N.I.D.E Navara Black Edition Nissan Intelligent Driving Experience Nissan Intelligent Mobility Nissan Terra Nissan X-Trail นิสสัน ประเทศไทย นิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี เมียนมาร์

ขับ Nissan Navara, X-Trail, Terra ตะลุยพม่า กับกิจกรรม N.I.D.E ไปได้ทุกที่!!

คัดลอก URL แล้ว

นิสสัน ประเทศไทย จัดกิจกรรมทดสอบการขับขี่โดยสื่อมวลชนสายยานยนต์พร้อมกับรถยนต์สามเซกเมนต์ดังของค่าย New Navara Black Edition, New Nissan X-Trail เเละ All New Nissan Terra บนเส้นทางภายในประเทศเมียนมาร์ ภายใต้ชื่อกิจกรรม ลุยได้ทุกที่ Nissan Intelligent Driving Experience (N.I.D.E) โดยแบ่งกลุ่มทดสอบออกเป็นสามกลุ่ม สามเส้นทาง ได้แก่ กลุ่มที่1 กรุงเทพ-กาญจนบุรี, ทวาย-ย่างกุ้ง กลุ่มที่2 เส้นทางย่างกุ้ง – มัณฑะเลย์ กลุ่มที่3 มัณฑะเลย์ – เชียงตุง รวมระยะเวลา 11วัน 10 คืน กับระยะทางร่วม 3,000 กม. ถือเป็นทริปประวัติศาสตร์เพราะยังไม่มีค่ายรถแบรนด์ไหนเคยเดินทางแบบคาราวานตั้งเเต่ทิศใต้ขึ้นไปจรดเหนือของ เมียนมาร์ มาก่อน

ทาง auto.MThai ได้รับเกียรต์จากทาง นิสสัน ประเทศไทย เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวในกลุ่มที่ 1 โดยจุดเริ่มต้นอยู่ที่โรงเเรม Miracle Grand แจ้งวัฒนะ ก่อนจะเดินทางไปที่จุดผ่านแดนเมียร์มาร์ จ.กาญจนบุรี กับการเดินทางด้วยรถยนต์ All New Nissan Terra พร้อมกับสื่อมวลชนจากค่ายอื่นอีกสองท่าน ก่อนอื่นขออธิบายกฏกติกาการเดินทางของทริปให้ทราบกันก่อนว่า ทุกวันจะมีการสลับรถให้คณะผู้สื่อข่าวได้ใช้แบบไม่ซ้ำคันตลอดระยะเวลาสามวันสองคืน นั่นหมายความว่าในวันแรกที่เราได้ขับ Nissan Terra จากไทยเข้าเมียนมาร์เเล้ว อีกสองวันหลังจากนั้นเราก็จะได้ขับรถอีกสองโมเดลที่เหลือ แต่จะได้ขับรถรุ่นไหนในวันอะไรต้องติดตามกันต่อไป

Terra

ช่วงสายของวันแรกในการเดินทางคณะเดินทางทั้งหมดอยู่ที่จุดผ่านแดนตรวจคนเข้าเมืองที่ด่าน พุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี หลังจากทำธุระเอกสารการเข้าเมียนมาร์เสร็จเรียบร้อย บททดสอบเเรกที่ต้องบอกว่าเป็นด่านหินที่สุดเเละเป็นด่านแรกสุดของการเดินทางก็มาถึง เนื่องจาก ด่านชายแดน พุน้ำร้อนยังเป็นด่าน ตม. น้องใหม่ทันทีที่ผ่านตม. เข้าสู่ประเทศเมียนมาร์ถนนหนทางยังไม่ได้ลาดยางเส้นทางการคมนาคมยังไม่ได้รับการพัฒนา ทางยังเป็นดินลูกรังสลับกับกรวดหิน เเละลาดชัน การได้ขับพี่ใหญ่อย่าง All New Nissan Terra ถือเป็นความโชคดีของเราเนื่องจากสภาพถนนที่เป็นออฟโรด การได้ขับรถ SUV สมรรถนะสูงบวกกับตัวถังบนแชสซีส์ออกแบบมาเพื่อเสริมความแข็งแกร่งสำหรับการขับขี่แบบสมบุกสมบันความเหนือชั้นของระบบกันสะเทือนหลังแบบ 5 ลิงค์ (5-Link) ที่ให้ความนุ่มนวลในระบบช่วงล่าง เเละขนาดของรถที่เป็นแบบ 7ที่นั่งด้วยเเล้วจึงทำให้การขับขี่เเละโดยสารใน All New Nissan Terra ได้รับความสะดวกสบายเเม้จะเป็นการขับขี่บนภูมิประเทศที่ทรุกันดาร

Terra

Terra

บนเส้นทางออฟโรดบนเทือกเขาตะนาวศรี ในเมียนมาร์แม้สมรรถนะของรถจะไม่เป็นอุปสรรคในการเดินทาง แต่ผู้ขับขี่ต้องคอยบังคับรถให้ขับไปตามไลน์ของพื้นที่ถนน ที่ลาดชันเเละต้องคอยหลบกรวดหินที่แหลมคม บวกกับสภาพเเวดล้อมบางช่วงไม่สามารถขับขี่รถได้เนื่องจากปริมาณฝุ่นที่หนาจนมองไม่เห็นทางข้างหน้าทำให้ต้องหมั่นจอดรอให้ฝุ่นเริ่มจางหายจึงสามารถขับไปได้ ระยะทางออฟโรดตลอดเส้นทางราวๆ 130 กม. คณะคาราวานใช้เวลาในการขับขี่ร่วม 5 ชั่วโมง เรียกได้ว่าหลายๆ คนตอนนี้ต่างคิดถึงพื้นถนนดำลาดยางเลียบๆ กันเเล้ว

Terra

All New Nissan Terra ใช้เครื่องยนต์ดีเซล YS23DDTT ทวินเทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ DOHC ขนาด 2,298 ซีซี มาพร้อมหัวฉีดเชื้อเพลิงระบบไดเร็คอินเจคชัน ให้พละกำลังสูงสุด 190 แรงม้า และมีแรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ให้อัตราเร่งที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน จึงทำให้ขับเคลื่อนได้อย่างราบรื่นและทรงพลังเมื่อต้องการ, ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 7 สปีด ที่มาพร้อมโหมดขับขี่แบบแมนนวล (M mode) ที่โดดเด่นด้านพละกำลัง, ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4×4 พร้อมระบบล็อกไฟฟ้าเพื่อการใช้งานที่แตกต่างตามสภาพพื้นผิวถนน ฟังก์ชั่น Shift-On-The-Fly ทำให้ผู้ขับสามารถเปลี่ยนจากการขับขี่แบบสองล้อหรือ Two-Wheel Drive (2H) เป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อหรือ Four-Wheel Driver (4H) เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยเฉพาะเมื่อเจอกับสภาพถนนที่เปียกลื่น นอกจากนี้ยังมีโหมดการขับขี่แบบความเร็วต่ำ Low Range Four-Wheel Drive (4LO) สำหรับการขับขี่บนพื้นทราย โคลน ลุยน้ำ ปีนขึ้นที่สูง หรือลงในเส้นทางลาดชัน

นอกจากสมรรถนะของขุมพลังเเล้วเทคโนโลยี Nissan Intelligent Mobility ใน All New Nissan Terra ยังมี
-เทคโนโลยี กระจกมองหลังอัจฉริยะ หรือ Intelligent Rear View Mirror (IRVM) หน้าจอ LCD ที่กระจกมองหลัง ในการแสดงภาพที่มาจากกล้องด้านหลังตัวรถ โดยภาพบนจอจะช่วยให้ผู้ขับขี่เห็นทัศนวิสัยด้านหลังได้ในมุมกว้าง
-เทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุ และบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน หรือ Moving Object Detection (MOD) เทคโนโลยี MOD จะตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนทุกครั้งเมื่อมีวัตถุหรือบุคคลที่เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ตัวรถ
-เทคโนโลยีเตือนจุดบอดหรือจุดอับสายตาอัจฉริยะ หรือ Intelligent Blind Spot Intervention (IBSW)
-เทคโนโลยีเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทางอัจฉริยะ หรือ Intelligent Lane Intervention (ILDW)
เเละ เทคโนโลยี กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง หรือ Intelligent Around View Monitor (IAVM) ช่วยให้ผู้ขับสามารถมองเห็นสภาพรอบตัวยานพาหนะได้ทั่วทุกทิศทาง ด้วยการสร้างภาพมุมสูงแบบ ฺBird’s-Eye View รอบตัวรถ ที่เหมาะกับการขับขี่ในเส้นทางออฟโรดที่ทั้งเเคบเเละเต็มไปด้วยอุปสรรคมากที่สุด เพราะในบางช่วงที่ถนนมีพื้นที่เเคบเเละบังเอิญมีรถคนท้องถิ่นวิ่งสวนมา ก็ได้มองภาพจากมุมสูงทำให่การกะระยะของรถต่อภูมิประเทศทำได้ง่ายขึ้นเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น

วันแรกของการเดินทางจากกรุงเทพสู่เมืองทวายระยะทางทั้งสิ้น 415 กม.

เข้าสู่วันที่สองของกิจกรรมทดสอบการขับขี่ ลุยได้ทุกที่ Nissan Intelligent Driving Experience (N.I.D.E) ในวันนี้เส้นทางจะเป็นการวิ่งขึ้นไปทางทิศเหนือจากทวายผ่านเเลนด์มาร์กสำคัญๆ หลายสถานที่ตลอดการเดินทาง ก่อนจะสิ้นสุดที่เมือง สู่เมืองเมาะละเหม่ง (สามารถเรียกได้ทั้ง เมาะลำเลิง, เมาะลำไย เเต่ผู้เขียนชอบถนัดปากเรียกเมาะละเหม่งที่สุดละ) ภารกิจในวันนี้คือการนำ New Navara Black Edition ไปสสู่จุดหมายปลายทาง แต่ก่อนออกเดินทาง ทางคณะสื่อมวลชนทดสอบรถยนต์ได้เเวะสักการะวัดพระเจดีย์ ชเว ด่อง จา ในเมืองทวาย เอาฤกษ์เอาชัยเเละถือเป็นการลาจากที่สมบูรณ์แบบ

Nissan Navara

ก่อนจะวิ่งแบบซัดกันยาวๆ ขอเกริ่นถึง New Navara Black Edition กันสักหน่อยโดยขอเริ่มจากรูปลักษณ์ที่ล้ำสมัยทำให้รถดูสปอร์ต แข็งเเกร่ง ดุดันการตกแต่งภายนอกโทนสีดำ ด้วยชุดแต่งที่ให้ความดุดันรอบคันไฟหน้าแบบ LED สีดำ กระจังหน้าสีดำ กรอบไฟตัดหมอกสีดำ กระจกมองข้างและมือจับประตูสีดำ บันไดข้างสีดำ คิ้วล้อสีดำ กันชนหลังสีดำ และเสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ นอกจากนี้ยังมีการเลือกใช้สีส้มมาผสมผสานเพื่อเพิ่มสีสันในส่วนของกันชนไฟหน้า กระจกข้าง และบันไดข้าง รวมไปถึงสติกเกอร์สามมิติดีไซน์ใหม่

ภายในห้องโดยสารโอ่อ่านั่งสบาย แผงหน้าปัดดีไซน์หรู พวงมาลัยดีไซน์พรีเมียม พร้อมกับการใช้วัสดุแบบอลูมิเนียมในการตกแต่งคอนโซลกลาง และงานเย็บตะเข็บเบาะหนังอันประณีตเสริมด้วยสีสันการตกแต่งแบบทูโทน เบาะหนังสีดำพร้อมเดินตะเข็บเบาะและพวงมาลัยด้วยด้ายสีส้ม ในขณะที่หัวเกียร์และแผงประตูหุ้มด้วยหนังแท้

Nissan Navara

Nissan Navara

เส้นทางในการเดินทางวันที่สองเริ่มเป็นทางลาดยางกันเเล้วถนนหนทางเริ่มมีความเจริญขึ้นแตกต่างจากการเดินทางในวันแรกเเต่ก็ยังไม่ถึงกับเป็นสภาพพื้นถนนที่ดีมากนักเพราะเเม้จะเป็นทางถนนดำเเต่พื้นผิวก็ยังเป็นรอยคลื่นตลอดการเดินทางเเละภูมิประเทศในวันนีี้จะผ่านเส้นทางขึ้นเขาลงเขาราดชันหลายช่วงเพราะเป็นการขับขี่ข้ามเมืองกันแบบยาวๆ การได้ New Navara Black Edition ของกลุ่มเราทำให้หมดห่างเรื่องสมรรถนะ เนื่องจากขุมพลังที่ได้จากระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ช่วยเพิ่มพละกำลังของเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ ที่ให้กำลังสูงสุดที่ 163 แรงม้า และให้แรงบิดสูงสุดที่ 403 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบ ทำให้จังหวะขึ้นเขาหรือจังหวะที่ต้องการเร่งเเซงรถคันหน้า กระบะ New Navara Black Edition สามารถจัดการทุกสถานการณ์ได้อยู่หมัดเเบบไม่มีอะไรต้องลุ้นให้เหนื่อย ยังนึกเสียดายอยู่เหมือนกันว่าหากวันแรกได้มีโอกาสลองทดสอบขับกระบะอิดิชั่นคันนีี้หลังจากผ่านด่านตม. คงได้อารมณ์การขับขี่ที่เพลิดเพลินในแบบออฟโรดไม่น้อย

nissan intelligent mobility

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้การเดินทางอันยาวไกลของวันที่สองไม่รู้สึกเบื่อหน่ายก็คงต้องยกนิ้วให้กับระบบ นิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility) อีกเช่นกัน แต่สำหรับใน New Navara Black Edition มีการเพิ่มฟังก์ชั่นของจาก NissanConnect ที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนรวมไปถึง ระบบแอพพลิเคชันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แอปเปิล คาร์เพลย์ (Apple CarPlay) หรือ แอนดรอยด์ ออโต้ (Android Auto) ให้ความบันเทิงตลอดการเดินทางเเละยังให้ความสะดวกสบายด้วยระบบนำทางจาก Google Maps ที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้เราทราบได้ถึงภูมิประเทศ, เส้นทางการขับขี่เเละสภาพจราจรตลอดการเดินทาง

วันที่สองของการเดินทางจากทวายสู่เมาะละเหม่งระยะทางทั้งสิ้น 320 กม.

วันที่สามวันของการเดินทางกิจกรรม ลุยได้ทุกที่ Nissan Intelligent Driving Experience (N.I.D.E) เส้นทางวันนี้เป็นการออกเดินทางจาก เมาะละเหม่ง สู่นครย่างกุ้งเมืองหลวงเก่าของเมียนมาร์ แน่นอนว่าวันสุดท้ายรถที่จะได้สัมผัสก็เหลือเพียงเเค่ New Nissan X-Trail SUVเจเนอเรชันที่ 3 ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ จุดเด่นรูปลักษณ์ภายนอกของ New Nissan X-Trail อยู่ที่กระจังหน้ารูปตัววี หรือ V-Motion, ปรับกันชนด้านหลังใหม่ ให้โค้งรับและเข้ากันกับไฟท้ายทรงบูมเมอแรง รวมถึงบานจับประตูด้านข้างแบบเคลือบโครเมียม, ล้ออัลลอยใหม่ขนาด 19 นิ้ว สำหรับรุ่น 2.5VL 4WD, เเละสีตัวถังใหม่ สีส้ม โมนาร์ช (Monarch Orange)

nissan x trail

nissan x trail

ภายในห้องโดยสารเป็นที่นั่งในรูปแบบ 5+2 ที่นั่ง (ในรุ่น 2.5 ลิตร) และห้าที่นั่ง (ในรุ่นไฮบริด 2.0 ลิตร), ระบบเปิด-ปิดประตูท้ายอัตโนมัติด้วยระบบแฮนด์ฟรีสะดวกทุกการเดินทาง, พวงมาลัยใหม่ แบบ D-Shaped รูปทรงสปอร์ต, ที่นั่งแถว 2 สามารถแยกพับได้ 60:40 และที่นั่งแถว 3 แบบ 50:50 เเละไฮไลท์ของห้องโดยสารคือหลังคาแบบพาโนรามิกซันรูฟ

nissan x trail

ช่วงสายของวันที่สามคณะสื่อมวลชนทดสอบรถยนต์ออกเดินทางจากเมาะละเหม่งโดยขบวนวิ่งข้ามสะพานแม่น้ำสาละวินที่ทอดยาวสู่อีกฝั่งด้วยระยะทาง 3กม. ถือเป็นสะพานข้ามแม้่น้ำที่มีความยาวมากที่สุดในเมียนมาร์ ริมด้านซ้ายของสะพานเป็นรางรถไฟขนานคู่กับไปถนน โดยสะพานดังกล่าวเก็บค่าบริการผ่านทางรถยนต์ที่ต้องการใช้สัญจรยกเว้นคนเดินเท้าที่ไม่ต้องเสียค่าบริการ หลุดออกจากสะพานข้ามเเม่น้ำสาละวินก็ได้เวลาที่ต้องเดินทางกันต่อ เส้นทางในวันนี้ต้องบอกว่าดีที่สุดเท่าที่เจอในช่วงสองวันแรก ถนนลาดยาวตลอดเส้นทางนานๆ จะมีช่วงซ่อมเเซมพื้นผิวถนนบางช่วง แต่การขับขี่บนถนนดำด้วยรถSUV New Nissan X-Trail ต้องบอกว่าฟิลลิ่งทั้งการขับขี่หรือเเม้จะเป็นผู้โดยสารต่างรู้สึกได้ในแบบเดียวกันคือความสบายขณะอยู่ในห้องโดยสารเเละช่วงล่างที่นุ่มนั่งสบายตลอดการเดินทาง

nissan x trail

nissan x trail

New Nissan X-Trail ในการเดินทางครั้งนี้มีสองรุ่นทั้งแบบ X-Trail HEV ที่เป็นรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดเเละแบบ X-Trail  2.5L  สำหรับในรุ่นหลังคือรถที่เราได้สัมผัสขุมพลังจากเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 171 แรงม้า แรงบิดสูงที่ 233 นิวตันเมตร มาพร้อมกับเกียร์ XTRONIC CVT เเละ ระบบ Manual Mode 7 สปีด ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมโรเตอร์สวิตช์ ของนิสสัน เอ็กซ์เทรล ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยการขับขี่ทั้งออนโรดและออฟโรด ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับเคลื่อนได้ถึง 3 รูปแบบ ได้แก่ ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เพื่อประสิทธิภาพในการขับขี่สูงสุด ทั้งหมดนี้คือเทคโนโลยีการขับขี่เเละสมรรถนะของ New Nissan X-Trail ที่พาเรามาถึงจุดแลนด์มาร์คสำคัญในวันนี้คือ พระราชวังบุเรงนองเเละพระธาตุชเวมอดอที่เมืองพะโค

เมื่อเสร็จภารกิจเที่ยวชมสองสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเมืองพะโคก็ได้เวลามุ่งหน้าสู่สนามบินนานาชาติย่างกุ้งเพื่อเดินทางกลับประเทศไทย ระยะทางจากพะโคสู่อดีตเมืองหลวงของเมียนมาร์ถนนหนทางดีที่สุดเท่าที่เคยเจอในการเดินทางทั้งหมดสามวัน เนื่องจากทั้งสองเมืองเป็นเมืองใหญ่การคมนาคมจึงดีกว่าหลายๆ เมมืองที่ผ่านมา เมื่อขบวนของเราผหลุดออกจากย่านใจกลางเมืองที่จอเเจได้เเล้ว ก็ได้เวลาวิ่งกันยาวๆ ต่ออีกประมาณ 70กม. บนถนนทางด่วนมอเตอร์เวย์(มอเตอร์เวย์ที่พม่าอนุญาตให้มอเตอร์ไซค์สัญจรได้) เมื่อถนนเป็นใจระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (Intelligent Cruise Control – ICC) ของ New Nissan X-Trail  ซึ่งสามารถรักษาระยะห่างที่ปรับตั้งไว้กับรถคันหน้า ช่วยลดภาระของผู้ขับขี่ด้วยการไม่ต้องกำหนดความเร็วให้คงที่ แต่จะตรวจจับความเร็วในการเคลื่อนที่ของรถในขบวนโดยสามารถเร่งหรือลดความเร็วได้ตามสถานการณ์จึงถูกทดสอบการใช้งานเเละช่วยให้การขับขี่ได้รับความสะดงวกสบายมากยิ่งขึ้น

บททดสอบของ Nissan Navara, X-Trail, Terra  ในครั้งนี้ต้องบอกว่าเเต่ละคันจะมีเอกลักษณ์เเละคาเรกเตอร์ของรถที่แตกต่างเเละชัดเจนเเต่ถึงจะมีความแตกต่างหัวใจของรถยนต์ทั้งสามโมเดลคือเทคโนโลยี นิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility) ที่ให้ความสะดวกสบาย ปลอดภัยมั่นใจทุกการเดินทางรวมถึงสมรรถนะในการขับขี่ของรถที่ผ่านอุปสรรคในแต่ะด่านที่เจอได้แบบหมดห่วง ตลอดระยะเวลาทั้งสามวันกับระยะทางรวม 1,030 กม. ความรู้สึกตื่นเต้นอยู่ที่การได้ลองขับโมเดลที่ไม่ซ้ำกันของแต่ละวัน เพื่อจับจุดเด่นของรถยนต์ทั้งสาม แม้การขับขี่ในเมียนมาร์จะเต็มไปด้วยอุปสรรคทั้งเรื่องพื้นถนน, ภูมิประเทศที่ไม่คุ้นเคย, การสัญจรที่ขับเลนขวาที่ยากต่อการเเซง เหล่านี้ Nissan Navara, X-Trail, Terra เอาตัวรอดได้อย่่างสบาย

จุดเด่นของรถยนต์ทั้งสามรุ่นในฟิลลิ่งส่วนตัวของผู้เขียนคือ Nissan Navara เเข็งแกร่งดุดัน พร้อมลุยทุกสภาวะการขับขี่เเละรูปลักษณ์ที่เท่กว่า ขณะที่ X-Trail คือคอมแพ็ค SUV ที่ขับในเมืองก็ได้ขับทางไกลออกต่างจังหวัดก็ดี หรือจะเอาลุยทางออฟโรดหน่อยๆ แบบไม่โหดนักก็ตอบโจทย์ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ขณะที่พี่ใหญ่ SUV อย่าง Terra ก็เหมาะกับการขับขี่สำหรับผู้ที่มีครอบครัวขนาดใหญ่ สมบุกสมบันเเต่ยังให้ความสบายที่ลงตัวระบบความอำนวยความสะดวกเเละความปลอดภัยมาเต็ม ย้อนกลับไปในวันแรกของการเดินทางที่ต้องลุยผ่านเส้นทางออฟโรดกว่าร้อยกิโล ณ สถานการณ์ตอนนั้นคิดแต่อยากผ่านจุดนั้นไปให้ได้ เเต่เมื่อผ่านมาเเล้ว ก็อยากจะลองนำรถยนต์อีกสองรุ่น ( Navara, X-Trail) กลับไปลุยเส้นทางนั้นอีกครั้ง


แท็ก: AUTO , , , , , , , , ,
WRITER

RELATED

10 ไฮไลต์งานออกแบบของ New Nissan Terra จากนักออกแบบอาวุโสระดับโลก

10 ไฮไลต์งานออกแบบของ New Nissan Terra จากนักออกแบบอาวุโสระดับโลก

จากภาพสเก็ตช์สู่รถยนต์คันจริงที่โลดแล่นบนท้องถนน 10 ไฮไลต์ของการออกแบบ นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ โดย เคน ลี นักออกแบบอาวุโสระดับโลกของนิสสัน

Nissan Terra จัดสเปคใหม่เพื่อครอบครัวรุ่นใหม่ เริ่มต้น 1,199,000 บาท

Nissan Terra จัดสเปคใหม่เพื่อครอบครัวรุ่นใหม่ เริ่มต้น 1,199,000 บาท

นิสสัน ประเทศไทย เปิดตัว เทอร์ร่า ใหม่ เด่นทั้งด้านความปลอดภัย ความบันเทิง และความเอนกประสงค์ที่ตอบสนองทุกการใช้งาน ในราคาเริ่มต้น 1,199,000 บาท

Nissan Terra นับถอยหลังเผยโฉมรถครอบครัวรุ่นใหม่ที่ล้ำยิ่งขึ้น 19 สิงหาคมนี้

Nissan Terra นับถอยหลังเผยโฉมรถครอบครัวรุ่นใหม่ที่ล้ำยิ่งขึ้น 19 สิงหาคมนี้

นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย เตรียมนับถอยหลังเปิดตัว นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ ผ่านช่องทางไลฟ์สดที่ NissanThailand 19 สิงหาคมนี้ เวลา 19.00 น.

ค้นพบ “เขียด” ชนิดใหม่ของโลกในเมียนมาร์ สัญญาณความสมบูรณ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ค้นพบ “เขียด” ชนิดใหม่ของโลกในเมียนมาร์ สัญญาณความสมบูรณ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และนักวิจัยเยอรมัน ค้นพบ เขียด ชนิดใหม่ของโลกในประเทศเมียนมาร์ ชี้ระบบนิเวศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังหลากหลาย

Nissan X-Trail เจนฯ 4 บุกตลาดจีน พร้อมเตรียมส่ง e-POWER ด้วย Sylphy ใหม่

Nissan X-Trail เจนฯ 4 บุกตลาดจีน พร้อมเตรียมส่ง e-POWER ด้วย Sylphy ใหม่

Nissan Motor ประเทศจีน เผยโฉม All-New Nissan X-Trail รถ SUV อย่างเป็นทางการพร้อมกับเดินหน้านำเสนอ e-POWER สำหรับตลาดจีนอีก 6 รุ่น ภายในปี 2025

เมียนมาตั้งเป้าส่งออก ‘ข้าว’ 2 ล้านตัน ในปีงบประมาณ 20/21

เมียนมาตั้งเป้าส่งออก ‘ข้าว’ 2 ล้านตัน ในปีงบประมาณ 20/21

เมียนมาบรรลุเป้าหมายการส่งออกข้าวที่ 2.5 ล้านตันในช่วงปีงบประมาณ 2019-2020

หลุด Nissan X-Trail ใหม่หมดจดทั้งภายนอก-ภายใน พบกันเร็ว ๆ นี้

หลุด Nissan X-Trail ใหม่หมดจดทั้งภายนอก-ภายใน พบกันเร็ว ๆ นี้

แฟน ๆ เตรียมพบกับ All-New Nissan Rogue หรือ Nissan X-Trail รถอเนกประสงค์เจนเนอเรชั่นที่ 4 ที่ได้มีข้อมูลกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ในหลาย ๆ ด้าน ล่าสุดก็ได้ปรากฎภาพหลุดของรายละเอียดโฉมใหม่ผ่านโลกออนไลน์…

Nissan ส่ง N-Tec edition ทั้ง 3 รุ่น จัดเต็มความหรูและความล้ำยิ่งขึ้น

Nissan ส่ง N-Tec edition ทั้ง 3 รุ่น จัดเต็มความหรูและความล้ำยิ่งขึ้น

Nissan ยุโรป นำเสนอรถรุ่นพิเศษใหม่ล่าสุดแก่รถทั้ง 3 รุ่น ทั้ง Micra, Qashqai และ X-Trail ภายใต้ชื่อรุ่นพิเศษโดย N-Tec edition ยกระดับทั้งสไตล์ที่หรูหรา ทันสมัย…

2020 Nissan X-Trail ปรับโฉมให้ล้ำ และส่ง AUTECH – แพ็คเกจพิเศษอีกมากมาย

2020 Nissan X-Trail ปรับโฉมให้ล้ำ และส่ง AUTECH – แพ็คเกจพิเศษอีกมากมาย

Nissan ประเทศญี่ปุ่น รุกตลาดรับปี 2020 ด้วยการนำเสนอ Nissan X-Trail รุ่นปรับโฉมเพิ่มออพชั่นใหม่ ควบคู่กับการนำเสนอรุ่นพิเศษที่ได้รับการปรับแต่งด้วยแพ็คเกจเฉพาะตอบโจทย์ไลฟ์ไตล์ลูกค้าได้อย่างหลากหลายยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดตัวทั้งรุ่น AUTECH มอบลุคสปอร์ตหรู, Extremer X ดุเข้มสไตล์…