ดูแลสุขภาพ นิ่วในไต โรคไต

5 สาเหตุที่ทำให้เกิด นิ่วในไต ผู้ชายมีโอกาสพบได้มากกว่าผู้หญิง

นิ่วในไต เป็นสาเหตุสำคัญของโรคที่เกี่ยวกับไต พบได้ในคนทุกเพศทุกวัย ผู้ชายมีโอกาสพบได้มากกว่าผู้หญิง และช่วงวัยที่พบส่วนใหญ่คือ อายุ 30 – 40 ปี หากปล่อยทิ้งไว้นานไม่รีบรักษา อาจเกิดการติดเชื้อจนเนื้อไตเสีย เกิดอาการไตเสื่อมและไตวายเรื้อรังได้ในอนาคต

นิ่วในไต หากปล่อยไว้ไม่รีบรักษา เสี่ยงติดเชื้อจนเนื้อไตเสีย

นิ่วในไต เกิดจากอะไร?

นพ.สมเกียรติ พุ่มไพศาลชัย ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ ศูนย์โรคทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า นิ่วในไตเป็นโรคที่เกิดจากการสะสมของแร่ธาตุแข็งชนิดต่าง ๆ จนกลายเป็นก้อนที่มีชนิดและขนาดแตกต่างกัน โดยมักพบที่บริเวณกรวยไตและระบบทางเดินปัสสาวะ เป็นผลมาจากปัสสาวะเข้มข้นและตกตะกอนเป็นนิ่ว ซึ่งมีโอกาสเป็นซ้ำได้

การมีแคลเซียมในปัสสาวะมากผิดปกติมีสาเหตุจากปัจจัยต่างๆ ได้แก่

  1. การรับประทานอาหารแคลเซียม โปรตีน เกลือ และน้ำตาลสูงเกินไป
  2. ดื่มน้ำน้อย ใส่น้ำตาลในเครื่องดื่มมาก
  3. กินอาหารที่มีสารออกซาเลตยับยั้งการดูดซึมแคลเซียม อาทิ ถั่ว หน่อไม้ ช็อกโกแลต ผักปวยเล้ง มันเทศ ฯลฯ
  4. กินวิตามินซีมากเกินกว่าวันละ 1,000 มิลลิกรัม ต่อมพาราไทรอยด์ทำงานหนักมากเกินไป
  5. หรือเกิดจากโรคแทรกซ้อนจากการเป็นโรคเกาต์ โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง โรคอ้วนน้ำหนักเกิน และโรคเบาหวาน

อาการ บ่งชี้ว่าเป็น นิ่วในไต

อาการแสดงคือ ปวดเอวข้างที่มีก้อนนิ่ว ปวดหลังหรือช่องท้องส่วนล่างข้างใดข้างหนึ่ง โดยจะปวดเสียด ปวดบิดเป็นพัก ๆ มีไข้หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน มีปัสสาวะขุ่นแดงเป็นเม็ดทราย ปัสสาวะบ่อย หรือเมื่อปัสสาวะแล้วจะเกิดอาการเจ็บ ถ้าก้อนนิ่วตกลงมาที่ท่อไตจะมีอาการปวดในท้องรุนแรง แต่ในบางกรณีผู้ป่วยบางรายก็ไม่มีอาการแสดง

การตรวจวินิจฉัยมีหลายวิธี ได้แก่

1) ตรวจปัสสาวะ หากพบเม็ดเลือดแดงจำนวนมาก อาจสันนิษฐานได้ว่าเป็นนิ่วในไต

2) ตรวจเลือด ผู้ป่วยนิ่วในไต มักมีปริมาณแคลเซียมหรือกรดยูริกในเลือดมาก

3) เอกซเรย์ช่องท้อง จะช่วยให้เห็นก้อนนิ่วบริเวณทางเดินปัสสาวะ

4) เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) ช่วยให้แพทย์เห็นก้อนนิ่วขนาดเล็ก

5) อัลตราซาวนด์ไต ช่วยตรวจหาก้อนนิ่วในไตได้ชัดเจน

6) ตรวจเอกซเรย์ไตด้วยการฉีดสี (IVP) เพื่อวิเคราะห์สาเหตุการเกิดนิ่วในไตและสามารถวางแผนเพื่อป้องกันการเกิดนิ่วในไตซ้ำ

การรักษาอาการนิ่วในไต ใช้วิธีการรักษาตามชนิดและสาเหตุ

1) รักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด หากนิ่วมีขนาดก้อนเล็กมากอาจหลุดออกมาได้เอง โดยการดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อขับออกมาทางปัสสาวะ โดยแพทย์อาจพิจารณายาช่วยขับก้อนนิ่วตามความเหมาะสม

2) การใช้เครื่องสลายนิ่ว (Extracorporeal Shock Wave Lithotripsy : ESWL) เป็นการสลายนิ่วที่มีขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงไปทำให้ก้อนนิ่วแตกตัวและขับออกมาทางปัสสาวะ ผู้ป่วยอาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อย วิธีนี้ควรรักษากับแพทย์ที่มีความชำนาญอย่างใกล้ชิด

3) การส่องกล้องสลายนิ่ว (Ureteroscopy) เป็นการสลายนิ่วที่มีขนาด 3 เซนติเมตร โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือที่มีกล้อง Ureteroscopy เข้าไปทางท่อปัสสาวะเพื่อทำให้ก้อนนิ่วแตกตัวเป็นชิ้นเล็กๆ ขับออกมาทางปัสสาวะ

4)การรักษาแบบผ่าตัด (PercutaneousNephrolithotomy : PCNL) ใช้ในกรณีที่ก้อนนิ่วมีขนาดใหญ่และรักษาวิธีอื่นไม่ได้ผล โดยแพทย์จะทำการผ่าตัดด้วยการเจาะรูเล็กๆ บริเวณหลังของผู้ป่วยแล้วใช้กล้องส่อง เพื่อนำเครื่องมือสอดเข้าไปทำให้นิ่วแตกเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นจึงคีบก้อนนิ่วออกมา

ทั้งนี้ เราสามารถป้องกันการเกิดนิ่วในไตได้ เริ่มจากเปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน ดื่มน้ำสะอาดให้มากเพื่อช่วยลดโอกาสการตกตะกอนของก้อนนิ่วกินแคลเซียมจากอาหารธรรมชาติให้เพียงพอ เลี่ยงอาหารรสเค็ม ควบคุมการกินเนื้อสัตว์ นม เนย ผักก็ช่วยลดโอกาสการเกิดนิ่วได้ สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ควรตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อค้นหาความเสี่ยง ป้องกันก่อนเกิดโรคได้ ทั้งนี้องค์การอนามัยโลก(WHO) ได้กำหนดให้วันพฤหัสบดีที่ 2 ของเดือนมีนาคมของทุกปี เป็นวันไตโลก (World Kidney Day) เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาสุขภาพนี้และหันมาดูแลตัวเองให้มากขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก: โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร. 02-310-3009 หรือโทร. 1719 แอดไลน์ : @bangkokhospital

WRITER

RELATED

ลดน้ำหนัก เท่าไหร่ก็ไม่ผอม ลอง 10 วิธีนี้เปลี่ยนชีวิตให้เฮลธ์ตี้ได้ตลอดกาล

ลดน้ำหนัก เท่าไหร่ก็ไม่ผอม ลอง 10 วิธีนี้เปลี่ยนชีวิตให้เฮลธ์ตี้ได้ตลอดกาล

หากคุณเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของตัวเอง รวมทั้งความสัมพันธ์ที่มีต่ออาหารด้วย การ ลดน้ำหนัก ก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น และนี่คือ 10 เคล็ดลับ ที่จะเปลี่ยนชีวิต และรูปร่างของคุณจากหน้ามือเป็นหลังมือ 1.อย่าอด กินอาหารที่ตัวเองชอบไปเถอะ แค่กะปริมาณให้เหมาะสมก็พอ เพราะหากเราฝืนตัวเองมากเกินไป สุดท้ายเมื่อคุณหิวคุณก็ไปหาอะไรกินต่ออยู่ดี…

4 สัญญาณเตือน ที่บ่งบอกว่าคุณกำลังมีความเสี่ยงเป็น โรคไต!!

4 สัญญาณเตือน ที่บ่งบอกว่าคุณกำลังมีความเสี่ยงเป็น โรคไต!!

โรคไต เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การรับประทานอาหารรสเค็มจัด โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคเก๊าท์ บางรายเกิดจากกรรมพันธุ์ หรืออาจเกิดจากผลข้างเคียงของการรับประทานยาปฏิชีวนะบางชนิด และนี่คือสัญญาณเตือนว่าคุณอาจเป็นโรคไต 1. อาการบวม ส่วนมากจะมีอาการบวมที่อวัยวะต่างๆตามร่างกาย ซึ่งเกิดจากการมีน้ำและเกลือเพิ่มขึ้นในร่างกาย จึงทำให้เกิดการบวมรอบดวงตา บวมหน้า…

7 เคล็ดลับง่ายๆ เปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น เพื่อสุขภาพที่ดี!

7 เคล็ดลับง่ายๆ เปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น เพื่อสุขภาพที่ดี!

อยากมี สุขภาพดี ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเดิมๆของตัวเองที่อาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพไปตลอดชีวิต และยังส่งผลให้โรคภัยต่างๆมาเบียดเบียนอีกด้วย ถ้าอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นก็ต้องเริ่มต้นทำตั้งแต่วันนี้เลย 1.ดื่มน้ำให้เพียงพอ ควรดื่มน้ำวันละ 2 ลิตร หรือ ประมาณวันละ 8-10 แก้ว แต่ถ้าต้องทำงานในที่แจ้งเสียเหงื่อมากๆ…

10 วิธีดูแลสุขภาพง่ายๆ ห่างไกลโรค ทำแล้วชีวิตดี๊ดี!!

10 วิธีดูแลสุขภาพง่ายๆ ห่างไกลโรค ทำแล้วชีวิตดี๊ดี!!

การ ดูแลสุขภาพ ควรเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้เพื่อร่างกายที่แข็งแรงไม่ป่วยง่ายๆอีกต่อไป หากเราใส่ใจต่อสุขภาพโรคภัยต่างๆก็จะไม่มาเบียดเบียน ชีวิตดีมีความสุข มาเริ่มต้น ดูแลสุขภาพ กันตั้งแต่วันนี้เลยนะคะ กินอาหารครบ 5 หมู่ ในแต่ละวันคนเราควรได้รับสารอาหารที่หลากหลายและครบทั้ง 5 หมู่ เพราะจะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง…

25 ผักผลไม้ ที่คนเป็น โรคไต ห้ามกิน โพแทสเซียมสูงมากกก!!

25 ผักผลไม้ ที่คนเป็น โรคไต ห้ามกิน โพแทสเซียมสูงมากกก!!

ผักผลไม้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่สำหรับผู้ป่วย โรคไต ผักผลไม้บางชนิดอาจก่อให้เกิดพิษต่อร่างกายหากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไป ซึ่งผู้ป่วยต้องระมัดระวังผักผลไม้ที่มี สารเหล่านี้ กรดอ็อกซาลิกสูง สารชนิดนี้เมื่อไปจับกับแคลเซียมจะตกตะกอนเป็นก้อนนิ่วที่ไต ทำให้เกิดเป็นนิ่วอุดตันทางเดินปัสสาวะได้ ดังนั้นผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยง เช่น แครอท ผักโขม ผักแพว ปวยเล้ง ใบชะพลู…

14 สมุนไพรต้องห้าม สำหรับผู้ป่วย โรคไต เป็นอันตรายทำไตเสื่อม ห้ามกิน!!

14 สมุนไพรต้องห้าม สำหรับผู้ป่วย โรคไต เป็นอันตรายทำไตเสื่อม ห้ามกิน!!

สมุนไพรมีสรรพคุณมากมาย ยิ่งบางคนหลงเชื่อคำโฆษณาต่างๆ เมื่อรับประทานก็อาจส่งผลต่อโรคประจำตัวที่เป็นอยู่ อย่างผู้ป่วย โรคไต หากรับประทานสมุนไพรเหล่านี้ก็จะเสี่ยงทำให้ไตแย่ลง อาจส่งผลให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลันจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ มาดูกันเลยว่ามีสมุนไพรชนิดไหนที่ผู้ป่วยโรคไตต้องระวังบ้าง… เห็ดหลินจือ เป็นสมุนไพรจีนที่ดังมากๆ แต่ผู้ป่วยโรคไตหรือผู้ป่วยที่กำลังฟอกเลือดเมื่อรับประทานเข้าไปก็จะทำให้ไตต้องทำงานหนักมากขึ้นเพราะต้องขับสารเหล่านี้มากขึ้น จึงส่งผลให้ไตเสื่อมและไตวายได้ มะม่วงหาวมะนาวโห่ เป็นผลไม้ที่นิยมรับประทานเพื่อสรรพคุณทางยามากมาย มะม่วงหาวมะนาวโห่เป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง…

10 พฤติกรรมป้องกัน โรคไต ที่ใครๆก็ทำได้ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง!!

10 พฤติกรรมป้องกัน โรคไต ที่ใครๆก็ทำได้ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง!!

คนไทยรับประทานโซเดียมกันถึง 3,000-5,000 มิลลิกรัมต่อวันซึ่งเกินกว่าค่ามาตราฐานไปมาก การกินเค็มมากๆ จะทำให้เสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตสูงและ โรคไต ร่างกายคนเราควรได้รับปริมาณโซเดียมในอาหารไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เทียบเท่ากับเกลือ 1 ช้อนชา อีกทั้งการรับประทานยาไม่ถูกวิธีหรือสะสมเป็นเวลานานก็เป็นสาเหตุให้ไตวายได้ ดังนั้นจึงควรหมั่นดูแลใส่ใจสุขภาพของตัวเอง 10…

5 ท่าออกกำลังกายง่ายๆ สำหรับ ผู้ป่วยโรคไต เพื่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

5 ท่าออกกำลังกายง่ายๆ สำหรับ ผู้ป่วยโรคไต เพื่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีแต่สำหรับ ผู้ป่วยโรคไต และ โรคไตเรื้อรัง การออกกำลังกายจะต้องเหมาะสม ไม่เหนื่อยมากจนเกินไป ควรเน้นการยืดกล้ามเนื้อเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อ ปอดและหัวใจ โดยออกกำลังกายเป็นเวลาประมาณ 30 นาที อย่างน้อย 3…

10 เคล็ดลับ ป้องกันโรคไต ทำตามนี้…รับรองไตแข็งแรงแน่นอน!!

10 เคล็ดลับ ป้องกันโรคไต ทำตามนี้…รับรองไตแข็งแรงแน่นอน!!

ไตของคนเราต้องขับของเสียในร่างกายอยู่ตลอดเวลา เมื่อไตทำงานหนักจนเกินไปก็จะส่งผลให้เกิดโรคไตวายเฉียบพลัน โรคไตวายเรื้อรัง ซึ่งสาเหตุของโรคมีหลายปัจจัยสาเหตุให้ไตวายได้ ดังนั้นจึงควรหมั่นดูแลใส่ใจสุขภาพของตัวเองอยู่เสมอ และนี่คือการ ป้องกันโรคไต แบบง่ายๆที่คุณควรรู้ ดื่มน้ำสะอาดมากๆ อย่างน้อยวันละ 1.5 ลิตร หรือวันละ 6-8 แก้ว…