Work-Life Balance ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและการทำงานให้ลงตัว “หมอยุ้ย” พญ.ณัฏฐ์ธยาน์ สินประเสริฐกูล จักษุแพทย์เฉพาะทางประจำจาเรมคลินิก

คัดลอก URL แล้ว

ใครที่อยากทำตาสองชั้น หรือ รักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ณ นาทีนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก “หมอยุ้ย” หรือ พญ.ณัฏฐ์ธยาน์ สินประเสริฐกูล จักษุแพทย์เฉพาะทางและผู้บริหารจาเรมคลินิก ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ดีกรีวุฒิบัตรเฉพาะทางตกแต่งและเสริมสร้าง (Occuloplastic Surgeon) จากมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งคุณหมอยุ้ยได้รักษาโรคกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงให้กับคนไข้มาแล้วมากมาย และปัจจุบันในสังคมที่เร่งรีบ ทุนนิยม เศรษฐกิจแบบนี้ ใครๆก็ต้องการหาเงินรายได้ก่อนเป็นอันดับแรก แต่คุณหมอยุ้ย จาเรมคลินิก จะเน้นการผ่าตัดที่ได้คุณภาพ รับเคสจำนวนจำกัด และต้องมีเวลาสำหรับลูกๆและครอบครัวด้วย วันนี้ทีมงานของเราได้นัดคิวมาพูดคุยกับคุณหมอยุ้ยถึงเรื่องงานที่ค่อนข้างหนัก คุณหมอทำอย่างไรถึงใช้ชีวิต “Work-Life Balance” ได้อย่างสมดุลและลงตัว

Q : ตารางการทำงานของคุณหมอยุ้ยแบ่งเวลาอย่างไรคะ?

A : ต้องขอเล่าก่อนนะคะว่าเมื่อก่อนจะเป็นคนที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำมากๆค่ะ แต่ตอนนี้เริ่มปรับเปลี่ยนมาใช้ชีวิตแบบ Work-Life Balance สักพักแล้วค่ะ พยายามจัดตารางเวลาให้ที่บ้านกับที่ทำงานแบบพอๆกันค่ะ หันมาแบ่งเวลาให้ครอบครัวมากขึ้น 

Q : จุดเปลี่ยนที่คุณหมอยุ้ยหันมาใช้ชีวิตแบบ Work-Life Balance คืออะไรคะ?

A : จุดเปลี่ยนที่สำคัญมี 2 อย่างค่ะ 

1 คือ สุขภาพของตัวเอง

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายก็เสื่อมถอยลงนะคะ เราจะไม่สามารถทำงานหามรุ่งหามค่ำได้แบบแต่ก่อนแล้ว รู้สึกได้เลยว่าร่างกายอ่อนเพลียง่าย ต้องการการพักผ่อน ก็เลยไม่ฝืนค่ะ เรารักษาคนไข้แล้วก็ต้องรักษาตัวเองด้วยค่ะ

2 คือ ลูกและครอบครัวค่ะ

ตอนนี้ลูกๆอยู่ในวัยเรียนทั้ง 2 คนเลย เป็นวัยที่พวกเขากำลังเรียนรู้สิ่งต่างๆ ทั้งในห้องเรียนและสังคมรอบข้าง เราจึงต้องเอาใจใส่ลูกๆเป็นพิเศษ ต้องมีเวลาอยู่ด้วยกันในแต่ละวัน อย่างน้อยต้องสอนการบ้านลูก ต้องมีเวลาคุยกัน หากิจกรรมทำร่วมกันในครอบครัวด้วย ถ้าทำงานอย่างเดียวเราอาจจะพลาดช่วงเวลาที่ดีของลูกไป และมันย้อนกลับมาไม่ได้ หมอเองไม่อยากเสียใจอย่างนั้นค่ะ

Q : การทำงานให้มีความสมดุลกับเวลาส่วนตัว คุณหมอยุ้ยเริ่มจากอะไรคะ?

A : การทำงานให้มีความสมดุลเราต้องเริ่มจากการทำงานแบบมีขีดจำกัดค่ะ จะไม่รับงานหนักเหมือนเมื่อก่อนที่เคยรับเคสผ่าตัดแบบเต็มแม็กซ์ ไม่มีลิมิต ผ่าตัดกันจนเริ่มเช้าวันใหม่ก็มี แต่ตอนนี้หมอจะรับเคสผ่าตัดจำนวนจำกัดค่ะ เน้นผ่าตัดให้ดีและสวยที่สุดในเคสหนึ่งๆ เพื่อให้เกิดความสมดุลในเรื่องงานและชีวิตส่วนตัว 

Q : ในการผ่าตัดแต่ละเคสของคุณหมอ ดูอะไรเป็นพิเศษบ้างคะ?

A : วิธีการผ่าตัดแต่ละวิธี ขึ้นอยู่กับอาการของคนไข้แต่ละคนด้วยค่ะ ก็จะดูอาการคนไข้แบบ เคส By เคส ถ้าอาการซับซ้อนก็ใช้เวลาผ่าตัดมากหน่อย เพราะการผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจะมีความยากกว่าการทำตาสองชั้นค่ะ ยิ่งในบางเคสที่เป็นเคสแก้ไขจะใช้เวลานานขึ้นไปอีก เนื่องจากการผ่าตัดของหมอจะต้องทำการรักษาไปพร้อมๆกับการออกแบบให้สวยด้วย เหมือนเป็นศาสตร์และศิลป์ จะรีบเร่งไม่ได้เลยค่ะ 

Q : เคสแก้ไขตา หมายถึง ?

A : เคสแก้ไขตา คือ เคสที่คนไข้เคยผ่านการทำตาสองชั้นมาก่อน แล้วเกิดปัญหาในภายหลัง เช่น ชั้นตาไม่เท่ากัน ชั้นตาปรือ ชั้นตาใหญ่ หรือไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่ตั้งใจไว้ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแฝงทั้งนั้น และได้รับการรักษาที่ไม่ถูกต้อง เลยต้องมาแก้ไขกันอีกครั้งค่ะ 

“ตัวอย่างเคสที่จาเรมคลินิก บางรายคนไข้มีปัญหาจากกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแต่กำเนิด บางรายมีปัญหาหลังจากไปทำตาสองชั้นธรรมดามา หมอยุ้ยได้ทำการรักษาแก้ไขให้กลับมาเหมือนเดิม”

Q : ที่จาเรมคลินิกคนไข้ส่วนใหญ่จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคุณหมอยุ้ยมีความละเอียดมาก คุณหมอรู้สึกอย่างไรคะ?

A : ก็รู้สึกดีใจค่ะที่ผลตอบรับดีมากๆ ส่วนหนึ่งคือเกิดจากความพยายามและทุ่มเทอย่างเต็มที่ของเรา หมอจะคิดเสมอว่าต้องทำให้ดีที่สุดในทุกๆเคส เมื่อผลลัพธ์ออกมาดี คนไข้เกิดความประทับใจ หมอก็ปลื้มใจไปด้วยค่ะ เพราะหมอเองผ่าตัดละเอียด คนไข้ก็ร่วมมือกับหมอดีทุกคน ผลที่ได้ก็เลยออกมาดีค่ะ

Q : ในช่วงโควิด จาเรมคลินิกมีวิธีการปรับตัวในการให้บริการอย่างไรบ้างคะ?

A : ช่วงที่โควิดระบาดหนักที่จาเรมคลินิกก็ปรับเปลี่ยนมาให้คำปรึกษาแบบออนไลน์ค่ะ ให้คนไข้ส่งรูปถ่ายเข้ามาเพื่อประเมินอาการในเบื้องต้นก่อน เมื่อคลินิกเปิดให้บริการได้แล้วจึงนัดคนไข้ให้เข้ามาตรวจดูอาการอย่างละเอียดอีกครั้ง นอกจากนี้เรายังมีการเพิ่มมาตรการความปลอดภัย เช่น การเว้นระยะห่าง , ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรคในคลินิก , อุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างถูกต้องตามหลักกระทรวงสาธารณสุข , พนักงานทุกคนได้รับวัคซีนครบถ้วน , คนไข้ต้องตรวจหาเชื้อโควิดก่อนเข้ารับบริการ ฯลฯ

Q : ในวิกฤติเศรษฐกิจยุคโควิด คุณหมอยุ้ยมีเทคนิคอย่างไรให้องค์กรยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคงคะ?

A : ส่วนตัวที่จาเรมคลินิกของเราอยู่ได้ด้วยการที่คนไข้บอกต่อกันแบบปากต่อปาก เพราะเราไม่ได้เน้นการผ่าตัดจำนวมากหรือต้องมีการตลาดดี เราอยากให้คนไข้ได้รับสิ่งที่ดี สิ่งที่เปลี่ยนชีวิตให้มีความสุขค่ะ


Q : หลังจากที่ใช้ชีวิตแบบ Work-Life Balance คุณหมอยุ้ยรู้สึกว่าชีวิตแตกต่างจากเมื่อก่อนมากไหม? 

A : แตกต่างมากค่ะ พอเราเบรคเรื่องงาน เราก็ได้พักมากขึ้น สมองจะปลอดโปร่ง มีเวลาคิดทบทวนเรื่องต่างๆมากขึ้น ความจำดีขึ้น อารมณ์เย็นลง วางแผนงานต่างๆและจัดลำดับงานต่างๆได้ดีขึ้น เวลาทำงานก็รู้สึกเลยว่ามีสมาธิมากขึ้นจริงๆค่ะ และเรายังได้ดูแลลูกๆและครอบครัวเต็มที่ รวมถึงมีเวลาในการดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือ พนักงานในองค์กรที่เราดูแลพวกเขาอีกหลายชีวิต พวกเขาก็ได้มีเวลา Work-Life Balance ไปด้วยค่ะ ทุกคนแฮปปี้ ถือว่าเป็นการจัดการชีวิตที่มีประสิทธิภาพมากๆเลยค่ะ

Q : ในอนาคตจะมีการต่อยอดหรือขยายกิจการบ้างไหมคะ?

A : ตอนนี้ก็มีแพลนที่จะขยับขยายอยู่ค่ะ อาจจะต้องใช้เวลาพอสมควรเลย เพราะคิดว่าจะขยายทั้งสถานที่และด้านการให้บริการต่างๆได้ครอบคลุมมากขึ้นค่ะ อย่างไรก็ฝากติดตามทุกช่องทางของจาเรมคลินิกด้วยนะคะ 

สุดท้ายนี้ อย่าลืม! สร้างความสมดุลในงานแล้ว ต้องสร้างสมดุลในชีวิตส่วนตัวกันด้วยนะคะ หากสนใจปรึกษาปัญหากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง สามารถนัดปรึกษาโดยตรงกับคุณหมอยุ้ยได้เลย ตามช่องทางข้างล่างนี้ หรือจะ Inbox เข้ามาสอบถามข้อมูลกันก่อนได้ค่ะ

จาเรมคลินิก

เปิดบริการวันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 9.30 – 18.00 น.

ที่ตั้ง : 21/98 RCA อาคาร D ซ.ศูนย์วิจัย ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. 10310

Tel. 091-7820606

Website : https://www.jaremclinic.com/

Facebook : https://www.facebook.com/JaremClinic

Line@ : https://line.me/R/ti/p/@jaremclinic

ดูรีวิวเพิ่มเติม คลิกเลย!


แท็ก: HEALTH
WRITER

Amita S

Content Creator / Beauty Tip&trick