“ซักเคอร์เบิร์ก” เผยแผนปรับเฟซบุ๊กให้เป็นส่วนตัวขึ้น

“มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” เตรียมปรับให้เฟซบุ๊กเป็น “แพลตฟอร์มที่เน้นความเป็นส่วนตัว” พร้อมระบุว่า ในอนาคตผู้คนต้องการแชตแบบส่วนตัวมากกว่า

นายมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง “เฟซบุ๊ก” เปิดเผยผ่านบล็อกส่วนตัว เมื่อวันพุธ ว่า เขาต้องการพัฒนาให้เฟซบุ๊กเป็น “แพลตฟอร์มที่เน้นความเป็นส่วนตัว” โดยอาจพัฒนาให้เป็นไปในทิศทางของแพลตฟอร์มรับส่งข้อความที่ต้องเข้ารหัส เพราะมองเห็นว่า ในอนาคตผู้คนต้องการแชตแบบเป็นส่วนตัวมากกว่า

แม้ว่าการปรับเปลี่ยนอาจทำให้บริการของเฟซบุ๊กถูกบล็อกในบางประเทศ แต่การส่งข้อความที่มีการเข้ารหัสจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญของธุรกิจใหม่ เช่น การชำระเงินออนไลน์และการซื้อขายสินค้า

แม้ว่าเฟซบุ๊กจะเป็นเจ้าของแอปพลิเคชั่นแมสเซนเจอร์ และวอทส์แอพ แต่แอปพลิเคชั่นที่ต้องเข้ารหัสเหล่านี้ก็มีข้อจำกัดในการขายโฆษณาแบบเลือกกลุ่มเป้าหมาย ไม่เหมือนกับสื่อสังคมออนไลน์แต่นายซักเคอร์เบิร์กไม่ได้ระบุเวลาในการปรับเปลี่ยนเฟซบุ๊กตามวิสัยทัศน์ของเขา แต่ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และบริษัทจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตลอดปีนี้ โดยเขาระบุด้วยว่า ผู้คนคงแปลกใจที่เฟซบุ๊กไม่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับชื่อเสียงในการสร้างบริการเพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัว

facebook

ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กต้องเผชิญกับประเด็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้และการเผยแพร่เนื้อหาที่รุนแรง รวมถึง “ข่าวลือ” เมื่อปีที่แล้ว เฟซบุ๊กยอมรับว่า ข้อมูลของผู้ใช้ราว 50 ล้านคน ถูกบริษัทให้คำปรึกษาทางการเมือง “เคมบริดจ์ อะนาไลติกา” นำไปใช้ระหว่างหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปี 2559 จนทำให้มูลค่าหุ้นเฟซบุ๊กลดลงเกือบ 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 2 ล้าน 550,000 ล้านบาท ในช่วงไม่กี่วันของเดือนมีนาคมปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม บริษัทวิจัยทางการตลาด เอดิสัน รีเสิร์ช ระบุว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กในสหรัฐฯ ที่ถือเป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 ของเฟซบุ๊ก ได้ลดลงราว 15 ล้านคน นับตั้งแต่ปี 2560

WRITER