ตา โทรศัพท์

จริงหรือไม่? เล่นโทรศัพท์มือถือมากๆ เสี่ยงเป็น โรควุ้นตาเสื่อม

ปัจจุบันทุกคนต่างมีมือถือพกติดตัวไว้ตลอดเวลาแม้แต่ก่อนนอน ซึ่งมือถือจะปล่อยรังสีหรือ แสงสีฟ้า (Blue-Light) การเพ่งมองมือถือนานๆจะส่งผลให้เกิดอาการปวดตา เพราะกล้ามเนื้อตาถูกใช้งานมากจนเกินไป การเล่นมือถือนานๆไม่ส่งผลให้เป็นโรควุ้นตาเสื่อม แต่จะทำให้ปวดหัว อาการตาล้า ปวดตา แสบตา ตาแห้ง ตาพร่า เห็นภาพไม่ชัดหรือภาพซ้อน ทำให้ระบบสายตาต้องทำงานหนักมากขึ้น

โรควุ้นตาเสื่อม เป็นโรคที่เกิดกับผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เมื่ออายุมากขึ้นวุ้นตาจะเริ่มเสื่อมตัวลงตามธรรมชาติ โดยเส้นใยโปรตีนที่อยู่ภายในวุ้นตาจะตกตะกอนขุ่นหรือเป็นเส้นใยเมื่อเงาตกกระทบลงบนจอประสาทตาก็จะทำให้เราเห็นเป็นเส้นสีดำ จุดๆ รอยขีด หยากไย่ลอยไปมา นี่คืออาการของ วุ้นตาที่เสื่อมตัว และสามารถสังเกตอาการได้ชัดเจนเมื่ออยู่ในพื้นที่สว่าง เช่น ท้องฟ้าขาวๆ ผนังห้องสีขาว แต่สำหรับบางคนที่เป็นโรคนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นเพราะมีสายตาที่สั้นมากๆ เช่น 500, 700

โรควุ้นตาเสื่อมเป็นความเสื่อมตามธรรมชาติของสายตา วุ้นตาเสื่อมไม่มีอันตรายใดๆ และไม่ต้องรักษาเมื่อเวลาผ่านไปสักระยะสมองจะเริ่มชินและภาพเหล่านี้ก็จะหายไปเอง ในช่วงที่มีอาการไม่ควรออกกำลังกายหรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมทุกอย่างที่จะสะเทือนดวงตาเพราะอาจทำให้จอตาฉีกขาดได้

ที่สำคัญควรเล่นมือถือแล้วพักสายตาทุก 2 ชั่วโมง เพื่อผ่อนคลายดวงตา ด้วยการทำกิจกรรมอื่นๆ หรือมองไปที่ไกลๆ มองต้นไม้ ดอกไม้ และควรบำรุงสายตาด้วยการกินผักผลไม้ที่มีวิตามินเอ และ เบต้าแคโรทีนสูง เช่น ผักบุ้ง ฟักทอง แครอท ตำลึง มะเขือเทศราชินี มะละกอ กล้วยไข่ มะม่วงน้ำดอกไม้สุก เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงของเซลล์ลูกตาเสื่อม และ ลดความเสี่ยงในการเป็นต้อกระจกได้อีกด้วย

WRITER

RELATED

ช้อป Vivo 12.12 ลดจัดหนักส่งท้ายปลายปี

ช้อป Vivo 12.12 ลดจัดหนักส่งท้ายปลายปี

สาวก Vivo ที่กำลังมองหาโทรศัพท์ดี ๆ รับสิ้นปีสักเครื่อง อย่าพลาดกับแคมเปญ 12.12 นี้ ช้อปคุ้มแน่นอน ทั้ง voucher และ gift card แถมถ้าช้อปเร็ว…

รางวัลของความมานะ ชื่นชมหนุ่มแต่งตัวมอซอ หอบเงินออมซื้อโทรศัพท์

รางวัลของความมานะ ชื่นชมหนุ่มแต่งตัวมอซอ หอบเงินออมซื้อโทรศัพท์

วันที่ 24 พ.ค. 2562 โลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อเรื่องราวสุดประทับใจ  ของชายคนหนึ่งที่มุมานะเก็บหอมรอมริบเงินจำนวนหนึ่ง จากนั้นเอาไปซื้อโทรศัพท์เพื่อเป็นรางวัลให้ตัวเอง แม้เขาจะไม่ใช่คนที่ใช้ชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไป เป็นเพียงคนข้างถนนที่คล้ายแบกถุงออกเดินหาของเก่าไปขาย โดยเรื่องราวดีๆ นี้ถูกเผยแพร่ผ่านผู้ใช้เฟซบุ๊ก Pimpim Cooper ที่โพสตืไว้เมื่อวันที่ 22 พ.ค.…