audi Audi e-Tron GT EV car รถซูเปอร์คาร์ รถยนต์ไฟฟ้า อาวดี้

Audi e-Tron GT รถซีดานขุมพลังไฟฟ้าสุดแรงล้ำ

Audi e-Tron GT รถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ตซีดาน 4 ประตู เจนเนอเรชั่นที่ 1 ที่ผสมผสานทั้งความสะดวกสบายในการขับขี่ในชีวิตประจำวันและสมรรถนะสปอร์ตเร้าใจ

Home / AUTO / Audi e-Tron GT รถซีดานขุมพลังไฟฟ้าสุดแรงล้ำ

หลังจากที่ Audi ได้เผยโฉม Audi e-Tron GT Concept อันเป็นโมเดลรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่อไปของแบรนด์ ซึ่งในเวลานี้ได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าตัวถังซีดานสี่ประตูโฉมจำหน่ายจริงอย่างเป็นทางการ โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นมาตรฐาน และรุ่น RS

Audi e-Tron GT

Audi e-Tron GT เจนเนอเรชั่นที่ 1 ได้รับการออกแบบตัวถังซีดาน 4 ประตู พร้อมหลังคาลาดท้ายสไตล์คูเป้ โดยผสมผสานทั้งความสะดวกสบายในการขับขี่ในชีวิตประจำวันและสมรรถนะสปอร์ตเร้าใจ โดยคงไว้ซึ่งการปล่อยไอเสียที่เป็น 0 พร้อมเสริมเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับแถวหน้ามากมาย พร้อมท้าชนคู่แข่งตรงตัวอย่าง Tesla Model S และ Porsche Taycan ถึงแม้ว่าจะใช้แพลตฟอร์มพื้นฐานจาก Taycan ก็ตาม

Audi e-Tron GT

Audi e-Tron GT รถสปอร์ตซีดาน 4 ประตู ที่มาพร้อมกับด้านหน้าดีไซน์ดุดัน ล้ำสมัย มีฐานล้อที่ยาว หางส่วนท้ายดีไซน์โดดเด่นที่มีชื่อเรียกว่า Quattro Blisters ควบคู่กับการออกแบบตัวถังที่มอบทั้งความโดดเด่นสะดุดตาแล้วยังให้ค่าสัมประสิทธิ์ต้านทานอากาศที่ต่ำสุดถึง 0.24 Cd

Audi e-Tron GT

ด้วยการออกแบชิ้นส่วนแอโร่พาร์ท และทางไหลของอากาศ รวมถึงสปอยเลอร์ท้าย และระบบกันสะเทือน ที่จะช่วยเพิ่มระยะทางวิ่งได้ไกลอีก 30 กม. นอกจากนี้ยังได้รับการทดสอบแอโรอะคูสติก ที่ให้ประสิทธิภาพควบคุมเสียงรบกวนใกล้เคียงกับ Audi A7 โฉมปัจจุบัน

นอกจากนี้ ไฟหน้า Matrix LED ดีไซน์โดดเด่น สปอร์ตดุดัน และมอบเอกลักษณ์เฉพาะ รวมถึงการออกแบบไฟท้ายที่มีลูกเล่นไฟวิ่งชวนสะกดสายตาได้เป็นอย่างดี

Audi e-Tron GT

สำหรับรายละเอียดมิติตัวถังนั้น ตัวรถมีความยาว x กว้าง x สูง ที่ 4,990 x 1,960 x 1,410 มม. ระยะฐานล้อ 2,900 มม.

Audi e-Tron GT

ด้วยการออกแบบตัวถังสไตล์สปอร์ต จึงทำให้ตัวรถมีหลังคาที่ลาดท้าย และกว้าง แต่ภายในนั้นกลับมีพื้นที่ส่วนหัวบริเวณเบาะด้านหลังที่สูง พร้อมห้องโดยสารที่โปร่งสบาย ขณะเดียวกันพื้นที่ห้องสัมภาระท้ายมีความจุมากถึง 405 ลิตร และพื้นที่บรรทุกสัมภาระห้ารถก็มีความจุสูงสุดถึง 85 ลิตร

Audi e-Tron GT

สำหรับภายในนั้น ประกอบกับการออกแบบจออินโฟเทนเมนต์ที่เอียงเข้าหาคนขับเพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมกับการออกแบบให้มีเอกลักษณ์ของแบรนด์ 4 ห่วงโดยเฉพาะ

Audi e-Tron GT

ความน่าสนใจของการออกแบบภายใน คือการใช้วัสดุรีไซเคิล แทนการใช้วัสดุจากหนังสัตว์ หรือวัสดุที่ก่อมลพิษและรีไซเคิลยาก ที่จะส่งมอบความหรูหราอีกรูปแบบหนึ่ง ที่จะมอบทั้งความสะดวกสบาย และความรู้สึกดีที่ได้ขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าปลอดมลพิษ ผลิตภัณฑ์แห่งความยั่งยืน และสมรรถนะอันทรงพลังไร้ขีดจำกัด

Thermal management

ด้วยขุมพลังที่มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้า-หลัง โดยมอเตอร์หน้าจะให้กำลัง 175 Kwh ส่วนมอเตอร์หลังจะให้กำลังต่างกัน ตั้งแต่ 320 และ 335 กิโลวัตต์ชั่วโมง พร้อมเกียร์ 2 สปีด

สำหรับสมรรถนะนั้น โดยสเปคยุโรปในรุ่นมาตรฐานจะอยู่ที่ 476 แรงม้า แรงบิด 630 นิวตันเมตร ส่วนรุ่น RS จะให้กำลังสูงถึง 589 แรงม้า แรงบิด 830 นิวตันเมตร ทั้งนี้กำลังจะถูกกำหนดในตลาดประเทศอื่นนอกเหนือจากกำลังสำหรับตลาดยุโรปที่กล่าวไว้ข้างต้น

และเพิ่มเสริมความแรงที่เหนือชั้น จึงมาพร้อมกับฟังก์ชั่น Over-Boost ที่สามารถเค้นสมรรถนะเพิ่มได้ใน 2.5 วินาที สำหรับอัตราเร่ง 0-100 กม. นั้นในรุ่นมาตรฐาน จะทำได้ถึง 3.9 วินาที ส่วนรุ่น RS ทำได้ถึง 3.3 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 245 กม. / ชม.

Audi e-Tron GT
Cooling the high-voltage battery during DC charging

แบตเตอรี่ 86 กิโลวัตว์ชั่วโมง ประกอบไปด้วยเซลล์โมดูลจำนวนกว่า 33 โมดูลใต้ท้องรถ และด้วยเทคโนโลยีจาก 800-Volt Electrical Architecture สามารถรองรับการชาร์จกระแสไฟฟ้ามากถึง 270 กิโลวัตต์ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม ผ่านการชาร์จด้วยกระแสตรง โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 5-80% ในเวลเพียง 22.5 นาที หรือหากชาร์จเพียง 5 นาที ก็สามารถวิ่งได้ไกลกว่า 100 กม. ซึ่งถือได้ว่าเป็นรถที่ชาร์จไฟได้เร็วที่สุด ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม

Audi e-Tron GT

ขณะที่ตัวรถสามารถรองรับการชาร์จแบบกระแสไฟสลับ หรือ AC โดยสามารถรองรับได้ทั้งชาร์จ 11 กิโลวัตต์เป็นมาตรฐาน โดยสามารถรองรับการชาร์จแบบข้ามคืน หรือมีอุปกรณ์เสริมเพื่อรีดการชาร์จได้สูงถึง 22 กิโลวัตต์

จากผลการทดสอบตามมาตรฐาน WLTP สามารถวิ่งได้ไกลถึง 488 กม. / ชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ส่วนมาตรฐานการทดสอบจาก EPA นั้นจะแบ่งตามรุ่นย่อยด้วยกัน โดยรุ่นมาตรฐานจะวิ่งได้ไกลถึง 383 กม. ส่วนรุ่น RS วิ่งได้ไกลถึง 373 กม.

Audi e-Tron GT

และที่ขาดไม่ได้คือการบรรจุระบบเสียงสังเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพการตอบสนองจังหวะการขับขี่ และรูปแบบเสียงที่แตกต่างกันทั้งภายนอกและภายใน แถมยังสามารถปรับแต่งเสียงได้อย่างหลากหลายตามความต้องการได้อีกด้วย

Audi e-Tron GT

นอกจากนี้ พอร์ทชาร์จไฟตัวรถนั้นจะแยกออกเป็น 2 ฝั่ง ซ้ายขวาบริเวณซุ้มล้อหน้า โดยทั้งสองด้านจะรองรับการชาร์จแบบกระแสสลับได้ แต่หากต้องการชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง ต้องชาร์จฝั่งผู้โดยสารด้านหน้าเท่านั้น

โดยตัวแบตเตอรี่เองนั้นก็ได้รับการออกแบบใหม่ พร้อมกับวางใต้ท้องรถเพื่อมอบจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ มีความสมดุลและการกระจายน้ำหนักที่สม่ำเสมอ ซึ่งนอกจากจะส่งผลให้ห้องโดยสารกว้างแล้ว ยังช่วยเกาะถนนและทรงตัวได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ระบบการจัดการความร้อนของแบตเตอรี่ได้รับการถ่ายทอดจาก Porsche Taycan อีกด้วย

Audi e-Tron GT

ด้านระบบกันสะเทือนมาในรูปแบบของดับเบิลวิชโบนอะลูมิเนียมแบบ 2 ชั้น พร้อมระบบบังคับเลี้ยวด้วยไฟฟ้า ที่ให้ประสิทธิภาพการขับขี่ที่มั่นคง ตอบสนองฉับไว และรู้สึกผ่อนคลายเมื่อควบคุมหรือบังคับเลี้ยว พร้อมชุดโช้คอัพควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมระบบ Audi Drive Select ที่สามารถเลือกได้สี่โหมด ได้แก่ Comfort, Efficiency, Dynamic และ Individual

ขณะที่รุ่น RS จะได้รับโช้คอัพถุงลมแบบ Three-Chamber พร้อมปรับระดับด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นออพชั่นมาตรฐาน ส่วนรุ่นมาตรฐานจะได้รับในฐานะออพชั่นเสริม

Audi e-Tron GT

ทั้งนี้ Audi e-Tron GT จะถูกผลิตขึ้นในโรงงาน Audi BöllingerHöfe ที่เมือง Neckarsulm ในเยอรมนี ส่วนราคาจำหน่ายนั้นจะมีตั้งแต่ 99,800 ยูโร สำหรับรุ่นมาตรฐานพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Quattro และ 138,200 ยูโร สำหรับรุ่น RS หรือราว ๆ 3.61 ถึง 5.00 ล้านบาท

เครดิตข้อมูลจาก carscoops.com