ความเครียด วิธีดูแลสุขภาพ อาการกังวล โรคแพนิค

เข้าใจ! โรคแพนิค และ ‘PANIC ATTACK’ ภาวะกังวลที่อันตรายกว่าที่คิด

คัดลอก URL แล้ว

เคยไหมกับการเตรียมตัวเต็มพิกัดก่อนออกไปเผชิญโลกภายนอก แต่พอกลับมาจู่ๆ ก็มีอาการระคายคอ ไอแห้งๆ จากร่างกายสบายเต็มร้อยกลับรู้สึกอ่อนเพลียไม่มีเหตุผล จนอดคิดไม่ได้ว่าออกไปเจออะไรมา หรือ เราติดยังน๊า!?! แม้ว่าจริงๆ แล้วสภาพร่างกายของเรายังสามารถโต้รุ่งดูซีรีส์ได้ทั้งคืนเหมือนปกติ แต่ความกังวลที่ก่อเกิดนั้นมันบอกให้เราอุดอู้อยู่แต่บนเตียง พร้อมนึกไปสารพัดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ อาการนี้อธิบายตามภาษาโรคได้ง่ายๆ ว่าเรากำลังเกิดภาวะ ‘โรคแพนิค’ (Panic Disorder) อยู่นั่นเอง

โรคแพนิค ไม่ใช่โรคที่ทำให้เกิดอาการน่ากังวล แต่ความกังวลต่างหากที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคนี้ขึ้น

โรคแพนิค ไม่ใช่โรคที่ทำให้เกิดอาการน่ากังวล แต่ความกังวลต่างหากที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคนี้ขึ้น ปฏิกิริยาแรกที่เกิดคืออาการตื่นตระหนก ตกใจกลัว ทั้งโรคนี้ยังเกิดได้จากหลายสาเหตุ ใกล้ตัวหลายคนที่สุดคงเป็นบรรดาความเครียดที่ถาโถมเข้ามาต่อเนื่องไม่หยุดพัก ตัวอย่างเช่น

แพนิค เกิดได้จากหลายสาเหตุ

ความเร่งรีบในชีวิต การอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือจอมือถือเป็นเวลานาน พักผ่อนน้อย ไม่ออกกำลัง หรือแม้แต่คำสั่งล็อกดาวน์ ก็อาจมีส่วนเป็นเหตุของโรคแพนิคได้เช่นกัน และถ้าไม่นับสาเหตุจากความเครียดแล้ว ผลกระทบที่เกิดกับจิตใจอย่างรุนแรง เช่นการสูญเสีย ความผิดหวัง หรือเหตุการณ์รุนแรงอื่นๆ ที่มากพอจะเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนได้ จนส่งผลต่อสารเคมีในสมองเสียสมดุลการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติผิดปกติไป ก็เป็นส่วนที่ก่อให้เกิดอาการแพนิคฉับพลันขึ้นได้เช่นกัน และอาจนับรวมถึงเหตุไกลๆ ในปัจจัยด้านพันธุกรรม ที่ผู้ป่วยบางคนมีโอกาสเกิดโรคแพนิคได้มากกว่า เนื่องจากคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรควิตกกังวล

แบบประเมินเบื้องต้น เป็นแพนิคอยู่หรือเปล่า

แล้วสรุปว่าอาการที่เป็นอยู่นี้ คือโรคแพนิคหรือโรคระบาดล่ะ? จริงๆ แล้วในทางการแพทย์ก็มีแบบประเมินเบื้องต้นให้ลิสต์ดูว่าที่เป็นแพนิคอยู่หรือเปล่า แต่ก่อนที่จะเช็คก็ขอแนะนำให้ผ่อนคลายร่างกายลงบ้างเล็กน้อย เพื่อไม่เพิ่มความกังวลให้กัดกินใจมากที่กว่าที่เป็น

  • · มีอาการใจสั่น ใจเต้นแรง หรือใจเต้นเร็วมาก
  • · เหงื่อออก
  • · ตัวสั่น มือเท้าสั่น
  • · หายใจไม่อิ่ม หรือหายใจติดขัด
  • · รู้สึกอึดอัด หรือแน่นอยู่ข้างใน
  • · เจ็บหน้าอก หรือแน่นหน้าอก
  • · คลื่นไส้ ท้องไส้ปั่นป่วน
  • · วิงเวียน โคลงเคลง มึนตื้อ หรือจะเป็นลม
  • · ครั่นเนื้อครั่นตัว หนาวสั่น ร้อนวูบวาบ เหมือนจะเป็นไข้
  • · รู้สึกชา หรือรู้สึกซ่าๆ (paresthesia)
  • · รู้สึกเหมือนสิ่งรอบตัวเปลี่ยนแปลงไป (derealization หรือ depersonalization)
  • · กลัวคุมตัวเองไม่ได้ หรือกลัวเป็นบ้า
  • · กลัวว่าตนเองกำลังจะตาย

PANIC ATTACK หากผู้ป่วยมีอาการข้างต้นมากกว่า 4 ข้อ

ในตอนต้นเราเล่าว่าโรคแพนิคไม่ใช่โรคที่ทำให้เกิดอาการน่ากังวล แต่มันจะเป็นอีกกรณีหนึ่ง หากผู้ป่วยมีอาการข้างต้นมากกว่า 4 อาการขึ้นไป รวมถึงอาการยังเกิดขึ้นซ้ำๆ โดยคาดการณ์ไม่ได้ และตามมาด้วยพฤติกรรมทางลบในหลายๆ ด้านเช่น ควบคุมตัวเองไม่ได้ ไม่กล้าอยู่คนเดียว ไม่กล้าใช้ชีวิตประจำวันที่เคยทำเป็นประจำ

ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้คืออาการของ ‘PANIC ATTACK’ และที่น่ากังวลที่สุดคือสิ่งนี้มักมาพร้อมกับอาการที่น่าเป็นห่วงอื่นๆ ซ้ำยังมีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นระยะเวลาราว 1 เดือน (หรือมากกว่านั้น) เช่น โรคกลัวที่ชุมชน (Agoraphobia), โรคกลัวเฉพาะอย่าง (Specific Phobia), โรคกลัวสังคม (Social Phobia) รวมถึงโรคทางจิตเวชอื่นๆ เช่น โรคย้ำคิดย้ำทำ หรือแม้แต่กับโรคซึมเศร้า

แนวทางการรักษา

แม้อาการครึ่งหลังของโรคแพนิคจะเป็นสิ่งที่น่ากังวล (แบบน่ากังวลจริงๆ) แต่ใช่ว่าโรคนี้จะไม่มีทางรักษา แพทย์หญิงพรทิพย์ ศรีโสภิต ผู้ชำนาญการด้านจิตเวชศาสตร์ โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่าโดยทั่วไป โรคแพนิคจะแบ่งการรักษาออกเป็น 2 วิธี

1.การรักษาด้วยยา โดยใช้ตัวยาเข้าไปปรับสมดุลสารสื่อประสาทในสมอง ใช้เวลารักษาประมาณ 8-12 เดือน ขึ้นกับปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดโรคในแต่ละตัวบุคคล

2.การรักษาทางใจ หรือการทำจิตบำบัดประเภทปรับความคิดและพฤติกรรม สามารถทำได้หลากหลายแบบ เช่นพยายามรู้เท่าทันอารมณ์และมีสติบอกกับตัวเองว่าอาการดังกล่าวเป็นเรื่องชั่วคราว สามารถหายได้ หรือใช้วิธีการฝึกฝนเพื่อรักษาอาการในรูปแบบต่างๆ ทั้งการฝึกคลายกล้ามเนื้อ, การฝึกสมาธิ, การฝึกคิดในทางบวก และฝึกหายใจในกรณีผู้มีอาการหายใจไม่อิ่ม โดยให้หายใจเข้า-ออก ลึกๆ ช้าๆ เพื่อเบนความสนใจของอาการ และทำให้ร่างกายค่อยๆ ปรับตัวจนเริ่มผ่อนคลายและอาการค่อยๆ ดีขึ้น

“โดยการรักษาโรคแพนิคให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด คือใช้วิธีการสองด้านทั้งตัวยาและการรักษาจิตใจควบคู่กันไป พร้อมกับมีสติไม่แตกตื่นกับโรคมากเกินไป เพื่อให้ผู้ป่วยหลังการรักษากลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ และไม่ต้องกังวลใจกับอาการนั้นๆ อีกต่อไป” คุณหมอพรทิพย์ ให้ข้อมูลสรุป

ที่มาจาก: โรงพยาบาลพระรามเก้า www.praram9.com / Line: lin.ee/vR9xrQs หรือ @praram9hospital


แท็ก: HEALTH , , , ,
WRITER

RELATED

อย่าหาทำ! 8 วิธีเอาตัวรอดในหนัง ถ้าทำตามในชีวิตจริงอาจจะไม่รอด

อย่าหาทำ! 8 วิธีเอาตัวรอดในหนัง ถ้าทำตามในชีวิตจริงอาจจะไม่รอด

ชวนสำรวจ วิธีเอาตัวรอดในหนัง ที่มักจะเจอกันบ่อยๆ แต่ถ้าหากจะทำตามในชีวิตจริงอาจจะเสี่ยงเกินไป

ไม่ไหวอย่าฝืน! 8 สัญญาณเตือนถึงเวลาต้องพัก ก่อนภาวะ Burn out จะเล่นงาน

ไม่ไหวอย่าฝืน! 8 สัญญาณเตือนถึงเวลาต้องพัก ก่อนภาวะ Burn out จะเล่นงาน

เคยถามตัวเองกันบ้างไหมว่า ทำไมเราต้องพยายามเข้มแข็งทั้งที่บางครั้งโครตจะอ่อนแอ ชวนสำรวจ 8 สัญญาณเตือนถึงเวลาต้องพัก แบบจริงจัง

3 อาการสังเกตก่อน หัวใจวาย รู้เร็วย่อมดูแลตัวเองได้ถูกวิธีและลดความเสี่ยง

3 อาการสังเกตก่อน หัวใจวาย รู้เร็วย่อมดูแลตัวเองได้ถูกวิธีและลดความเสี่ยง

3 อาการ อาจเป็นสัญญาณเตือนที่บอกว่าหัวใจกำลังจะวาย หรือล้มเหลว ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มเสี่ยง

10 วิตามิน ที่ร่างกายต้องการเป็นประจำ

10 วิตามิน ที่ร่างกายต้องการเป็นประจำ

เพราะบางครั้งการทานอาหารอย่างเดียวอาจได้รับวิตามินไม่เพียงพอ 10 วิตามิน ที่ร่างกายต้องการเป็นประจำ เพื่อสุขภาพที่ดี

ภาวะมิสซี MIS – C อาการในเด็กหลังหายจาก COVID – 19 ภาวะอักเสบของอวัยวะหลายระบบในร่างกาย

ภาวะมิสซี MIS – C อาการในเด็กหลังหายจาก COVID – 19 ภาวะอักเสบของอวัยวะหลายระบบในร่างกาย

MIS-C ภาวะที่มีอาการอักเสบของอวัยวะหลายระบบในร่างกาย พบว่ามีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อ COVID-19

7 อาหารช่วยคลายเครียด แบบเห็นผล การกินก็ช่วยให้คลายเครียดได้นะ

7 อาหารช่วยคลายเครียด แบบเห็นผล การกินก็ช่วยให้คลายเครียดได้นะ

สถานการณ์ในปัจจุบันอาจส่งผลให้หลายๆ คนเกิดความเครียด รู้สึกไม่มีความสุข 7 อาหารช่วยคลายเครียด มามีความสุขด้วยการกินดีกว่า

โรคเบาหวาน กับ 4 เรื่องที่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิด ภัยเงียบทำร้ายสุขภาพสร้างความลำบากในการใช้ชีวิต

โรคเบาหวาน กับ 4 เรื่องที่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิด ภัยเงียบทำร้ายสุขภาพสร้างความลำบากในการใช้ชีวิต

โรคเบาหวาน อีกหนึ่งภัยเงียบที่ทำร้ายสุขภาพและสร้างความลำบากในการใช้ชีวิต มีผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่ทราบว่าตัวเองเป็นโรคเบาหวาน

รู้เท่าทัน มะเร็งปอด เสียชีวิตเป็นอันดับหนึ่งในโรคมะเร็ง เพราะการตรวจพบที่ช้า

รู้เท่าทัน มะเร็งปอด เสียชีวิตเป็นอันดับหนึ่งในโรคมะเร็ง เพราะการตรวจพบที่ช้า

ข้อมูลทางสถิติของ WHO พบว่า โรคมะเร็งปอดเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยที่สุดเทียบเท่ามะเร็งเต้านม มีอัตราการเสียชีวิตเป็นอันดับหนึ่งในโรคมะเร็งเพราะการตรวจพบที่ช้า

ทำความรู้จักและป้องกัน โรคต่อมทอนซิลอักเสบ เจ็บคอมาก กลืนอาหารลำบาก

ทำความรู้จักและป้องกัน โรคต่อมทอนซิลอักเสบ เจ็บคอมาก กลืนอาหารลำบาก

ต่อมทอนซิลอักเสบ เป็นภาวะการอักเสบของต่อมทอนซิลในลำคอหรือบริเวณเนื้อเยื่อในลำคอหลังช่องปาก จะเจ็บคอทำให้กลืนอาหารได้ลำบาก

X