ต้อกระจก ต้อลม ต้อหิน ต้อเนื้อ วิธีดูแลสุขภาพ สุขภาพดวงตา โรคตา

รู้เท่าทัน! 4 โรคต้อทำร้ายดวงตา อาการของ ต้อลม ต้อเนื้อ ต้อกระจก และต้อหิน ต่างกันอย่างไร

คัดลอก URL แล้ว

โรคต้อทางตามีหลากหลายชนิด 4 โรคต้อที่พบบ่อยๆที่เรารู้จักคุ้นเคย คือ ต้อลม ต้อเนื้อ ต้อกระจก และต้อหิน ซึ่งมีอาการแตกต่างกันในแต่ละชื่อโรค โรคต้อบางชนิดถ้าปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแลหรือรักษาอาจอันตรายถึงขั้นทำให้สูญเสียการมองเห็นได้ เราควรรู้เท่าทันโรคต้อทั้ง 4 เพื่อรับมือและสามารถรักษาดวงตาของเราให้ปลอดภัย

เช็คสุขภาพดวงตา อาการของ ต้อลม ต้อเนื้อ ต้อกระจก และต้อหิน

พญ.ธารินี เสงี่ยมพรพาณิชย์ จักษุแพทย์ผู้ชำนาญการด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตาโรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า โรคต้อหรือตาต้อที่เกิดขึ้นกับดวงตานั้นเกิดจากหลากหลายสาเหตุ อาการและความรุนแรงจะแตกต่างกันออกไปตั้งแต่ ระคายเคืองตา ไปถึงตามัว หรือทำให้ตาบอดได้ ต้อต่าง ๆ ในตาที่คุ้นชินกันดีมี 4 ชนิด คือ

Eye diseases vector illustration

1.ต้อลม (Pinguecula)

ลักษณะจะเป็นเนื้อนูนที่เยื่อบุตาด้านข้างกระจกตาหรือตาดำ จะอยู่เฉพาะที่เยื่อบุตาขาว (Conjunctiva) ส่วนใหญ่มักเกิดบริเวณหัวตาด้านในบริเวณใกล้จมูก แต่สามารถเกิดที่หางตาและหัวตาพร้อมกันได้ เมื่อเยื่อบุตานูนขึ้น จะส่งผลให้เกิดการระคายเคืองตามากขึ้น

สาเหตุมาจากรังสียูวี เช่น จากแสงแดด และเมื่อโดนลมหรือฝุ่นจะทำให้เคืองตามากขึ้นได้จากการอักเสบหรือผิวตาแห้งง่าย พบได้ในทุกเพศทุกวัยพบได้มากในประเทศเขตร้อน เพราะสัมพันธ์กับการเจอแดด โดยส่วนใหญ่อายุที่พบจะมากกว่า 30 ปีขึ้นไป

อาการที่เกิดขึ้นคือ เคืองตา แสบตา คันตา ตาแดงอักเสบ การรักษาต้อลมขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค หากต้อมีขนาดเล็ก จะไม่รู้สึกระคายเคืองนัก การรักษาในระยะนี้แพทย์จะแนะนำให้เน้นการป้องกัน เพื่อไม่ให้เป็นมากขึ้น โดยปกป้องดวงตาจากรังสีอัลตราไวโอเลตอย่างเคร่งครัด ด้วยการสวมแว่นกันแดดอย่างสม่ำเสมอเมื่อมีกิจกรรมนอกอาคาร เพื่อไม่ให้ต้อเติบโตลุกลาม ถ้ามีอาการระคายเคืองหากเกิดการอักเสบแดง แพทย์จะแนะนำให้ใช้ยาหยอดตาเพื่อบรรเทาอาการระคายเคือง ลดอาการอักเสบ

2.ต้อเนื้อ (Pterygium)

มีลักษณะเป็นเนื้อสามเหลี่ยม โดยมีหัวอยู่ที่กระจกตา เนื้อเยื่อเหมือนเยื่อบุตาซึ่งมีเส้นเลือดวิ่งเข้าไปเกาะอยู่บนกระจกตาดำ จะแดงมากน้อยขึ้นอยู่กับมีปริมาณเส้นเลือดบริเวณต้อเนื้อและการอักเสบ ต้อเนื้อส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณหัวตาด้านในใกล้จมูก แต่สามารถเกิดที่หางตาและหัวตาพร้อมกันได้เช่นเดียวกัน

สาเหตุต้อเนื้อจะเกิดจากการถูกแสงอัลตราไวโอเลต (UV) อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน และมักพบในคนที่อาศัยในเขตอากาศร้อน ใช้ชีวิตประจำวันกลางแจ้ง หรือโดนแสงแดดในบริมาณมาก

ถ้าต้อเนื้อมีการลุกลามเข้าไปบนกระจกตา และมีขนาดใหญ่ อักเสบเรื้อรัง รวมถึงมีการมองเห็นที่แย่ลงเพราะต้อไปกดกระจกตา แพทย์อาจแนะนำให้รักษาด้วยการผ่าตัดลอกต้อเนื้อ เพื่อเอาเนื้อเยื่อต้อเนื้อออกจากเยื่อตาและผิวกระจกตา ถึงจะผ่าตัดออกแล้วแต่ก็มีโอกาสสูงที่จะกลับมาเป็นอีก โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอายุน้อยและผู้ที่ยังคงได้รับรังสี UV อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเพื่อป้องกันการเกิดต้อเนื้อซ้ำแพทย์มักผ่าตัดด้วยวิธีปลูกถ่ายเนื้อเยื่อใหม่โดยใช้เยื่อบุตาขาวของผู้ป่วยเองหรือเยื่อหุ้มรกที่เตรียมพิเศษ ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานในปัจจุบันโดยอาจใช้วิธีเย็บเนื้อเยื่อหรือใช้ Fibrin Glue การป้องกันจะเหมือนต้อลม คือ ควรหลีกเลี่ยงแดดจ้า โดยเฉพาะช่วยสายถึงบ่ายต้น ๆ หากทำกิจกรรมกลางแจ้งควรสวมแว่นกันแดดทุกครั้ง และพยายามหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีลม ฝุ่น ควัน ที่ส่งผลทำให้กระตุ้นการอักเสบระคายเคืองมากขึ้นได้

3.ต้อกระจก (Cataract)

การเสื่อมของเลนส์ตาตามอายุทำให้เลนส์แก้วตาขุ่นลง มักพบในคนอายุ 50 ปีขึ้นไป แต่เกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน เช่น เป็นตั้งแต่กำเนิด หรือจากอุบัติเหตุกับดวงตา หรือการได้รับยากลุ่มสเตียรอยด์ เป็นต้น ทุกคนมีโอกาสเป็นต้อกระจกตามวัยเพราะความเสื่อมของร่างกาย อาจเป็นเร็วช้าต่างกัน

อาการที่พบ คือ มองเห็นเหมือนมีฝ้าหรือหมอกบัง เห็นสีเพี้ยน ภาพซ้อน ตามัวในช่วงกลางคืนมากกว่ากลางวัน เมื่ออยู่กลางแดดตาจะสู้แสงไม่ได้ ยังไม่มีการรักษาด้วยการกินยาหรือหยอดตา เมื่อสายตามัวลงจะมีผลต่อการใช้ชีวิตควรได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด

ปัจจุบันวิธีที่เป็นมาตรฐานที่นิยมคือ วิธีสลายต้อกระจกด้วยเครื่องสลายต้อและใส่เลนส์แก้วตาเทียม (Phacoemulsification with Intraocular Lens) โดยส่วนใหญ่ใช้เพียงแค่ยาชาเฉพาะที่ ผ่าตัดเร็ว แผลมีขนาดเล็ก กลับมามองเห็นได้เร็ว ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล เลนส์แก้วตาเทียมที่ใส่ทดแทนเมื่อนำต้อกระจกออกแล้ว ในปัจจุบันมีให้เลือกหลายชนิดตามความต้องการของคนไข้ มีทั้งเลนส์ที่ชัดระยะเดียว มองไกลได้ชัดเจนมากขึ้น หรือเลนส์ชัดหลายระยะ ใส่แว่นน้อยลง กลับมาใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น หรือถ้าคนไข้มีสายตาเอียงสามารถแก้สายตาเอียงไปพร้อมกันได้จากการเลือกเลนส์ให้เหมาะสม การป้องกัน แนะนำให้ใส่แว่นกันแดดทุกครั้งเมื่ออยู่กลางแจ้งเพื่อป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต ไม่ให้ดวงตาถูกกระแทก เลี่ยงการใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์โดยไม่จำเป็น และเมื่ออายุมากขึ้นควรตรวจตาปีละครั้งเพราะส่วนใหญ่การเกิดต้อกระจกสัมพันธ์กับความเสื่อมตามวัย

4.ต้อหิน (Glaucoma)

โรคที่มีความเสื่อมของเส้นประสาทและขั้วประสาทตาทำให้สูญเสียการมองเห็น ลานสายตาแคบลง มักพบความดันในลูกตาสูงซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้โรคแย่ลง ส่งผลทำลายเส้นประสาทตาและขั้วประสาทตา ทำให้เกิดการสูญเสียลานสายตาอย่างถาวรได้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคนี้ เพราะกลุ่มใหญ่ๆของต้อหินไม่มีอาการบอกล่วงหน้า

แต่ถ้าเป็นต้อหินมุมปิดเฉียบพลันอาจมีอาการปวดตา ตาแดง ต้อหินบางชนิดความดันลูกตาไม่สูง แต่ต้องคุมความดันตาให้อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ทำให้เกิดความเสื่อมมากขึ้น ถ้าหากไม่ทำการรักษาจะทำให้ลานสายตาค่อย ๆ แคบลงจนตาบอดได้ในที่สุด สามารถพบได้ในทุกช่วงอายุแต่ที่พบมากคืออายุ 40 ปีขึ้นไป

ต้อหินที่พบมีทั้งต้อหินเฉียบพลันที่มีอาการปวดตาในทันทีทันใดและเห็นแสงสีรุ้งรอบดวงไฟ และต้อหินเรื้อรังที่ไม่มีอาการใด ๆ ต้องตรวจตาและวัดความดันลูกตาถึงสามารถรู้ได้ การรักษาแม้ไม่ได้ช่วยให้หายขาด แต่ช่วยควบคุมไม่ให้อาการแย่ลง ส่วนใหญ่รักษาเพื่อควบคุมความดันลูกตาตาให้เหมาะสม โดยมีทั้งการใช้ยาหยอดตา ยารับประทาน การใช้เลเซอร์รักษาตามชนิดต้อหิน และการผ่าตัดที่ใช้เมื่อรักษาด้วยยาและเลเซอร์ไม่ได้ผล โดยขึ้นอยู่กับการพิจารณาของจักษุแพทย์เพื่อคุมความดันลูกตาให้อยู่ในเกณฑ์ดี ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจเช็กสายตาเป็นประจำทุกปี

การได้รับการตรวจเช็กดวงตากับจักษุแพทย์เป็นประจำทุกปีเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากจะช่วยประเมินสุขภาพดวงตาได้อย่างละเอียดแล้ว หากตรวจพบว่าดวงตามีปัญหาโรคต้อสามารถเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที ก่อนที่จะร้ายแรงถึงขั้นสูญเสียการมองเห็น ขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์จักษุ รพ.กรุงเทพ โทร.1719 หรือ แอดไลน์ @bangkokhospital


แท็ก: HEALTH , , , , , , ,
WRITER

RELATED

ร้องไห้ง่าย อ่อนไหวกับเรื่องเล็กๆ 8 สาเหตุที่อาจเป็นต้นตอของน้ำตา

ร้องไห้ง่าย อ่อนไหวกับเรื่องเล็กๆ 8 สาเหตุที่อาจเป็นต้นตอของน้ำตา

บางครั้งคุณอาจพบว่าตัวเองน้ำตาไหลโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน และนี่อาจจะเป็น 8 เหตุผลที่อาจเป็นต้นตอของน้ำตา

โนโรไวรัส เชื้อไวรัสที่ทำให้เด็กท้องเสียและอาเจียนรุนแรง

โนโรไวรัส เชื้อไวรัสที่ทำให้เด็กท้องเสียและอาเจียนรุนแรง

เข้าใจเกี่ยวกับ โนโรไวรัส คืออะไร สังเกตอาการเบื้องต้น ป้องกันเชื้อไวรัสชนิดนี้ รับมือ เมื่อเกิดความผิดปกติกับบุตรหลานอย่างไรได้บ้าง?

ระวัง! เลือดออกในทางเดินอาหาร ภาวะที่พบได้บ่อย อาจสัมพันธ์กับโรคประจำตัว

ระวัง! เลือดออกในทางเดินอาหาร ภาวะที่พบได้บ่อย อาจสัมพันธ์กับโรคประจำตัว

ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร แบ่งย่อยออกเป็น 3 ส่วน พบได้ทั้งในเพศชายและเพศหญิง ลักษณะพยาธิสภาพที่พบได้อาจแตกต่างกันตามกลุ่มวัย

อย่าหาทำ! 8 วิธีเอาตัวรอดในหนัง ถ้าทำตามในชีวิตจริงอาจจะไม่รอด

อย่าหาทำ! 8 วิธีเอาตัวรอดในหนัง ถ้าทำตามในชีวิตจริงอาจจะไม่รอด

ชวนสำรวจ วิธีเอาตัวรอดในหนัง ที่มักจะเจอกันบ่อยๆ แต่ถ้าหากจะทำตามในชีวิตจริงอาจจะเสี่ยงเกินไป

ไม่ไหวอย่าฝืน! 8 สัญญาณเตือนถึงเวลาต้องพัก ก่อนภาวะ Burn out จะเล่นงาน

ไม่ไหวอย่าฝืน! 8 สัญญาณเตือนถึงเวลาต้องพัก ก่อนภาวะ Burn out จะเล่นงาน

เคยถามตัวเองกันบ้างไหมว่า ทำไมเราต้องพยายามเข้มแข็งทั้งที่บางครั้งโครตจะอ่อนแอ ชวนสำรวจ 8 สัญญาณเตือนถึงเวลาต้องพัก แบบจริงจัง

3 อาการสังเกตก่อน หัวใจวาย รู้เร็วย่อมดูแลตัวเองได้ถูกวิธีและลดความเสี่ยง

3 อาการสังเกตก่อน หัวใจวาย รู้เร็วย่อมดูแลตัวเองได้ถูกวิธีและลดความเสี่ยง

3 อาการ อาจเป็นสัญญาณเตือนที่บอกว่าหัวใจกำลังจะวาย หรือล้มเหลว ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มเสี่ยง

10 วิตามิน ที่ร่างกายต้องการเป็นประจำ

10 วิตามิน ที่ร่างกายต้องการเป็นประจำ

เพราะบางครั้งการทานอาหารอย่างเดียวอาจได้รับวิตามินไม่เพียงพอ 10 วิตามิน ที่ร่างกายต้องการเป็นประจำ เพื่อสุขภาพที่ดี

ภาวะมิสซี MIS – C อาการในเด็กหลังหายจาก COVID – 19 ภาวะอักเสบของอวัยวะหลายระบบในร่างกาย

ภาวะมิสซี MIS – C อาการในเด็กหลังหายจาก COVID – 19 ภาวะอักเสบของอวัยวะหลายระบบในร่างกาย

MIS-C ภาวะที่มีอาการอักเสบของอวัยวะหลายระบบในร่างกาย พบว่ามีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อ COVID-19

7 อาหารช่วยคลายเครียด แบบเห็นผล การกินก็ช่วยให้คลายเครียดได้นะ

7 อาหารช่วยคลายเครียด แบบเห็นผล การกินก็ช่วยให้คลายเครียดได้นะ

สถานการณ์ในปัจจุบันอาจส่งผลให้หลายๆ คนเกิดความเครียด รู้สึกไม่มีความสุข 7 อาหารช่วยคลายเครียด มามีความสุขด้วยการกินดีกว่า

X