hypercar McLaren McLaren Elva รถใหม่ ราคารถใหม่ เปิดตัวรถใหม่ แมคลาเรน แมคลาเรน เอลวา ไฮเปอร์คาร์

McLaren Elva ไฮเปอร์คาร์โฉมใหม่มาถึงไทยแล้ว เคาะราคาจองเริ่มต้น 200 ล้านบาท

McLaren Elva ไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูงในตระกูล Ultimate Series เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย โดย “นิชคาร์ กรุ๊ป” เปิดรับจองในราคา 200 ล้านบาท

Home / AUTO / McLaren Elva ไฮเปอร์คาร์โฉมใหม่มาถึงไทยแล้ว เคาะราคาจองเริ่มต้น 200 ล้านบาท

“นิชคาร์ กรุ๊ป” ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แมคลาเรนอย่างเป็นทางการ เพียงรายเดียวในประเทศไทย ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ McLaren Automotive ประเทศอังกฤษ ประกาศเปิดตัว McLaren Elva ไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูงในตระกูล Ultimate Series ที่ได้รับการผลิตในจำนวนจำกัด ครั้งแรกในเมืองไทยอย่างเป็นทางการ

Mclaren
นายวิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการ McLaren Bangkok

นายวิทวัส ชินบารมี กรรมการผู้จัดการ McLaren Bangkok เปิดเผยว่า การเปิดตัว McLaren Elva สุดยอดไฮเปอร์คาร์ระดับโลกรุ่นใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย เผยโฉมพร้อมเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาสัมผัสได้อย่างใกล้ชิดกับไฮเปอร์คาร์สมรรถนะสูงในตระกูล Ultimate Series ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป

โดย McLaren Bangkok ได้รับโควต้า จำนวน 2 คัน และมียอดจองแล้ว 1 คัน เห็นได้ชัดว่าตลาดคนไทยหันมาสนใจรถซูเปอร์คาร์ และไฮเปอร์คาร์ เพื่อสะสมเป็นคอลเลคชันมากขึ้น โดย McLaren Elva มีการผลิตเพียง 149 คันทั่วโลกเท่านั้น

ยนตรกรรมไฮเปอร์คาร์รุ่นล่าสุดในตระกูล Ultimate Series ที่ผลิตในจำนวนจำกัด

Mclaren-Elva

McLaren Elva (แมคลาเรน เอลวา) ยนตรกรรมไฮเปอร์คาร์รุ่นล่าสุดในตระกูล Ultimate Series ต่อจากรุ่น F1 Road Car, P1, Senna และ Speedtail กับไฮเปอร์คาร์เครื่องยนต์วางกลาง ขับเคลื่อนล้อหลังอันทรงสมรรถนะ พร้อมโครงสร้างตัวถังน้ำหนักเบาที่ถูกถ่ายทอดเทคโนโลยียานยนต์มาจากสนามแข่งฟอร์มูล่า วัน

McLaren Elva ยังถือเป็นการฉลองสุดยอดผลงานการออกแบบของ “บรูซ แมคลาเรน” กับ McLaren M1A ที่ทำไว้ในปี ค.ศ. 1960 และรถแข่งในซีรีส์ “Group 7 McLaren” ที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะ และนวัตกรรมซึ่งถูกนำมาปรับให้อยู่ในรูปแบบของยนตรกรรมเพื่อ “ผู้ขับขี่” ผสานหลักการออกแบบและวิศวกรรมยุคใหม่ของแมคลาเรน พัฒนาเป็นยนตรกรรมสำหรับท้องถนน (Road Car) ในปัจจุบัน

AAMS ช่วยให้คุณสนนุกกับการขับขี่ด้วยความเร็วสูง แม้ไม่มีกระจกบังลมหน้า

Mclaren-Elva

McLaren Elva เป็นรถ Open-Cockpit สองที่นั่ง พร้อมแชสซีและตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์สั่งทำพิเศษ ให้ความอิสระเพราะปราศจากหลังคา กระจกหน้าและหน้าต่างด้านข้าง สามารถกระตุ้นการรับรู้ของผู้ขับขี่ได้อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ ยังติดตั้งระบบ Active Air Management System (AAMS) เป็นครั้งแรกของโลกโดยระบบจะลำเลียงอากาศผ่านจมูกของตัวรถแล้วผันออกทางฝาครอบด้านหน้าด้วยความเร็วสูงก่อนที่จะเหินขึ้นเหนือห้องผู้โดยสาร เพื่อสร้างบับเบิลที่เป็นเสมือนเกราะกำบังให้กับผู้โดยสาร

โดยระบบ AAMS ประกอบด้วยช่องรับลมตรงกลางขนาดใหญ่ที่อยู่เหนือสปลิตเตอร์ ช่องระบายอากาศของฝาครอบและตัวเบี่ยงลมคาร์บอนไฟเบอร์ที่สามารถยกขึ้นและลดระดับได้ในแนวตั้ง เมื่อ AAMS ทำงานอยู่ ตัวเบี่ยงลมบริเวณขอบของช่องระบายอากาศที่ฝาครอบด้านหน้าจะถูกยกขึ้น 150 มม. เพื่อสร้างพื้นที่แรงดันต่ำที่ช่องระบายอากาศ ซึ่งอากาศที่ถูกระบายออกมาจะถูกผันออกในรัศมี 130 องศาผ่านโครงข่ายของใบพัดตามขวางที่ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ ที่ติดตั้งอยู่ตลอดความยาวของฝาด้านหน้าคอยทำหน้าที่กระจายกระแสลมทั้งด้านหน้าและด้านข้างของห้องโดยสารและช่วยในการจัดการอากาศในห้องโดยสารด้วย

McLaren Elva

สำหรับการขับขี่ในเมืองระบบ AASM จะปิดใช้งาน เนื่องจากระดับความเร็วของรถและการไหวของอากาศเข้าสู่ห้องโดยสารไม่ได้สูงมากแต่เมื่อความเร็วของรถเพิ่มขึ้น ระบบ AAMS จะทำงานโดยอัตโนมัติจนกว่าความเร็วจะลดลงส่งสัญญาณให้ตัวเบี่ยงลมหดกลับ แต่ผู้ขับก็สามารถกดปุ่มปิดระบบเองได้ด้วย

นอกเหนือจากระบบ AAMS แล้ว ขอบท้ายของ McLaren Elva ยังติดตั้งแอร์เบรกแบบแอ็คทีฟแบบเต็มความกว้างของรถ โดยความสูงและมุมของแอร์เบรกได้รับการปรับแต่งเพื่อให้เกิดสมดุลอากาศที่เหมาะสมที่สุด

ภายในที่ผสมผสานทั้งความหรูหรา ล้ำสมัย อรรถรสเสมือนนั่งรถแข่ง

McLaren Elva

ด้านเบาะนั่งของ McLaren Elva ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะ ด้านกรอบคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา รองรับศีรษะ ไหล่ และหลังของผู้โดยสาร ช่วยเปิดรับประสบการณ์การขับขี่อย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม เบาะนั่งจะสั้นกว่าเบาะนั่งของรถแมคลาเรนทั่วไปเล็กน้อย เพื่อทำให้มีพื้นที่พักเท้าเพียงพอสำหรับการยืนหรือช่วยอำนวยความสะดวกระหว่างการเข้า-ออกจากรถ

ขณะเดียวกันลูกค้าสามารถเลือกสี และวัสดุของเบาะนั่งได้ทั้งด้านบนและด้านล่าง เพื่อสร้างความแตกต่างระหว่างส่วนบนที่เปิดโล่ง และส่วนล่างที่โอบล้อมปกป้องผู้โดยสารรวม

McLaren Elva

ทั้งนี้ เพื่อลดน้ำหนักของรถให้มากที่สุด ระบบเครื่องเสียงจึงไม่ถูกจัดอยู่ในชุดอุปกรณ์พื้นฐานของ McLaren Elva แต่ลูกค้าสามารถสั่งทำพิเศษได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ขณะเดียวกัน เมื่อเปิดฝาห้องเครื่องด้านหลัง จะพบกับพื้นที่วางเกระเป๋าขนาดเล็ก และที่วางหมวกกันน็อกตรงกลาง สำหรับเก็บหมวกกันน็อกคู่ใจก่อนเดินทางสู่สนามแข่ง

กำลังจากเครื่องยนต์ V8 และตัวถังน้ำหนักเบา เพื่อมอบอัตราเร่งที่น้อยกว่า 3 วินาที

Mclaren-Elva

ขุมพลังของ McLaren Elva ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ซึ่งเป็นขุมพลังตระกูลเดียวกับ McLaren Senna และ McLaren Senna GTR ตัวเครื่องมีเพลาข้อเหวี่ยงแบบระนาบแบนระบบหล่อลื่นแบบบ่อพักแห้ง เพลาลูกเบี้ยว ก้านสูบ และลูกสูบที่น้ำหนักเบา

โดยให้สมรรถนะสูงสุด 815 แรงม้า (PS) ที่ 7,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 800 นิวตัน-เมตร ที่ 5,500 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด+Reverse แบบ Seamless Shift Gearbox (SSG)

เมื่อผสานกับแชสชีโครงสร้างตัวถังแบบโมโนค็อกคาร์บอนไฟเบอร์ การออกแบบเส้นสายตัวถัง และการคัดสรรวัสดุสำหรับประกอบรถมาตรฐานเดียวกับรถแข่งฟอร์มูล่า วัน ทำให้รถรุ่นนี้มีน้ำหนักที่เบาเพียง 1,274 กก. หรือให้อัตราส่วนน้ำหนักต่อแรงม้าราว ๆ 1.56 กก./แรงม้า 1 ตัว จึงสามารถมอบสมรรถนะอันน่าทึ่งในทุก ๆ ด้าน ทั้งการเร่งความเร็ว ความคล่องตัว และการตอบสนองต่อผู้ขับขี่ในระดับที่ไม่ธรรมดา

Mclaren-Elva

โดย McLaren Elva สามารถมอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 2.8 วินาที กับ 0-200 กม./ชม. 6.8 ที่ วินาที ประสิทธิภาพการทำควอเตอร์ไมล์ 0-400 เมตร ภายในเวลา 9.9 วินาที และความเร็วสูงสุด 326 กม./ชม.

มากไปกว่านั้น ยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่น Adaptive Dynamics Controls เพื่อเปลี่ยนโหมดการควบคุมรถและระบบส่งกำลังได้ 3 รูปแบบ คือ Comfort, Sport และ Track เพื่อปรับลักษณะการขับขี่ให้เข้ากับอารมณ์ หรือสภาพแวดล้อมในขณะนั้น รวมถึงการปรับโหมด Electronic Stability Control (ESC) ที่เลือกได้ 3 ระดับ และระบบ Variable Drift Control (VDC) ที่จะช่วยล็อกอิสรภาพในการขับขี่ได้เป็นอย่างดี

รัสรรค์ไฮเปอร์คาร์สุดพิเศษเฉพาะคุณด้วยแพ็คเกจออพชั่นเสริม

Mclaren-Elva

ตัวเลือกอื่น ๆ ที่ลูกค้าสามารถรังสรรค์เพิ่มเติมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ได้แก่ เข็มขัดนิรภัย 6 จุดสำหรับรถแข่ง ระบบยกตัวรถ รวมถึงล้ออัลลอยฟอร์จ น้ำหนักเบาพิเศษ ลาย 5 ก้าน (เปลี่ยนได้จากล้อมาตรฐาน ลาย 10 ก้าน) รวมถึงเปลี่ยนยาง Pirelli P Zero™ เป็นยาง Pirelli P Zero™ Corsa สำหรับสนามแข่งได้

ขณะเดียวกันลูกค้าสามารถเลือกคัสตอมสีตัวถังภายนอก และสีภายใน และลวดลายตัวถังเพื่อสะท้อนตัวตนของคุณโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกแพ็คเกจเสริมกระจกบังลมหน้าเพือให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายในบางประเทศ หรือมอบประสบการณ์การขับขี่ที่คุ้นเคย สร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งบางรายการอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้วย

หมายเหตุ: รุ่นที่จัดแสดงเปิดตัวในครั้งนี้จะเป็นรุ่นคัสตอมพิเศษพร้อมกระจกบังลมหน้า