งถล่ม’ ในอินเดีย สูญหายอีกกว่า 200

เหตุเกิดในรัฐอุตตราขัณฑ์ทางตอนเหนือของอินเดีย ทำให้เขื่อน 2 แห่งเสียหาย

วัคซีนโควิด-19, Covishield ของอินเดีย

วัคซีนโควิด-19, Covishield ของอินเดีย

เกี่ยวกับ Covishield ของอินเดีย ที่เมียนมา กำลังจะฉีดให้กับปชช.ในประเทศ

อินเดียแจง จนท. รพ.เสียชีวิต ไม่เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีนโควิด-19

อินเดียแจง จนท. รพ.เสียชีวิต ไม่เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีนโควิด-19

วันจันทร์ (18 ม.ค.) เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานสาธารณสุขของอินเดีย รายงานการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลรายหนึ่งในรัฐอุตตรประเทศทางตอนเหนือของประเทศ หลังจากเขาได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ไปแล้ว 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ดี หน่วยงานฯ ชี้ว่าสาเหตุการเสียชีวิตดูเหมือนว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน รายงานระบุว่า มหิปาล…

อินเดียประท้วงเดือด / ตร. กั้นแบริเออร์ – ฉีดน้ำ – ใช้แก๊สน้ำตา

อินเดียประท้วงเดือด / ตร. กั้นแบริเออร์ – ฉีดน้ำ – ใช้แก๊สน้ำตา

เกษตรกรอินเดีย รวมตัวประท้วงกฎหมายการเกษตรฉบับใหม่ ก่อนเคลื่อนขบวนกดดัน รัฐบาล

[ล่าสุด 4 ต.ค.] – สมรภูมิอาร์เมเนีย – อาเซอร์ไบจาน เดือดต่อเนื่อง

[ล่าสุด 4 ต.ค.] – สมรภูมิอาร์เมเนีย – อาเซอร์ไบจาน เดือดต่อเนื่อง

อาร์เมเนีย ปะทะเดือด อาเซอร์ไบจาน เหนือดินแดน นากอร์โน - คาราบัคห์

ปากีสถาน น้ำท่วมหนัก เสียชีวิตแล้ว 64 ราย

ปากีสถาน น้ำท่วมหนัก เสียชีวิตแล้ว 64 ราย

มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 64 รายและบาดเจ็บอีกหลายสิบรายจากเหตุน้ำท่วมฉับพลันที่เกิดจากมรสุมและอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับฝนในช่วงระยะเวลา 3 วันที่ผ่านมา ในภูมิภาคต่างๆ ของปากีสถาน

อินเดีย สุดแหวก เปิดคอร์สสอน การศึกษาผี ให้แพทย์

อินเดีย สุดแหวก เปิดคอร์สสอน การศึกษาผี ให้แพทย์

เว็บไซต์บีบีซี รายงานว่า มหาวิทยาลัยบานาราซ ฮินดู ในเมืองพาราณสี เปิดคอร์สสอนวิชา “การศึกษาผี” เป็นระยะเวลา 6 เดือน ให้กับนักศึกษาแพทย์ โดยจะเริ่มในเดือนมกราคมนี้เป็นต้นไป โดย “การศึกษาผี” เป็นวิชาของคณะอายุรเวท…

ตึงเครียด!! ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ประกาศเอาคืนสหรัฐ-อิสราเอล

ตึงเครียด!! ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ประกาศเอาคืนสหรัฐ-อิสราเอล

อยาโตลาห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ประกาศตอบโต้สหรัฐและอิสราเอล หลังนายพล Qassem Soleimani ผู้นำกองทัพคนสำคัญ ถูกลอบสังหารเมื่อช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ขณะเดินทางจากสนามบินนานาชาติอิรัก ในกรุงแบกแดด พร้อมกันนี้ นายคาเมนี ยังยกย่องนายพล…

‘อิหร่าน’ ประกาศ!! ตั้งค่าหัว ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ 2,400 ล้านบาท

‘อิหร่าน’ ประกาศ!! ตั้งค่าหัว ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ 2,400 ล้านบาท

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่าวานนี้ (5 ม.ค.63) ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศอิหร่าน โดยในช่วงการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ในพิธีไว้อาลัย นายพลคาเซม โซเลมานี หลังถูกลอบสังหาร โดยมีชาวอิหร่านจำนวนมากร่วมไว้อาลัย โดยโฆษกของรัฐบาลของอิหร่าน ได้กล่าวระหว่างการถ่ายทอดสด ระบุว่า อิหร่านมีประชากรประมาณ 80…