น้ำมันตับปลา วิตามินดี

วิจัยเผย!! น้ำมันตับปลา ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิด โรคหัวใจ

จากการศึกษาวิจัยล่าสุดพบว่าอาหารเสริมอย่าง น้ำมันตับปลา อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ เช่น หัวใจวาย ส่วนอาหารเสริมอย่าง วิตามินดี ไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจวาย แต่สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งได้

โรคมะเร็งและโรคหัวใจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ซึ่งเป็นข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติ (CDC) ในปี 2560 จากการศึกษาที่ชื่อว่า Vitamin D and Omega-3 Trial (VITAL) พบว่าทั้งวิตามินดีและน้ำมันตับปลาอาจมีบทบาทสำคัญในการลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งและโรคหัวใจ ผลการวิจัยได้ถูกนำเสนอในการประชุมประจำปี Menopause Society (NAMS) North America ในเมืองชิคาโก

น้ำมันตับปลา

น้ำมันตับปลา มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ

VITAL ได้ทำการศึกษาวิจัยทั้งผู้ชายและผู้หญิงชาวอเมริกันประมาณ 26,000 คน โดยการสอบถามเกี่ยวกับการทานเสริมอาหาร วิตามิน D-3 (2,000 IU) หรือ กรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งและโรคหลอดเลือดหัวใจ ในผู้ที่ไม่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเหล่านี้

“เชื่อกันว่าน้ำมันตับปลามีประโยชน์ในการป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งการทานอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนจะมีไขมันชนิดดีจากปลาสูง เช่น แซลมอน ปลาแมคเคอเรล และถั่วซึ่งมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว โดยเฉพาะกรดไขมันโอเมก้า 3″ ดร. Sreenivas Gudimetla ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจกล่าว

Vitamin D

วิตามินดี ช่วยลดการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง

ในขณะที่อาหารเสริมอย่างวิตามินดีไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ แต่วิตามินดีกลับมีส่วนช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง “ไม่มีวิตามินใดที่สามารถป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการลดปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น คอเลสเตอรอล การสูบบุหรี่ ความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน” ดร. Brandie Williams ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจกล่าว แต่สำหรับผู้ที่ทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมของวิตามินดี จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งมากถึง 25% นักวิจัยยังยืนยันว่าวิตามินดีสามารถลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งได้

https://www.healthline.com/

WRITER

RELATED

อยู่ในร่ม หลบแต่แดด ระวัง! ขาดแคลเซียม และวิตามินดี

อยู่ในร่ม หลบแต่แดด ระวัง! ขาดแคลเซียม และวิตามินดี

5 วิธีเสริมกระดูกและภูมิคุ้มกันแข็งแรง ใครอยู่แต่ในร่มไม่ออกแดด ต้องระวัง! อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทำให้ขาดแคลเซียม และวิตามินดี

อิสราเอลพบ ‘วิตามินดี’ ในเลือดต่ำ เพิ่มความเสี่ยงป่วยโควิด-19

อิสราเอลพบ ‘วิตามินดี’ ในเลือดต่ำ เพิ่มความเสี่ยงป่วยโควิด-19

คณะนักวิจัยชาวอิสราเอลพบว่าปริมาณวิตามินดีในเลือดที่อยู่ในระดับต่ำ มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19

วิตามินดี ที่หลายคนมองข้าม ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้!!

วิตามินดี ที่หลายคนมองข้าม ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้!!

เมื่ออายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไปก็จะมีความเสี่ยงที่จะขาดวิตามินดีมากขึ้น วิตามินดี มีความสำคัญต่อกระดูกและยังช่วยดูดซึมแคลเซียมจากทางเดินอาหาร จึงช่วยให้กระดูกแข็งแรงและป้องกันโรคกระดูกพรุน ทั้งยังช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด หากขาดวิตามินดีก็ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนหรือโรคกระดูกอ่อน โดยเฉพาะผู้หญิงเมื่ออายุมากขึ้น หากหกล้มก็อาจจะทำให้กระดูกแตกร้าวได้ง่าย โดยปกติคนเราควรได้รับปริมาณวิตามินดี วันละ 600 IU (15…

อย่ามองข้าม!! วิตามินดี ช่วยป้องกันกระดูกหัก และ โรคกระดูกพรุน

อย่ามองข้าม!! วิตามินดี ช่วยป้องกันกระดูกหัก และ โรคกระดูกพรุน

วิตามินดี เป็นสารอาหารที่เราได้รับจากแสงแดดอ่อนๆ ในช่วงเช้าหรือเย็น แต่ถ้าได้รับแสงแดดในปริมาณที่ไม่เพียงพอก็จะส่งผลให้ร่างกายเริ่มขาดวิตามินดี ซึ่งแต่ละคนมีความต้องการปริมาณวิตามินดีไม่เท่ากัน การขาดวิตามินดีอาจจะทำให้เกิดโรคกระดูกอ่อนในเด็ก นอกจากนี้การขาดวิตามินดีในผู้ใหญ่ก็จะเพิ่มความเสี่ยงการเกิดกระดูกหักและโรคกระดูกพรุน ดังนั้นเพื่อป้องกันโรคเกี่ยวกับกระดูกจึงจำเป็นต้องได้รับวิตามินดีควบคู่กับแคลเซียมไปด้วย ดังนั้นหากใครที่รับประทานอาหารเสริมแคลเซียมควรรับประทานวิตามินดีควบคู่ไปด้วย เพราะวิตามินดีจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น จึงช่วยให้กระดูกแข็งแรงและป้องกันโรคกระดูกพรุน แต่ทั้งนี้ก็ควรระวังการบริโภควิตามินดีในปริมาณที่มากเกินไปก็เป็นอันตรายต่อร่างกายได้เช่นกันเพราะจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดกระดูกแตกหักได้ การทานอาหารเสริมเหล่านี้มีประโยชน์มากสำหรับผู้สูงอายุ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคมะเร็ง…